Category Archives: จัดฟัน

ทันตกรรมจัดฟัน ทุเรื่องที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับจัดฟัน

10 เช็คลิสต์ ตรวจความพร้อมการ จัดฟันใส Invisalign

จัดฟันใส Invisalign

อย่าเพิ่งจัดฟันใส invisalign ถ้าคุณยังไม่รู้สิ่งนี้ เรามาตรวจสอบดูกันว่าคุณเหมาะกับการจัดฟันใสหรือไม่ ทั้งราคาและความเหมาะสม หลังจากนั้นจึงค่อยมาปรึกษากับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่งด้านการจัดฟันใส invsalign ของmodern smile

สะพานฟัน

สะพานฟัน

      สารบัญ   สะพานฟันคืออะไร สะพานฟันกับรากเทียมแตกต่างกันอย่างไร ส่วนประกอบของสะพานฟัน ข้อดีและข้อเสียของสะพานฟัน สรุป     สะพานฟัน คืออะไร   สะพานฟันคือ วิธีการทำฟันปลอมชนิดติดแน่นอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับทดแทนฟันที่หายไป โดยปกติแล้วการทำสะพานฟันจะอาศัยซี่ฟันที่อยู่บริเวณไกล้เคียงที่อยุ่ด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อใช้เป็นตัวยึดในการทำสะพานฟัน ลักษณะของสะพานฟัน จะมีลักษณะที่คล้ายกับฟันธรรมชาติมาก เนื่องจากจะไม่มีการยึด เจาะ หรือติดตะขอเกี่ยวฟัน รวมไปถึงแผ่นเหงือกปลอม อีกด้วย ปกติการเลือกใช้วิธีรักษาแบบสะพานฟันจะใช้ในกรณีที่ฟันเกิดในกรณีที่ฟันได้โดนถอนออกไป และสามารถใช้ฟันธรรมชาติซี่ใกล้เคียง ที่แข็งแรง สามารถใช้เป็นหลักในการทำสะพานฟัน     สะพานฟันกับรากเทียมแตกต่างกันอย่างไร       สะพานฟัน วิธีการรักษาด้วยการทำสะพานฟัน ทันตแพทย์จะใช้วิธีการกรอฟันด้านข้างทั้งสองด้านให้มีซี่ฟันที่เล็กลงเพื่อใช้เป็นเสาหลักในการทำสะพานฟัน โดยฟันที่โดยกรอไป ทางทันแพทย์จะใช้ซี่ฟันนี้เป็นตัวครอบสะพานฟันทั้ง 3 ซี่ ในการเชื่อมของฟัน ลักษณะก็จะคล้ายๆ กับสะพาน จึงได้เรียกการรักษานี้ว่า สะพานฟัน         รากเทียม วีธีการรักษาโดยการทำรากเทียม ทางทันตแพทย์จะใช้วิธีการฝังรากเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกรบริเวณส่วนที่ฟันสูญเสียไปเฉพาะที่เท่านั้น หลังจากนั้นจะทำการใช้ฟันปลอมในการครอบฟันบนรากเทียมอีกที โดยไม่ต้องใช้ฟันใกล้เคียงเพื่อเป็นตัวยึดเหมือนการรักษาแบบสะพาน หลังจากนั้นจะทำการใช้ฟันปลอมในการครอบฟันบนรากเทียมอีกที     สะพานฟัน ประกอบไปด้วย 2 ส่วนด้วยกัน   สะพานที่ยึดติดกับฟันธรรมชาติ คือสะพานฟันที่ต้องใช้ส่วนของฟันธรรมชาติบริเวณรอบข้าง เพื่อใช้สำหรับเป็นเสาหลักยึด ซึ่งวัสดุที่นำมาประกอบใช้ในการทำ จะเป็นวัสดุลักษณะชนิดเดียวกันกับการครอบฟัน เช่น วัสดุที่เป็นเซรามิก โลหะ หรือแบบเซรามิกที่มีส่วนผสมของโลหะ   สะพานฟันที่เป็นวัสดุเซรามิกล้วน All Porcelain Bridge จะเป็นลักษณะที่เป็นสีฟันแบบฟันปกติที่เป็นแบบธรรมชาติ วัสดุนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในการรักษาบริเวณฟันด้านหน้าที่ต้องการความสวยงาม เพราะ เซรามิก จะเป็นลักษณะสีที่เป็นสีใส และมีความสวยความและสีใกล้เคียงกับ สีฟันจริงๆ อีกทั้งวัสดุที่เป็นเซรามิกนี้ ยังช่วยตัดปัญหาการติดสีจากการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละท่านด้วย   สะพานฟันที่เป็นวัสดุที่เป็นโลหะล้วน All Gold Bridge วัสดุนี้จะเป็นวัสดุที่มีลักษณะที่แข็งแรงและทนทานที่สุด เนื่องจากจะไม่มีความเสี่ยงต่อการแตกหรือหัก เหมือนกัน วัดุที่เป็นเซรามิก ลักษณะของสีจะเป็นสีแบบโลหะ ซึ่งจะไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความสวยงามแบบธรรมชาติ ซึ่งการใช้วัสดุที่เป็นโลหะ จะเหมาะกับฟันที่อยุ่ด้านใน เช่นฟันกราม ที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร   สะพานฟันที่เป็นวัสดุผสมระหว่างเซรามิกและโลหะ PFM Bridge ซึ่งจะเป็นวัสดุที่มีส่วนผสมระหว่างเซรามิกและโลหะเข้าด้วยกัน ซึ่งจะใช้วัสดุที่เป็นโลหะมาเป็นส่วนผสมของเนื้อฟันด้านนอกและในส่วนของด้านในจะเป็นโลหะ ซึ่งจะมีความสวยงามและความแข็งแรงไปพร้อมกัน จึงเป็นวัสดุที่เหมาะแก่การทำสะพานฟันหลังหรือกรามที่ทำหน้าที่บดเคี้ยว ลักษณะของสีฟันก็จะเหมือนสีฟันที่เป็นฟันปกติ เพราะด้านนอกจะถูกครอบด้วยวัสดุจากเซรามิก ซึ่งวัสดุชนิดนี้ เป็นที่นิยม ณ ปัจจุบัน   ฟันลอย สะพานฟันที่เป็นในส่วนของฟันลอย ลักษณะของฟันซี่นี้จะลอยอยู่เหนือบริเวณเหงือก ซึ่งเป็นหลักเชื่อมระหว่างเสายึดฟันทั้งสองซี่ ซึ่งเป็นฟันปลอมที่ทำหน้าที่ ทดแทนซี่ฟันที่ขาดหายไป คุณลักษณะก็สามารที่จะบดเคี้ยวอาหารได้เหมือนฟันปกติ และยังเสริมสร้างความมั่นใจได้อีกด้วย     ขอดีและข้อมเสียของการทำสะพานฟัน   ข้อดี สวยงาม ประสิทธิภาพดี แข็งแรง ประสิทธิภาพการบดเคี้ยว เกือบเป็นปกติ เพราะแรงที่เคี้ยวถ่ายลงตัวฟัน ไม่ใช่ถ่ายลงที่เหงือก ไม่รำคาญ เพราะไม่มีแขนขามากมาย เหมือนฟันถอดได้ หลุดยาก ทำให้มั่นใจ ในการใช้งาน   ข้อเสีย ต้องมีการกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึดฟันปลอม ทำให้สูญเสียเนื้อฟัน ถอดออกมาล้างทำความสะอาดไม่ได้ ติดอยู่ในปากของเราเลย หากเราแปรงฟันทำความสะอาดไม่ดีอาจทำให้ฟันข้างเคียงเสียหายไปได้ เป็นโรคเหงือก หรือฟันผุได้ง่าย ราคาแพง ต้องเป็นคนละเอียดใส่ใจในการทำความสะอาด สุขอนามัยในช่องปากต้องดี เพราะถ้าไม่ดี จะเป็นตัวบ่งชี้ ความเอาใจใส่ ทำความสะอาดลำบาก เพราะถอดไม่ออก ต้องมีเครื่องมือทำความสะอาดเฉพาะ ฟันปลอมแบบ ติดแน่นเหมาะกับฟันหลอน้อยซี่ (1-2 ซี่) เพราะต้องกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึด ถ้าฟันข้างเคียงที่ใช้ยึด สภาพไม่ดี เป็นโรคเหงือก ก็ไม่สามารถทำฟันปลอมชนิดนี้ได้ เนื่องจากฟันปลอมชนิดนี้ต้องถ่ายแรงบนฟันข้างเคียง จึงอาจจะส่งผลเสียกับฟันข้างเคียงได้ เช่นโยก และหลุดออกในที่สุด ถ้ามีการโหลดแรงมากเกินไป     สรุป   สะพานฟัน คือ การทำฟันปลอมอีกรูปหนึ่ง ที่เรียกว่า การทำฟันปลอมแบบติดแน่น โดยลักษณะการทำฟันปลอมชนิดนี้ จะใช้วิธีการครอบฟันมากกว่า 1 ซี่ โดยใช้ซี่บริเวณข้างๆ เป็นหลักในการครอบเพื่อใช้เป็นสะพานฟัน วัสดุที่ใช้ในการทำสะพานฟัน จะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุที่เป็นเซรามิกล้วน วัสดุที่เป็นโลหะล้วน และ วัสดุที่เป็นเวรามิกผสมกับโลหะ ซึ่งข้อดีของการทำสะพานฟัน ก็จะ มีความสวยงามและประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวค่อนข้างสูง และไม่เป็นที่น่ารำคาญเพราะการทำสะพานฟันจะไม่มีเหล็กในการยึดฟัน เหมือนฟันปลอมแบบถอดได้ ส่วนข้อเสียในการทำสะพานฟัน ราคาค่อนข้างเเพง และการทำหลักยึดสะพานฟันจะต้องมีการกรอฟัน ทำให้ฟันที่เป็นหลักยึดสูญเสียเนื้อฟัน  และการทำสะพานฟันเป็นการทำฟันปลอมที่ไม่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ ดังนั้นคนที่จะทำฟันปลอมโดยเลือกวิธีการทำสะพานฟัน จะต้องเป็นคนที่ละเอียดและใส่ใจในการทำความสะอาดเป็นอย่างมาก หากทำความสะอาดไม่ดีก็อาจจะทำให้ฟันข้างเคียงเสียหายไปได้ และก่อให้เกิดโรคเหงือก หรือฟันผุได้ง่าย ตัวอย่างเคสการใส่สะพานฟันค่ะ   https://youtu.be/kyN7A9-CWJI?si=OKNFVZpUqFJDnheN ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิกศรีราชา และพัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

