เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์

เหงือกอักเสบหรือปริทันต์ ภัยร้ายใกล้ตัวที่เป็นสาเหตุของฟันผุ

 

      เหงือก เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่นๆ ซึ่งเหงือกจะมีหน้าที่ยึดฟันไว้ในกระดูกขากรรไกร  ทำหน้าที่เป็นเหมือนบ้านของฟัน และรองรับการบดเคี้ยว คอยปกป้องฟัน โดยปกติแล้วสุขภาพเหงือกที่ดีจะต้อง มีลักษณะสีชมพู ไม่ดำหรือบวม หรือมีเลือกออกในขณะที่แปรงฟัน และจะต้องไม่มีอาการปวด หากคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ ให้สันนิษฐานได้เลยว่า คุณกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาหรือปรึกษาทันที

 

สารบัญ

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์คืออะไร

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์สาเหตุเกิดจากอะไร

5 สัญญาณเตือนโรคอักเสบ

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์รักษาอย่างไร

ดูแลช่องปากไม่ให้เป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์

สรุป

 

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ คืออะไร

เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ คือ โรคที่มีการอักเสบของอวัยวะที่อยู่รอบ ๆ ตัวฟัน ซึ่งประกอบไปด้วย เหงือก เอ็นยึดปริทันต์ เคลือบรากฟัน และกระดูกเบ้าฟัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกทำลายไปอย่างช้า ๆ ทุกวันจนต้องสูญเสียฟันไปในที่สุด โรคนี้ภาษาชาวบ้านเรียกว่า โรครำมะนาด มีความรุนแรงมากกว่าโรคเหงือกอักเสบ

 

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สาเหตุเกิดจากอะไร

    เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ เป็นสาเหตุที่เกิดมาจากการสะสมตัวของคราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคที่เกิดขึ้นตามรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก จะมีลักษณะเป็นคราบขาวขุ่นหม่นๆ ที่อาศัยไปด้วยเเบคทีเรีย คราบอาหารจำพวกแป้งและนำ้ตาลที่เกาะอยู่บนผิวฟัน สาเหตุที่เกิดจากการขาดความรู้เรื่องการดูแลและทำความสะอาดฟันที่ไม่ดีพอ ก่อให้เกิดกลิ่นปาก และคราบเหล่านัันกลายเป็นอาหารสะสมของเเบคทีเรียซึ่งทำให้เเบคทีเรียเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเเบคทีเรียได้รับสารอาหารเจ้าพวกแป้งและนำ้ตาลแล้วก็จะปล่อยกรดและสารพิษที่จะไปทำลายและกระตุ้นเหงือกให้เกิดการอักเสบ เกิดอาการบวมแดงและอักเสบของเหงือก ก่อให้เกิดมีเลือดออก หากปล่อยทิ้งไว้โรคเหงือกอักเสบก็จะกลายเป็นโรคปริทันต์ได้ หากมีความเสี่ยงเหล่านี้ร่วมด้วยแล้ว เช่น การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน และการตั้งครรภ์ ก็จะทำให้กลายเป็นโรคปริทันต์ได้รวดเร็วยิ่งขี้น

 

5 สัญญาณเตือนโรคเหงือกอักเสบ

โรคเหงือกอับเสบเป็นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกที่จะนำ้ไปสู่โรคปริทันต์ แต่ในระยะนี้สามารถที่จะป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งสัญญาณเตือนเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ แบ่งออกเป็น 5 สัญญาณดังนี้

  1. มีกลิ่นปาก
  2. มีหนองบริเวณช่องปากหรือเหงือก
  3. เหงือกบวม เหงือกร่อน
  4. ฟันเริ่มโยก ฟันหลุดออกจากเบ้า
  5. มีเลือกออกขนาดแปรงฟัน

 

 

 

 

 

รูปภาพการเกิดโรคเหงือกอักเสบหรือปริทันต์
รูปภาพการเกิดโรคเหงือกอักเสบหรือปริทันต์

 

 

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ รักษาอย่างไร

การรักษาโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สามารถทำได้หลากหลายวิธี ดังนี้