นอนกัดฟัน

นอนกัดฟัน

สารบัญ   นอนกัดฟันคืออะไร 10 วิธีเช็คอาการนอนกัดฟัน วิธีแก้ไขอาการนอนกัดฟัน 9 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการนอนกัดฟัน สรุป         นอนกัดฟันคืออะไร   การนอนกัดฟัน (Bruxism) คือ ความผิดปกติในขณะนอนหลับอย่างหนึ่ง เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยวอาหารมีการหดตัวที่ผิดปกติ จึงเกิดการกัดฟันขึ้น ผู้ที่มีอาการนอนกัดฟันมักจะไม่ทราบสาเหตุของการนอนกัดฟันด้วยตนเองคล้ายกับผู้ที่มีอาการนอนกรน การนอนกัดฟันที่มีลักษณะขบฟันแน่น ๆ มักไม่มีเสียงดังทำให้ไม่มีผู้ใดได้ยิน คนที่นอนกัดฟันแบบนี้จะไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นคนนอนกัดฟัน ดังนั้นการนอนกัดฟันตัวเอง จึงจัดเป็นภัยเงียบที่ท่านอาจไม่รู้ตัวได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาฟันต่างๆ ตามมาเช่น ฟันบิ่น ฟันแตก ฟันร้าว สึกจนทะลุโพรงประสาทฟัน ทำให้ปวดฟันเคี้ยวอาหารไม่ได้ ต้องไปพบทันตแพทย์และต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรักษาฟัน อย่างไรก็ตามหากทันตแพทย์พบว่ามีนัยสำคัญทางจิตวิทยาที่ทำให้กัดฟันหรือเกิดความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องปรึกษานักบำบัด ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับอาจให้ทำการทดสอบ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าประชากรโลกกว่าร้อยละ 45 เคยมีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งจากการนอน เช่น นอนละเมอ นอนกรนหรือนอนกัดฟัน ในขณะที่ร้อยละ 35 มีอาการนอนไม่หลับ เมื่อนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ รู้สึกง่วงและหาวอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือ ประสิทธิภาพในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงระหว่างวันลดลง     การนอนกัดฟัน เกิดจากอะไรกันน่ะ?     1. เกิดจากสภาพจิตใจ เช่น เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวันที่อาจมีความเครียดสะสมระหว่างวัน อาจเกิดจากความเร่งรีบในการเดินทาง และการทำงาน รวมไปถึงการได้รับข้อมูลที่ทำให้เกิดความเคลียด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ให้เรานอนกัดฟันในเวลานอนหลับได้ โดยที่เราไม่รู้สึกตัว     2. เกิดจากสภาพช่องปากหรือสภาพฟัน ที่มีความผิดปกติ เช่น เป็นโรคปริทันต์ หรือฟันเก มีการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ ซึ่งในขณะที่หลับ ก็ส่งผลให้นอนกัดฟัน โดยที่ไม่รู้ตัวได้เช่นกัน     3. เกิดจากในคนไข้หรือผู้สูงอายุ ที่มีการสูญเสียฟันแท้ไป โดยที่ไม่ได้ใส่ฟันปลอมทดแทนในการปรับสมดุลช่องปากและฟัน ก็อาจจะทำให้มีช่องโหว่ระหว่างฟัน จำทำให้เกิดอาการนอนกัดฟันได้     4. เกิดจาก มีการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มประเภท คาเฟอีน หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ แฮลกอฮอร์ รวมไปถึงการสูบบุหรี่ มวน หรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งสารเหล่านี้ก็เป็นสิ่งกระตุ้นที่อาจก่อให้เกิดการนอนกัดฟันได้เช่นกัน    5. เกิดจาก การใช้หรือทานยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท ยารักษาหรือระงับอาการทางจิต  ยารักษาโรคซึมเศร้า เป็นต้น               10 เช็คอาการนอนกัดฟัน      1. มีอาการหายใจทางปากเวลานอน    2.มีอาการฟันแตกหรือฟันร้าวขณะบทเคี้ยวอาหาร    3.รู้สึกมีอาการที่ติดขัดเวลาอ้าปากหรือเวลาหุบปาก    4.มีอาการเสียงดังของการขบฟันระหว่างนอน     5.มีอาการเจ็บตรงบริเวณกกหู    6.มีอาการเสียวฟันเมื่อดื่มเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น และขณะแปรงฟัน    7.ได้ยินเสียงที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกร    8.มีอาการปวดศรีษะ    9.มีอาการสึกกร่อนของเหงือก    10.มีอาการปวดและอับเสบบริเวณข้อต่อของขากรรไกร     ปัจจัยอื่นๆที่เพิ่มโอกาสการนอนกัดฟัน ได้แก่   1.อายุ การนอนกัดฟันเป็นเรื่องที่ปกติกับเด็ก แต่โดยทั่วไปจะหายเองตอนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น 2.บุคลิกภาพหรือลักษณะเฉพาะของแต่ละคน เช่นเป็นบุคคลที่มีนิสัยก้าวร้าว สมาธิสั้น 3.สารกระตุ้นต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน 4.การใช้ยารักษาโรค การนอนกัดฟันสามารถเกิดขึ้นได้จากผลข้างเคียงของยาบางชนิดรวมไปถึงยาจิตเวช     วิธีการแก้ไขอาการนอนกัดฟัน   1.การสวมที่ครอบฟันขณะนอนหลับ ซึ่งผลิตมาเพื่อให้พอดีกับฟันของคนไข้โดยเฉพาะ โดยที่ครอบฟันจะป้องกันไม่ให้ฟันบนบดกับฟันล่าง แม้ว่าจะเป็นการจัดการกับการนอนกัดฟันที่ดี แต่นี่ไม่ใช่การรักษา 2.การหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เนื่องจากความเครียดจะเป็นสาเหตุหลักของการนอนกัดฟัน อะไรก็ตามที่สามารถลดความเครียดก็จะช่วยลดการนอนกัดฟันได้ อาทิ การเดินเล่นในสวนสาธารณะ การอ่านหนังสือ หรือการแช่น้ำในอ่างอาบน้ำ การหาวิธีจัดการกับความเครียดในสถานการณ์ต่างๆ ก็อาจช่วยได้ นอกจากนี้ การใช้ผ้าอุ่นแนบกับใบหน้าด้านข้างก็สามารถช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อจากการนอนกัดฟันได้ 3.การลดจุดที่สูงสุดของฟัน เพื่อการทำให้ฟันเท่ากัน การบดเคี้ยวที่ผิดปกติโดยที่ฟันไม่สบกันพอดีสามารถแก้ได้โดยการเสริมฟัน การครอบฟัน หรือการจัดฟันได้     วิธีรักษาแบบใช้ยารักษา   1. ยาคลายกล้ามเนื้อ แพทย์อาจให้ใช้ในบางรายด้วยการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน โดยใช้เป็นระยะเวลาสั้นๆ 2. การฉีดโบทอกซ์ (OnabotulinumtoxinA: Botox) การฉีดโบทอกซ์อาจช่วยผู้ที่มีการนอนกัดฟันอย่างรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการบรรเทารักษาอื่น ๆ นอนกัดฟันรักษาด้วยเฝือกสบฟัน ซี่งเฝือกสบฟัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่                  1. เฝือกสบฟันแบบนุ่ม ทางงานวิจัยเผยว่า การใส่เฝือกสบฟันแบบนุ่มอาจยิ่งกระตุ้นให้สบฟันมากยิ่งขึ้น      2. เฝือกสบฟันแบบแข็ง ข้างนอกเป็นแบบแข็ง แต่ข้างในอ่อนนุ่ม ทำให้รู้สึกสบายตอนสวมใส่ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันอาการกัดฟันได้จริง ซึ่งทาง Vital Sleep Clinic ได้เลือกอุปกรณ์ชนิดนี้ในการรักษาคนไข้ เฝือกสบฟันแข็ง (Splint) สามารถใช้รักษาอาการนอนกัดฟัน ใส่ตอนนอนเพื่อช่วยให้อาการปริทันต์อักเสบดีขึ้น อุปกรณ์ชนิดนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันได้รับบาดเจ็บจากการบดเคี้ยวฟันในช่วงเวลากลางคืน โดยอุปกรณ์ชนิดนี้จะปกคลุมพื้นผิวของฟันทั้งหมด จึงช่วยให้กล้ามเนื้อลดความตึงตัวลง อุปกรณ์สามารถผลิตได้โดยทันตแพทย์หรือห้องแลปที่ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ วัสดุที่นำมาใช้ผลิต splint คือ อะคริลิกใส ที่มีความแข็ง โดยทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ใส่อุปกรณ์ครอบแค่ขากรรไกรบนหรือขากรรไกรล่างแค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่อุปกรณ์ เพื่อลดการสึกหรอของฟัน ปวดกรามอาการข้อต่อขากรรไกรอักเสบ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันฟันสึกจากการนอนกัดฟันได้เพราะเมื่อใส่เครื่องมือแล้ว ฟันบนและฟันล่างจะไม่สามารถสัมผัสกันโดยตรง ทั้งนี้แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เนื่องจากจะต้องมีการนัดมาตรวจและดูอาการเป็นระยะด้วย           ยางกัดฟัน ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ฟันถูกทำลายจากการบดเคี้ยว และการขบเน้นฟัน และในขณะที่กำลังหลับ เป็นอุปกรณ์สำหรับคนที่มีอาการนอนกัดฟัน ซึ่งได้รับความนิยมในสังคมเป็นอย่างมาก อีกทั้งหาซื้อง่ายตายร้านขายยา หรือ shop ทั่วไป ซึ่งตัวยางกัดฟันนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับครอบฟันในขณะที่พักผ่อนนอนหลับ เพื่อลดอาการสบฟันโดยที่เราไม่รู้ตัว โดยทั่วไปแล้วลักษณะของยางกัดฟันจะเป็นยางใส หรือบางรุ่นก็ผลิตมาจากซิลิโคน แต่งต่างกันออกไป นอกจากฟันยางกันกัดฟัน จะลดอาการกัดฟันได้แล้ว ยังลดอาการสึกหรอของฟัน เมื่อเกิดการบดเคี้ยวขณะหลับได้เช่นกัน     9 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการนอนกัดฟัน   1. ตรวจสุขภาพช่องปากประจำปี ปีละ 2 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน 2. ตระหนักถึงความเครียดและความวิตกกังวลและหาวิธีการผ่อนคลาย 3. ลดปริมาณเครื่องดื่มที่ผสมแฮลกอฮอร์เพื่อไม่ให้สุขภาพของฟันแย่ลง 4. ลดปริมาณหรือเลิกการสูบบุหรี่ 5. หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดทุกชนิด 6. หลีกเลี่ยงการกัดสิ่งของเช่น ปากกา ดินสอ หรือของที่เป็นของแข็ง 7. สังเกตุพฤติกรรมของการนอน ถ้าหากว่ามีอาการกัดฟัน ก็ควรหาวิธีการหลีกเลี่ยง และหาวิธีการป้องกัน 8. ฝึกนิสัยการนอนหลับอยู่เสมอ การนอนหลับที่ดีจะช่วยให้ลดอาการ นอนกัดฟัน 9.สอบถามจากคนรอบข้างระหว่างนอน มีเสียงที่เกิดจากการนอนกัดฟันที่ออกจากตัวเราหรือไม่ หากมี ควรแนะนำพบแพทย์ หรือหาแนวทางรักษา       สรุป การนอนกัดฟันเป็นเรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อมีอาการนอนกัดฟันแล้วเราสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตนเอง โดย ลดความเครียด ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการนอนกัดฟัน เพราะฉะนั้นควรลดความเครียด ด้วยการหาแพทย์แนะนำให้ปรึกษาเรื่องความเครียด ออกกำลังกาย หรืออาจจะไปทำสมาธิ นอกจากนั้นอาจจะหาสิ่งที่ช่วยเยียวยา เช่น ใช้ชาคาโมไมล์หรือลาเวนเดอร์ ที่สามารถทำให้สงบผ่อนคลายได้ก่อนนอน หยุดดื่มเครื่องเดิมที่มีคาเฟอีน เช่นกาแฟ และรวมถึงเครื่องดื่มให้พลังงาน พยายามอย่าทานช็อกโกแล็ตมากเกินไป คาเฟอีนเป็นสารที่กระตุ้นอาจทำให้เกิดความเครียดไม่ผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์เป็นตัวที่ทำให้เราซึมเศร้าซึ่งทำให้นอนหลับยากกว่าเดิม แต่ในกลุ่มบางคนส่วนใหญ่อาจทำให้การนอนหลับง่ายขึ้น เติมแคลเซียมเข้าไปในอาหาร แคลเซียมนั้นจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทถ้าปริมาณไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เกิดอาการเกร็งตึง หรือปัญหากล้ามเนื้ออื่นๆ       ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิกศรีราชา และพัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE

ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง

ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง

  ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง ตัวการทำลายยิ้มสวย   สารบัญ   ดื่มชากาแฟทำไมฟันเหลือง อาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดฟันเหลือง วิธีขจัดคราบฟันเหลือง สรุป   ดื่มชากาแฟทำให้ ฟันเหลือง ทำไมกันน้าาาา        ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง ก็เพราะ ชา กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรด ทำให้เมื่อดื่มเข้าไปแล้วทำให้กัดกร่อนสารเคลือบฟันของเรา และใน ชา กาแฟ ยังมีสารโครโมเจนหรือสารที่ก่อให้เกิดสีในปริมาณสูง จึงทิ้งคราบไว้ที่ฟันของเรา ทำให้ฟันของเรามีคราบเหลือง          และไม่ใช่แค่ กาแฟอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึง ชา ไวน์ น้ำอัดลม และผักผลไม้ที่มีสีเข้ม อย่างตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งเป็นของโปรดของคนส่วนใหญ่ ซึ่งพวกอาหารเหล่านี้ก็มีคุณสมบัติทิ้งคราบไว้ให้เกิดฟันเหลืองได้เช่นกัน ส่งผลให้ใครๆ หลายคนมีความกังวลใจที่ เสียความมั่นใจและเสียบุคลิกภาพ   ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิก ศรีราชา และพักทยา ขอแยกจำแนกอาหารที่ก่อให้เกิดฟันเหลือง ดังนี้   เครื่องดื่ม จำพวก ชาและกาแฟ   เครื่องดื่มจำพวก ชาและกาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่มีโครโมเจนหรือสารที่ก่อให้เกิดสีในปริมาณที่เยอะมากๆ  และยังมีแทนนินที่มีความเป็นกรดกัดกร่อนผิวเคลือบฟัน ทำให้โครโมเจนที่เคลือบนผิวฟัน โดยได้มีรายงานค้นพบว่า คราบกาแฟมักเป็นสาเหตุให้เกิดฟันเหลืองซ้ำๆ ได้ง่ายมากๆ ในท่านที่ผ่านการฟอกสีฟันมา อีกทั้งยังกำจัดคราบเหลืองออกได้ยากถึงแม้ว่าจะแปรงฟันอย่างถูกวิธีแล้วก็ตาม และในเครื่องดื่มประเภทชาซึ่งมีปริมาณของสารแทนนินสูงกว่าก็สามารถทำให้เกิดฟันเหลืองได้มากกว่ากาแฟโดยเฉพาะ ชาดำ หากจะให้ใครๆ หลายๆคน หยุดดื่มกาแฟ ก็คงเป็นไปได้ยาก  แต่อาจจะเลือกดื่มชาหรือกาแฟ ที่มีแทนนินน้อยหรือมีรสฝาดน้อย เช่น ชาสมุนไพร ชาขาว ชาเขียว เพื่อใช้เป็นตัวเลือกในการบริโภค เพราะชาหรือกาแฟ ที่มีมีแทนน้อยและมีรสผากน้อยจะไม่ค่อยทิ้งคราบสีที่เกาะติดไว้บนผิวฟัน   เครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม        เครื่องดื่มที่มีสีสรรต่างๆ อย่างเล่นน้ำอัดลม รวมไปถึงโซดาและเครื่องดื่มเกลือแร่บางชนิดที่มีกรดคาร์บอนิก กรดฟอสฟอริก และกรดซิตริก ซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นตัวทำลายผิวเคลือบฟัน อีกทั้งยังมีโครโมเจนที่เป็นสารก่อให้เกิดสีซึ่งเป็นตัวที่สามารถก่อให้เกิดเป็นคราบเหลืองบนผิวฟันได้ โดยการดื่ิมเครื่องดื่มอย่างเช่น น้ำอัดลมที่เย็นจัด อาจทำให้โครโมเจนจับกับผิวฟันได้มากขึ้นด้วย อีกทั้งเครื่องดื่มประเภทนี้ยังมีน้ำตาลสูงเป็นอย่างมากอันเป็นสาเหตุให้ช่องปากเป็นกรดมากขึ้น ซึ่งจะคอยกัดกร่อนผิวเคลือบฟันจนทำให้ฟันเหลืองได้   ผักผลไม้  ผลไม้ที่มีสีเข้ม เช่น มะเขือเทศ บีทรูท สตรอเบอร์รี่ ทับทิม องุ่นแดง บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่   รวมไปถึงน้ำผักผลไม้เหล่านี้ ซึ่งเป็นแหล่งของโครโมเจน แทนนิน และกรด ซึ่งทำให้บริเวณผิวเคลือบฟันอ่อนตัวลงและมีผิวฟันขรุขระไม่เรียบเนียน จนก่อให้เกิดพวกสารโครโมเจนและแทนนินเข้ามายึดเกาะเป็นคราบเหลืองบริเวณผิวฟันที่ขรุขระ  และผลไม้จำพวกสีน้อยอย่างเช่นองุ่นขาวหรือพวกผักผลไม้ที่มีสีอ่อนๆ ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีในการเลือกรับประทาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฟันเหลือง และผลไม้บางชนิดโดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนผิวเคลือบฟันจนเสี่ยงต่อฟันเหลืองได้ด้วยเช่นกัน     เครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์  เครื่องดื่มจำพวกที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ หรือเหล้า ซึ่งจะมีกรดกับสี ซึ่งทำให้ฟันเหลืองขึ้นได้ และ ไวน์แดง มีโครโมเจน แทนนิน และกรดเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ฟันเหลืองได้เช่นกัน โดยผิวเคลือบฟันจะโดนกรดกัดกร่อนแล้วโครโมเจนกับแทนนินจะเข้ามาติดบนผิวเคลือบฟัน แต่ในส่วนของไวน์ขาว แม้จะแตกต่างตรงที่ไม่มีโครโมเจนเหมื่อนไวน์แดง แต่ก็ยังมีแทนนินกับกรดซึ่งทำให้ผิวเคลือบฟันถูกกัดกร่อนได้เช่นกัน จึงทำให้โครโมเจนจากอาหารอื่น ๆ ที่ทานเข้ามาจับกับผิวฟันได้ง่ายจนเกิดคราบเหลืองได้เช่นกัน   ลูกอม ลูกกวาด ไอศรีม ขนมหวาน ลูกอม ลูกกวาด ไอศกรีม และหวานเย็น เป็นอาหารที่มักจะมีส่วนผสมของสีสังเคราะห์ ซึ่งจะทำให้เกิดคราบบนผิวฟันได้ และขนมหวานยังมีส่วนผสมของน้ำตาลสูงอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ช่องปากเป็นกรดจนทำให้ผิวเคลือบฟันถูกทำลายได้ และทำให้คราบอาหารยึดเกาะบนผิวฟัน   เครื่องปรุงบางชนิดในการปรุงอาหาร เครื่องปรุงที่ใช้ในการประกอบอาหาร ตัวอย่างเช่น ผงกะหรี่ ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชูหมักจากน้ำองุ่น และซอสถั่วเหลือง  สามารถทำให้ฟันเหลืองได้เมื่อจับกับผิวเคลือบฟัน หากต้องการใช้เครื่องปรุงในการรับประทานหรือปรุงอาหารเพื่อแต่งรสชาติหรือสีสันในอาหาร อาจเปลี่ยนเครื่องปรุงเป็นซอสครีมหรือน้ำส้มสายชูที่หมักจากข้าวแทน เพื่อป้องกันการเกิดคราบเหลือฟันเหลือง   วิธีในการกำจัดคราบเหลืองจากการดื่ม ชา กาแฟ   1.วิธีดื่มน้ำบ่อย ๆเพื่อช่วยขจัดคราบ หากเราดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำก็จะเป็นตัวช่วยในการขจัดคราบชาและกาแฟไม่ให้เกาะติดบนผิวฟันได้ เพราะนำ้เป็นส่วนที่จะช่วยชะล้าง และลดคราบชากาแฟที่ติดอยู่ตามฟันได้หลังจากที่ดื่มชาและกาแฟ หากใครเป็นคนที่ชอบดื่มชากาแฟเป็นประจำ ในระหว่างที่ทานกาแฟหรือชา ก็อาจจะมีน้ำดื่มสะอาดๆไว้เป็นตัวช่วยในการชะล้างช่องปากและคราบของชากาแฟ   2. ขูดหินปูนปีละ 2 ครั้งหรือ ทุกๆ 6 เดือน ควรพบเเพทย์เพื่อขูดหินปูน ปีละ 2 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน เพื่อช่วยลดปัญหาการเกิดคราบพลัคจากการทานอาหาร รวมไปถึงคราบเครื่องดื่มจากพวกชา กาแฟที่เป็นคราบติดบนผิวฟัน ถ้าปล่อยไว้นานก็จะเกิดคราบหินปูนเกาะบริเวณฟันได้ หากไม่ได้ขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ในระยะยาว     3. ใช้ยาสีฟันที่ช่วยลดคราบเหลืองจากชากาแฟ ที่มีส่วนผสมของ Micro White Silica ซิลิกาอณูเล็กพิเศษที่มีส่วนช่วยลดคราบพลัคไม่ให้เกาะติดตามผิวฟันและร่องฟัน โดยไม่ทำลายเคลือบฟัน PVP ช่วยสลายคราบเหลืองจากชา กาแฟที่มีการเกาะติดบนผิวฟัน  CYCLODEXTRIN (CDX) เพื่อช่วยลดกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น Hydroxyapatide HAP คืนแร่ธาตุสู่ผิวฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง เติมเต็มช่องว่างระหว่างเนื้อฟัน     สรุป      การใช้ชีวิตคนเราในปัจจุบัน ก่อให้เกิดคราบฟันเหลืองได้หลากหลายสาเหตุ ตัวอย่างเช่นการดื่มชากาแฟ รวมไปถึง การทานผักผลไม้ เครื่องดื่มเเฮลกอฮอร์และเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม หรือพวกโซดาต่างๆ  รวมไปถึงพวกของหวาน ลูกกวาด ลูกอม และของหวานที่มีส่วนของผสมของนำ้ตาล อีกทั้ง ส่วนผสมหรือเครื่องปรุงในการใช้ประกอบอาหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดคราบฟันเหลืองทั้งสิ้น ดังใน วิธีการป้องกัน เช่นในการดื่มชากาแฟ ก็ควรที่จะมีน้ำดื่มที่สะอาด ไว้สำหรับชะล้างพวกคราบที่จะติดบนผิวฟัน หลังจากดื่มชากาแฟเสร็จ และก็ไม่ควรที่จะละเลยที่จะไปพบเเพทย์เพื่อดำเนินการขูดหินปูน 2  ครั้งต่อปี หรือทุกๆ 6 เดือน และเลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนช่วยในการขจัดคราบ ลดกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น และยาสีฟันก็ควรจะต้องมีคุณสมบัต ที่ช่วยคืนแร่ธาตุสู่ผิวฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง และเติมเต็มช่วงว่างระหว่างเนื้อฟันอีกด้วย     ทุกปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน ปรึกษาฟรี ได้ที่ ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก สาขา ศรีราชา และ พัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE    