  1. การเกลารากฟัน

เกลารากฟัน (Root Planing) คือ วิธีการรักษาคนที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ โดยกำจัดคราบหินปูนที่เป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่ลึกลงไปยังบริเวณผิวรากฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปริทันต์และเหงือกอักเสบ เพื่อให้เนื้อฟันเรียบหรือที่เรียกว่า “การเกลารากฟัน” โดยการเกลารากฟันนี้การทำความสะอาดผิวรากฟันให้สะอาดและเรียบ (เกลา = ทำให้เรียบ) เพื่อให้คราบจุลินทรีย์สะสมได้ยากขึ้น ฟื้นฟูพื้นผิวรากฟันรวมถึงกระดูกรองรับฟัน ให้กลับมายึดฟันได้อย่างแน่นมากยิ่งขึ้น 

         โดยส่วนมากเกิดจากไม่ได้ขูดหินปูนเป็นเวลานานๆ หรือแปรงฟันผิดวิธี ทำให้ปริมาณหินปูนที่เกาะบนเนื้อฟันค่อยๆ ขยายตัวลงไปยังด้านล่างใต้เหงือกลงไปบริเวณรากฟัน จนเหงือกไม่สามารถติดกับฟันโดยตรงเหมือนเดิม ทำให้มีร่องเหงือกที่ลึกกว่าปกติปกติแล้ว ร่องเหงือกจะมีความลึกที่ 1-3 มิลลิเมตร หากเป็นร่องลึกกว่า 4 มิลลิเมตร

2. การขูดหินปูน

ขูดหินปูน (Dental Scaling) คือการกำจัด คราบหินปูนและจุลินทรีย์ ที่สะสมบริเวณเหนือเหงือก ขอบเหงือก และใต้เหงือกลงไปเล็กน้อย โดยใช้เครื่องขูดหินปูน (sonic หรือ ultrasonic scaler) ในการกำจัดหินปูน เครื่องนี้จะมีเสียงดังและมีน้ำเยอะขณะขูด โดยจะขูดหินปูนเหนือเหงือกและอาจร่วมกับการใช้เครื่องมือปริทันต์ เช่น คิวเรตต์ (Curette) และ ซิกเกล (Sickle) ขูดหินปูนที่ยังหลงเหลือที่เครื่องขูดหินปูนเข้าไม่ถึง เช่น บริเวณซอกฟัน หรือใต้เหงือกเล็กน้อย การขูดหินปูนนั้นปกติจะไม่ต้องฉีดยาชา เพราะไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยเจ็บมาก แต่อาจจะรู้สึกเสียวฟันและเจ็บเล็กน้อยที่เหงือกซึ่งผู้ป่วยมักจะทนได้ การขูดหินปูนเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีสภาวะเหงือกอักเสบ ซึ่งการอักเสบนั้นเกิดบริเวณเหงือกอย่างเดียว ยังไม่ทำอันตรายต่อ อวัยวะปริทันต์อื่นๆ ได้แก่ เคลือบรากฟัน เอ็นยึดปริทันต์และ กระดูกเบ้าฟัน สามารถขูดหินปูนทั้งปากได้เสร็จในครั้งเดียว

3.ปลูกถ่ายเหงือก

ปลูกถ่ายเหงือก (Gum Tissue Graft) หรือการปลูกถ่ายเหงือก คือการรักษาปัญหาเหงือกร่น โดยทำการตัดเอาชิ้นเนื้อเยื่อจากส่วนอื่น ๆ ในช่องปาก มาติดเข้ากับเนื้อเยื่อเหงือกในส่วนที่มีปัญหา ช่วยปกปิดรากฟันที่ได้โผล่ออกมา ทำให้เหงือกดูเต็มขึ้น และช่วยปกป้องฟัน