แมงกินฟัน

แมงกินฟัน

      สารบัญ แมงกินฟันคืออะไร สาเหตุที่ทำให้เกิดแมงกินฟัน วิธีดูแลและรักษาไม่ให้เกิดแมงกินฟัน ปวดฟันทำอย่างไรดี  สรุป   ใช่หรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ เรื่อง แมงกินฟัน   หลายต่อหลายคน คงได้ยินคำว่า แมงกินฟัน ทำให้เกิดฟันดำ และฟันผุ ถ้าหากเราดูแลรักษาทำความสะอาดฟันไม่ดี จะทำให้แมงเข้าไปกินฟันของเรา ว่าแต่ แมงกินฟัน มีจริงหรือ? แล้วแมงกินฟันของเราได้ จริงหรือ แล้วหน้าตาของแมงกินฟัน จะมีลักษณะเป็นยังไงกันนะ วันนี้  ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก มีคำตอบมาให้ค่ะ   แมงกินฟันคืออะไร   แมงกินฟัน ฟันกินแมง แมงอยู่ในฟัน ฟันเป็นรู หรือฟันเป็นโพรง จริงแล้ว แมงกินฟัน ไม่มีอยู่จริง แมงกินฟัน คือ แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปาก เกิดขึ้นจากการสะสมของเศษอาหารที่ติดอยู่ที่ซอกฟัน หรือซี่ฟัน ซึ่งเมื่อมีการสะสมของเศษอาหารในระยะเวลาหนึ่งก็จะเกิดเป็นกรด ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนตัวเคลือบฟัน ทำให้ซี่ฟันสูญเสียแคลเซียม และ ฟอสฟอรัส หากไม่มีการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี หรือการแปรงฟันที่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดอาการปวดฟัน และถ้าปล่อยไว้ ก็จะทำให้เกิดฟันผุได้ในที่สุด ซึ่งโรคนี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายในเด็กช่วยอายุประมาณ 3-6 ปี หรือในผู้ใหญ่ที่ ขาดการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้องและผิดวิธี รวมไปถึงการแปรงฟันที่ไม่สะอาดอีกด้วย   สาเหตุที่ทำให้เกิดแมงกินฟัน แมงกินฟันสามารถเกิดได้หลายๆ รูปแบบดังนี้   1. รูปร่างและลักษณะของฟันแต่ละซี่เกิดจากความผิดปกติของกรรมพันธุ์ หรือเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้ เช่นลักษณะฟันมีการเกทับซ้อนกัน                   ทำให้การทำความสะอาดเข้าถึงได้ยาก     2. ขาดแคลเซียม ฟอสฟอรัส และพวกวิตามิน A และ C  ที่มีความสำคัญต่อต่อการบำรุงฟัน   3.เกิดการสะสมของแบคทีเรียที่เกิดจากการรับประทานอาหาร และเกิดจากการทำความสะอาดช่องปากและ ซี่ฟันไม่ทั่วถึง 4. ประสิทธิภาพการผลิตน้ำลายในช่องปากน้อยเกิดไป จนไม่สามารถชำระล้างและฆ่าเชื่อแบคทีเรียในช่องปากได้เท่าที่ควร   วิธีดูแลรักษาและป้องกัน        1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมไปถึงวิตามินต่างๆ เช่น วิตามิน A และ C รวมไปถึงอาหารที่มีแคลเซียมและ ฟอสฟอรัส เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ                 ในการดูแลและปกป้องผิวเคลือบฟัน 2. ทำความสะอาดช่องปาก หรือแปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลังรับประทานมื้ออาหาร 3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดช่องปากหลังการแปรงฟัน อย่างเช่น ไหมขัดฟัน และ น้ำยาป้วนปากที่ไม่มีสารกัดกร่อนผิวฟัน เพื่อช่วย              เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความสะอาด 4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอย่างน้อยวัน 8 แก้ว หรือ 1.5 ลิตร เพื่อเป็นตัวช่วยในการผลิตน้ำลายให้มีประสิทธิภาพในการชำระล้าง                  แบคทีเรียในช่องปาก 5.หากต้องเคี้ยวหมากฝรั่งให้เลือกเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของ xylitol ซึ่งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันผุ 6. พบหมอฟันเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน หรือเมื่อเริ่มมีอาการเพื่อวางแผนในการรักษาอย่างทันถ่วงที 7. หากพบว่าฟันเริ่มเป็นรูหรือโพรง ให้กำจัดฟันผุโดยการใช้วัสดุในการอุดฟัน 8. หากในกรณีที่ฟันเป็นรูหรือผุจนถึงโพรงประสาทฟัน จะต้องดำเนินการรักษาโดยการรักษารากฟัน   ส่วนไหนของฟันที่มีโอกาสผุได้มากมากกว่าส่วนอื่น         โดยปกติแล้วผิวฟันของคนเราจะมีทั้งในส่วนที่ราบเรียบและในส่วนที่เป็นร่องฟัน ซึ่งในส่วนของที่เป็นร่องฟันนี้เองที่มีโอกาสที่จะเกิดฟันผุได้มากกว่าส่วนอื่นๆ เพราะเป็นตำแหน่งที่เวลาทานอาหารแล้วเศษอาหารจะเข้าไปติดในร่องฟันได้ง่ายจึงมีโอกาสส่วนที่จะทำให้เศษอาหารเข้าไปติดในซอกฟันนั้นๆ หากทำความสะอาดไม่ดีแล้ว ก็จะไม่สามารถทำความสะอาดได้หมด หากซอกฟันส่วนใดส่วนนึงที่ทำให้ฟันผุแล้ว จะส่งผลต่อฟันซี่ข้างๆ ได้รับผลกระทบจากฟันที่ผุได้ด้วยอย่างลุกลามและรวดเร็ว           ถ้าฟันผุแล้วไม่ได้รับการรักษาจะก่อให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง   ปัญหาที่ส่งผลต่อเนื่องหากมีอาการฟันผุ ก็จะก่อให้เกิด อาการเสียวฟัน และปวดฟัน และที่สำคัญจะเป็นการสร้างบุคลิกภาพในด้านดีของตนเองอีกด้วย เช่น ไม่กล้ายิ้ม และ มีกลิ่นปากจนไม่กล้าที่จะมีการพูดคุยหรือประสานงานกับ บุคคลอื่นได้ ในบางกรณีที่มีฟันผุจนทะลุชั้นเนื้อโพรงประสาท ก็จะมีอาการติดเชื้อหรืออักเสบ ทำให้ช่องปากมีตุ่มหนอง และมีอาการบวม รวมไปถึงมีอาการปวดร่วมด้วย และอาจจะมาสู่ ปัญหาสุขภาพอย่างร้ายแรงอื่นๆ ได้ เช่นมีอาหารฟันหัก ฟันโยก จนต้องรักษาโดยการถอนฟัน จนส่งผลต่อระบบอื่นๆ ของร่างกายได้   ปวดฟันทำอย่างไรดี วิธีบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น หากยังไม่สามารถไปพบทันตแพทย์ได้ทันที สามารถบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้นด้วยตนเอง ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้       1. ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ปวดฟันเพิ่มขึ้น หรือทำให้ประสาทฟันบาดเจ็บมากขึ้น          เช่น           – ของเย็นจัด : น้ำแข็ง ไอศครีม           – ของร้อนจัด : น้ำร้อน ชาร้อน กาแฟร้อน อาหารร้อน           – อาหารที่มีรสหวานจัด รสเปรี้ยว       2. ลดการกระทบกระแทกกับฟันซี่นั้น อาการปวดฟันจะเป็นมากขึ้น ถ้าฟันซี่นั้นถูกกระแทกบ่อยๆ หรือตัวฟันสูงกว่าซี่อื่นๆ บางครั้งฟันถูกหนุนลอยตัวขึ้นมาเพราะมีหนอง       3. รับประทานอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก เช่น อาหารนิ่มๆ เลี่ยงอาหารแข็งๆ หรือเหนียวๆ ที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมาก  หรือเลี่ยงไปเคี้ยวอีกด้าน       4. ใช้ไหมขัดฟัน ถ้าอาการปวดเกิดจากเศษอาหารติดฟัน อาการจะเป็นมากถ้าอาหารถูกอัดแน่นในซอกเหงือกเป็นเวลานานๆ วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้รีบเอาเศษอาหารเหล่านั้นออกให้เร็วที่สุด โดยการใช้ไหมขัดฟัน (Dental floss) ไม่ควรใช้ไม้จิ้มฟัน       5. ใช้น้ำร้อนช่วยประคบ ถ้ามีฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน เป็นหนองที่ปลายรากฟัน และมีอาการบวมเห็นได้ชัด การใช้น้ำร้อนช่วยประคบบริเวณที่บวมภายนอกช่องปากช่วยลดอาการปวดฟันได้ดี และช่วยเพิ่มการระบายหนอง  สามารถบรรเทาอาการปวดได้ดีทีเดียว       6. น้ำมันกานพลู เป็นยาที่ช่วยลดอาการปวดฟันได้ ซึ่งมีการนำมาใช้เป็นเวลานานแล้ว โดยใช้สำลีชุบน้ำมันกานพลู แล้วอุดลงไปในรูที่ผุ  ฤทธิ์ของน้ำมันกานพลูจะออกฤทธิ์เป็นยาแก้ปวดฟันที่ดีมาก                  7. อมเกลือแก้ปวดฟัน เกลือมีสรรพคุณที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดฟัน เราสามารถนำเกลือผสมกับน้ำอุ่น อมทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที เพื่อบรรเทาอาการปวดฟันได้                                 สรุป        ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่เราได้ยินประโยคที่ว่า แมงกินฟัน ฟันกินแมง หรือนอนกินฟัน นั้น ไม่มีอยู่จริง ไม่มีหนอน หรือแมง ใดๆ ทั้งสิ้นที่เข้าไปอยู่ในช่องปากแล้วเข้าไปทำลายฟันของพวกเรา ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ฟันเกิดอาการผุ เป็นรูและมีสีดำ เกิดจากการทานอาหาร แล้วเศษอาหารเหล่านั้นเข้าไปติดอยู่ในซอกซี่ฟัน และไม่ได้รับการแปรงฟัน หรือทำความสะอาดฟันที่ไม่ดีพอ จดเกิดการสะสมของเเบคทีเรียซึ่งกระตุ้นสารที่ก่อให้เกิดการทำลายของเคลือบฟันจนทำให้ฟันผุในที่สุด    ทุกปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน ปรึกษาฟรี ได้ที่ ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก สาขา ศรีราชา และ พัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

ฟันน้ำนมมีความสำคัญ อย่างไร

ฟันน้ำนม

ความสำคัญของฟันน้ำนมของลูกน้อย🦷 คุณพ่อ คุณแม่ รู้ไหมว่าฟันน้ำมันของลูกน้อยนั้นสำคัญอย่างไร วันนี้คลินิกโมเดิร์นสไมล์ จะเชิญชวน คุณพ่อ คุณแม่ ของลูกน้อยมาใส่ใจเรื่องสุขภาพฟันของลูกให้มากขึ้น โดยเริ่มจากการทำความรู้จักฟันน้ำนมซี่แรก เพราะชุดฟันน้ำนมนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ ‘ฟันชั่วคราว’ แต่มีหน้าที่อื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้ใคร คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องทำใส่ใจ และดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อย ให้สะอาดอยู่เสมอในทุกช่วงวัย สารบัญ       >ฟันน้ำนมของลูกน้อยจะเริ่มขึ้นตอนไหน – ขึ้นครบเมื่อไหร่       >ฟันน้ำนมคืออะไร       >หน้าที่ของฟันน้ำนม       >การสังเกตอาการฟันน้ำนมผุในลูกน้อย       >เด็กไม่แปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่จะรับมือยังไงดี   ฟันน้ำนมของลูกน้อยจะเริ่มขึ้นตอนไหน – ขึ้นครบเมื่อไหร่ ฟันน้ำนมของเด็กนั้นจะเริ่มขึ้นในขวบปีแรก โดยฟันจะค่อย ๆ เริ่มขึ้นเมื่อเด็กมีอายุตั้งแต่ 6-12 เดือนขึ้นไป ฟันน้ำนมของเด็ก จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 20 ซี่ และจะเริ่มทยอยขึ้นจนครบ 32 ซี่ เมื่อมีอายุตั้งแต่ 12-21 ปีขึ้นไป ฟันน้ำนมทั้ง 20 ซี่ของเด็ก จะทยอยขึ้นจนครบทุกซี่เมื่อเด็กมีอายุได้ 3 ปี      # # โดยฟันน้ำนมจะเริ่มหลุดเมื่อเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี  # # * * หลังจากนั้นฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่ * *     ฟันน้ำนมคืออะไร ฟันน้ำนม คือ กระดูกที่ขึ้นมาเพื่อให้ใช้บดเคี้ยวอาหาร โดยฟันน้ำนมชุดแรกนั้น จะขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน โดยทั่วไปจะขึ้นเป็นคู่พร้อมกัน 2 ซี่ คือ ฟันซี่หน้าด้านล่าง และจะค่อยๆ ขึ้นจนครบ 20 ซี่  * ซึ่งฟันของลูกมักจะทยอยขึ้นตามลำดับดังนี้ * ฟันหน้าด้านล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 6 เดือนถึง 8 เดือน ฟันหน้าด้านบน จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 8 เดือนถึง 12 เดือน เขี้ยวทั้งด้านบนและด้านล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 16 เดือนถึง 20 เดือน ฟันกรามใหญ่ทั้งบนและล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 12 เดือนถึง 16 เดือน ฟันกรามเล็กทั้งบนและล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 20 เดือนถึง 30 เดือน     หน้าที่ของฟันน้ำนม 1. ช่วยในการเคี้ยวอาหาร เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตได้ดี ในการวิจัยพบว่าเด็กที่มีฟันผุหลายซี่ อาจทำใหมีการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน 2. เพื่อให้การออกเสียงชัด เด็กวัยนี้เป็นวัยฝึกพูด การที่ฟันหน้าน้ำนมผุ แหว่งไป มีผลต่อการออกเสียงที่ชัดเจนถูกต้อง 3. ฟันน้ำนม ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี โดยธรรมชาติในหมู่เด็กจะมีการล้อเลียนกันอยู่แล้ว เมื่อมีใครที่มีฟันผุหรือฟันถูกถอนไปก่อนกำหนดทำให้เกิดการล้อเลียนกัน ทำให้ความไม่มั่นใจเกิดขึ้น 4. การมีฟันน้ำนมใช้งาน กระดูกที่รองรับฟันก็จะได้รับการกระตุ้นให้เติบโตขยายใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติ หากฟันน้ำนมถูกถอนไป ทั้งกระดูกและพื้นที่ในช่องปากก็จะลดลง ส่งผลให้ฟันแท้เบียดเกได้ วิธีการดูแลรักษาสุขภาพเหงือกและฟันน้ำนม 1.ให้เด็กแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน แปรงฟันให้เด็ก หรือช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีแปรงฟัน 2.รักษาความสะอาดของช่องปากอยู่เสมอ บ้วนปาก แปรงฟัน หลังรับประทานอาหาร และควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟันเพิ่มเติม 3.รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ และจำกัดปริมาณอาหารหรือขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์ 4.พาเด็กไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันเป็นประจำ     การสังเกตอาการฟันน้ำนมผุในลูกน้อย เราสามารถสังเกตฟันผุในระยะเริ่มแรกของเด็กได้จาก รอยสีขาวขุ่นบริเวณคอฟัน มีจุดสีดำหรือสีน้ำตาลเล็กๆ บนผิวฟัน เมื่อพบรูผุที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเด็กจะมีอาการปวดฟัน หรือเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือของหวาน ควรได้รับการรักษาโดยการอุดฟัน ซึ่งเมื่อฟันผุลุกลามจนเกิดการติดเชื้อของเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน เด็กจะปวดฟันมากจนนอนไม่หลับ ต่อมาจะเกิดหนอง ถึงขั้นนี้ก็คงจะต้องทำการรักษารากฟันหรือถอนฟัน     # เด็กไม่แปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่จะรับมือยังไงดี # ไม่ใช่เด็ก ๆ ทุกคนที่จะชอบแปรงฟัน ดังนั้น หากลูกเริ่มมีปฏิกิริยาปฏิเสธ หรืองอแงที่จะแปรงฟันขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ คุณพ่อคุณแม่สามารถจะรับมือได้ ดังนี้ค่ะ ลองร้องเพลง เด็กมักจะถูกหลอกล่อด้วยเสียงเพลงและดนตรีได้ง่าย เพื่อให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายขึ้นขณะแปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะร้องเพลงไปด้วย ยิ่งเป็นเพลงที่ลูกชอบยิ่งดี แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าเสียงของตัวเองอาจจะทำให้ลูกตกใจมากกว่าผ่อนคลาย ก็สามารถเปิดเพลงประกอบแล้วลิปซิงค์ไปพร้อม ๆ กันก็ได้ค่ะ ทำให้การแปรงฟันสนุกขึ้น เหมือนเป็นเกมแปรงฟันแบบวิ่งผลัด โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะตกลงกับลูกอีกนิดหนึ่งว่า ถ้างั้นเดี๋ยวพ่อหรือแม่จะแปรงให้ดูก่อน แล้วลูกค่อยแปรงตามนะ เมื่อแปรงเสร็จแล้วก็ส่งสัญญาณว่า เอาล่ะพ่อ/แม่แปรงเสร็จแล้ว ต่อไปตาหนูแล้วนะ ให้ลูกคุ้นเคยกับแปรงสีฟัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้ลูกได้ถือ หยิบ จับ หรือแม้แต่กัดแปรงสีฟันเล่น เพื่อทำความคุ้นเคยกับแปรงสีฟันไปก่อน เพราะเมื่อลูกเริ่มเอาแปรงสีฟันเข้าปากได้เอง ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะสอนแปรงฟันอย่างถูกวิธีต่อไป แต่ไม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นแปรงสีฟันโดยคลาดสายตานะคะ เพราะอาจเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ค่ะ ใจเย็น ๆ ใช่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรใจเย็น ๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ดีในครั้งแรก ถ้าลูกยังไม่ยอมแปรงฟันด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องแปรงให้ไปก่อน หรือทำความสะอาดฟันของลูกด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำ ระหว่างนั้นค่อยๆ  เกลี้ยกล่อมไปเรื่อย ๆ ว่าแปรงฟันเองจะเป็นเก่ง หรือจะได้ของรางวัล พยายามทำให้ลูกเห็นข้อดีของการแปรงฟันด้วยตัวเองไปพร้อม ๆ กันค่ะ เมื่อคุณพ่อ คุณแม่ กังวลเรื่องสุขภาพฟันของลูกน้อย สามารถเข้ามาปรึกษาเราได้ที่ MODERN SMILE DENTAL CLINIC สาขาศรีราชา, สาขาพัทยา  เรา คือ คลีนิกทันตกรรมที่ดีที่สุดในชลบุรี เปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี พร้อมทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราได้รับความไว้วางใจจากชาวเมืองศรีราชาและพัทยามาอย่างยาวนาน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งทางด้าน เครื่องมือ อุปกรณ์ทางทันตแพทย์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ พร้อมทั้งคัดสรรทันตแพทย์ที่มีคุณภาพและเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทันตกรรมต่างๆ เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน จัดฟัน เกรารากฟัน รักษารากฟัน ทำฟันปลอม รากเทียม ฟอกสีฟัน เครือบฟลูออไลน์ และอื่นๆอีกมากมายไว้บริการทุกท่านด้วยคลินิกทันตกรรมครบวงจรเรายินดีและพร้อมให้บริการการรักษาทุกท่านซึ่งครอบคลุมทุกด้านทางทันตกรรม 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