4.  การผ่าตัดเหงือก

การศัลยกรรมตกแต่งเหงือก เลเซอร์เหงือก (Gingivectomy and Gingivoplasty) คือ การตัดแต่งเฉพาะขอบเหงือกส่วนเกินออก ให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความยาวของฟัน เพื่อให้เห็นฟันเต็มๆซี่ ด้วยเครื่องตัดขอบเหงือกโดยเฉพาะ เรียกว่า เครื่องตัดเหงือกไฟฟ้า (electrosurgery) หรือใช้เลเซอร์ (Laser) ก้ได้ เครื่องตัดเหงือกนี้ สามารถตัดเหงือกออกและในขณะเดียวกันก็สามารถห้ามเลือดได้ในตัว แผลที่เกิดจากการตัดเป็นแผลขนาดเล็กตามขอบเหงือก แผลจะค่อยๆแห้งและหายเป็นเหงือกปกติใน 1 อาทิตย์ ไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือพักฟื้น เพียงแค่รับประทานยาและทำความสะอาดช่องปากตามที่ทันตแพทย์แนะนำ ก็จะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ หลังจากนั้นก็จะได้รอยยิ้มที่สวยและเห็นฟันที่มีความยาวฟันมากขึ้น

ดูแลช่องปากไม่ให้เป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ 

  1. แปรงฟันให้ถูกวิธี

การดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด สามารถช่วยลดกลิ่นปากได้อย่างดี เนื่องจากปัญหากลิ่นปากเหม็น 90 เปอร์เซ็นต์ มาจากภายในช่องปากที่มีปัญหา หากทำความสะอาดช่องปากให้ดี ก็จะสามารถช่วยลดปัญหากลิ่นปากเหม็นได้ ซึ่งการทำความสะอาดที่ดีและง่ายที่สุด คือ การแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี

  • แปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง (เช้า – เย็น) และหลังรับประทานอาหาร
  • แปรงลิ้นให้สะอาด
  • ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
  • ใช้ไหมขัดฟัน
  • ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก

      2. ใช้ไหมขัดฟัน

ไหมขัดฟัน (Dental floss)  คือ นวัตกรรมทางทันตกรรมที่ผลิตขึ้นมา เพื่อช่วยให้ขจัดเศษอาหาร หรือคราบแบคทีเรียที่ติดอยู่ตามซอกฟันได้อย่างทั่วถึง

  • ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟันให้ครบทุกซี่ ก่อนหรือหลังการแปรงฟันในทุก ๆ ครั้ง
  • บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด หลังการใช้ไหมขัดฟันเสร็จ
  • ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกวัน
  • ไหมขัดฟันเมื่อใช้เสร็จแล้ว ควรนำไปทิ้งทันที ห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้ง

     3. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ธัญพืช เต้าหู้ ผักกระเฉด เป็นต้น
  •  รับประมานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม คะน้า บล็อกโคลี่ เป็นต้น

     4. พบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

การพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอนั้น ก็เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ตรวจเช็คช่องปากเพื่อตรวจหาฟันผุ ขูดหินปูน ตรวจเหงือก และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปาก หากพบปัญหาภายในช่องปากก็สามารถรักษาได้ทันที ไม่ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพช่องปากนั้นบานปลายหรือสายเกินแก้ปัญหา จนทำให้เสียฟันนั้นไป

  • พบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือน
  • ขูดหินปูนทุก ๆ 6 เดือน

สรุป

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ คือ โรคที่มีการอักเสบของอวัยวะที่อยู่รอบ ๆ ตัวฟัน ที่เกิดมาจากการสะสมตัวของคราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคที่เกิดขึ้นตามรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก ซึ่งหากเป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี เช่น การเกลารากฟัน การขูดหินปูน การปลูกถ่ายเหงือก และการผ่าตัดเหงือก โดยขึ้นอยู่กับพิจารณาจากทันตแพทย์ แนะนำให้ทำการเข้าพบทันตแพทย์และตรวจช่องปาก เพื่อทำการรักษาในลำดับถัดไป นอกจากนี้ ควรดูแลช่องปากให้สะอาด ทั้งแปรงฟันฟันให้ถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสุดท้ายอย่าลืมพบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอกันด้วยนะ

 

 

 

 

 

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี

 Line : สาขาศรีราชา
 Line : สาขาพัทยา                                                                                                                                             

Facebook : Modernsmile                                                                                                                                

Youtube : Modernsmile

Instagram Modernsmile

WEBSITE Modernsmile