เป็น โรคเหงือกอักเสบ ก็จัดฟันได้ ที่ Modern Smile ทำฟัน จัดฟัน

เป็นโรคเหงือกจัดฟันได้ แต่ต้องรักษา ทำฟัน จัดฟัน

เป็น โรคเหงือกอักเสบ ก็จัดฟันได้ ที่ Modern Smile ทำฟัน จัดฟัน   จบปัญหา  …..  ใครที่เจอปัญหา เป็น โรคเหงือกอักเสบ ก็จัดฟันได้ ที่ Modern Smile ทำฟัน จัดฟัน เรามีทันตแพทย์เฉพาะทางโรคเหงือก คอยดูแลทุกท่าน จัดฟันได้ หายห่วง   เป็นโรคปริทันต์อักเสบ จัดฟันได้ไหม ถ้าอาการไม่หนักมาก และยอมรับได้ว่า การจัดฟันอาจมีข้อจำกัด ก็สามารถจัดฟันได้ แต่ต้องรักษาให้หายก่อน อย่างน้อย 4-6 เดือน จนแน่ใจว่าหายแล้ว และจนประเมินได้ว่า ผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาความสะอาดในช่องปาก ของตัวเองได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม โรคปริทันต์อักเสบ มักรักษาให้หายขาดยาก จำเป็นต้องอาศัยระเบียบวินัยของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ในการรักษาความสะอาดช่องปาก และดูแลเรื่องอาหารการกิน จึงไม่อาจพึ่งการรักษา จากทันตแพทย์เพียงอย่างเดียวได้ แต่ถ้าเป็นโรคปริทันต์อักเสบขั้นรุนแรงมาก จนทันตแพทย์ไม่แนะนำให้จัดฟัน ก็ไม่ควรฝืน การหาทางเก็บรักษาฟันเอาไว้ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด 🥴🥴โรคเหงือกภัยเงียบที่ใครๆก็คิดว่าไม่น่ากลัว ละเลยการขูดหินปูนและไม่ได้รับการทำความสะอาดฟันที่ไม่ถูกวิธี จึงส่งผลให้สุดท้ายเป็นโรคเหงือกอักเสบทำให้เกิดโรคที่หัวใจได้อย่างไร..?       โรคเหงือกอักเสบ คืออะไร และเราจะรู้ได้อย่างไร ? ว่าเราเป็นโรคเหงือกอักเสบ   โรคเหงือก เกิดจากหินปูน, คราบพลัคและแผ่นคราบจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่บนผิวฟันแผ่นคราบจุลินทรีย์ เกิดจากการแปรงฟันไม่สะอาดหรือแปรงไม่ทั่วถึง ซึ่งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดเหงือกอักเสบ จะอาศัยอยู่ในแผ่นคราบจุลินทรีย์ เมื่อแผ่นคราบจุลินทรีย์ไปผสมรวมกับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในช่องปาก จะทำให้ตกตะกอนเป็นหินปูน ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งเหนือเหงือกและใต้เหงือก เมื่อร่างกายตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย จะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพื่อไปทำลายเชื้อแบคทีเรียร่างกายจะหลั่งสารต้านการอักเสบเพื่อกำจัดเชื้อโรค เช่น สารอินเตอร์ลิวคิน (Interleukin), พรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) และทูเมอร์ เนคโครซิส แฟกเตอร์ – อัลฟา (Tumor Necrosis Factor – alpha) ออกมาต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรีย ขณะเดียวกัน เชื้อแบคทีเรียก็หลั่งสารบางชนิดออกมาทำลายเหงือกและกระดูกรอบฟัน เมื่อร่างกายและเชื้อแบคทีเรียต่างหลั่งสารออกมา จะเกิดปฏิกิริยาทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบที่มีอาการ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน หรือคนที่สูบบุหรี่ จะยิ่งทำให้เกิดการทำลายของกระดูกรอบฟันมากขึ้น ส่งผลให้ฟันโยกและเป็นหนอง คนที่ไม่เคยไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจและดูแลรักษาฟัน เชื้อแบคทีเรียจะไม่ถูกกำจัดออก ช่องปากจะกลายเป็นช่องทางของเชื้อโรคอื้น ๆ ที่สามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้เมื่อเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่กระแสเลือด เลือดจะนำเชื้อไปสู่หัวใจ, กล้ามเนื้อหัวใจและส่วนต่าง ๆ ทำให้เกิดการอักเสบที่หัวใจ   สาเหตุ และ ปัจจัยเสี่ยง ของโรคเหงือกอักเสบ สาเหตุโดยทั่วไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่คิดว่า การมีหินนํ้าลายหรือมีหินปูนอยู่ในปาก เป็นตัวทําให้เกิดการอักเสบของเหงือกแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ สาเหตุหลักจริงๆ ก็คือ            คราบอาหาร หรือ เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ตามขอบเหงือกและซอกฟัน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยส่งเสริมใหัโรคมีความรุนแรงมากขึ้น เช่น การสูบบุหรี่ ผู้หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมากมาย หรือแม้แต่คนที่เป็นโรคเบาหวานแล้วควบคุมระดับนํ้าตาลไม่ได้ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งเสริมให้ร่างกายมีความอ่อนแอลงก็จะทําให้การอักเสบของเหงือกมากขึ้น   โรคเหงือกอาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น   อายุ โดยโรคเหงือกมักพบในวัยผู้สูงอายุ เพศ ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเหงือกได้มากกว่าผู้ชาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศในช่วงวัยเจริญพันธุ์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น สูบบุหรี่ พักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารแบบไม่ถูกสุขลักษณะอย่างการดื่มน้ำอัดลมหรือการรับประทานอาหารทอด รวมทั้งไม่แปร ฟันทันทีหลังรับประทานอาหารดังกล่าว ความเครียด ซึ่งอาจทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายขึ้น การใส่เครื่องมือจัดฟัน ซึ่งอาจทำให้ขจัดคราบพลัคออกไปได้ายากขึ้น ปัญหาสุขภาพหรือโรคบางชนิด เช่น ภาวะขาดสารอาหาร การติดเชื้อไวรัสเอชไอวีหรือเอดส์ โรคเบาหวาน เป็นต้น ประวัติทางการแพทย์อื่น ๆ เช่น เคยเข้ารับการทำเคมีบำบัด และเคยเป็นโรคเกี่ยวกับเหงือก เป็นต้น     การรักษา และการป้องกันโรคเหงือกอักเสบ ควรทําอย่างไร การรักษาโรคทุกชนิดจําเป็นต้องกําจัดสาเหตุออกไป เพราะฉะนั้นสาเหตุหลักของโรคเหงือกอักเสบ คือ เชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ตามขอบเหงือกและซอกฟัน การรักษาคือต้องกําจัดสาเหตุเหล่านี้ออกไป โดยการขูดหินนํ้าลายและเกลารากฟันแต่แค่นั้นยังไม่พอ เราจําเป็นจะต้องมีการแปรงฟันทําความสะอาดฟัน เนื่องจากสาเหตุของโรคจะมาทุกวันหลังจากที่เราไปทานอาหารก็จะมีสาเหตุใหม่กลับมา มีการอักเสบใหม่ตลอดเวลาเพราะลําพังแค่บอกว่าไปหาหมอ แล้วให้หมอขูดหินนํ้าลาย อันนั้นไม่ใช่การรักษาแต่เป็นแค่การทําความสะอาดฟัน การรักษาโรคเหงือก  ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านโรคเหงือก หรือ ปริทันตแพทย์ (Periodontist) จะมุ่งเน้นด้านการรักษาโรคปริทันต์หรือโรคเหงือก ซึ่งโดยทั่วไปมักจะหมายถึงโรคเหงือกอักเสบและโรคเยื่อหุ้มฟันอักเสบ รวมถึงการทำศัลยกรรมเหงือกและการปลูกถ่ายเหงือก ผู้ป่วยเองจําเป็นจะต้องมีการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด สมํ่าเสมอ ด้วยการแปรงฟันและใช่ไหมขัดฟัน อย่างถูกวิธีเพื่อกําจัดสาเหตุใหม่ที่กลับมาทุกวันและที่สําคัญที่สุดคือจําเป็นจะต้องไปพบทันตแพทย์ทุกๆ ๖ เดือน เพื่อให้คุณหมอได้ตรวจดูว่าเราแปรงฟันได้สะอาดเพียงพอหรือไม่ มีการอักเสบของเหงือกใหม่หรือเปล่า ก็อยากให้ทุกคนดูแลตัวเองให้มากขึ้น การป้องกันโรคเหงือก  เราสามารถป้องกันการเกิดโรคเหงือกได้ด้วยตนเองตามวิธีดังต่อไปนี้ แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เน้นแปรงบริเวณฟันและรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก โดยควรใช้แปรงสีฟันหัวเล็กที่มีขนแปรงนุ่ม และใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ 3-4 เดือน เพราะแปรงสีฟันเก่าจะมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟันลดลงและอาจทำให้เหงือกเกิดการบาดเจ็บได้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดหากต้องใช้เครื่องมือทำความสะอาดฟันอย่างไหมขัดฟัน แปรงสำหรับซอกฟัน หรือเครื่องมืออื่น ๆ ดื่มน้ำให้มาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการรับประทานอาหาร เพราะช่วยขจัดเศษอาหารตามซอกฟันและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดคราบพลัคที่ฟันได้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน งดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่อาจทำให้ช่องปากเกิดการระคายเคืองและทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ในช่องปากได้     เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น โรคเหงือก?   มีเลือดออกขณะแปรงฟัน หรือตอนใช้ไหมขัดฟัน เหงือกแดง และบวมหรือนุ่ม ฟันดูยาวขึ้น เนื่องจากเหงือกร่น เหงือกไม่ติดอยู่กับฟัน เหมือนมีร่อง ฟันมีการขยับเขยื้อนเวลาเคี้ยว มีหนองไหลออกมาจากบริเวณร่องเหงือก มีกลิ่นปาก ทั้งนี้ อาการที่เกิดจากโรคเหงือกอาจสังเกตได้ยาก เพราะบางครั้งคนไข้อาจไม่มีอาการปวดหรือระคายเคืองบริเวณเหงือก ดังนั้น การเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจช่องปากเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้ทันตแพทย์ตรวจพบความผิดปกติของเหงือกและทำการรักษาตั้งแต่ระยะแรก ทั้งยังช่วยป้องกันการสูญเสียฟันอีกด้วย     🙋‍♀️📣รู้หรือไม่?? วันนี้เราให้คุณมากกว่าที่เคย ด้วยความสะอาดถึงชั้นอากาศ ปวดฟัน ฟันผุอยู่ใช่ไหม?? เอ๊ะๆๆแต่ถ้าไม่แน่ใจให้Modern Smileดูแลก็ดีนะคะ🙏#ทำฟัน #จัดฟัน #จัดฟันผ่อนจ่าย #ตรวจฟันฟรี #ทำฟันศรีราชา #ทำฟันพัทยา😄❤️ พบจบปรึกษา ทุกปัญหาสุขภาพฟันเรามีคำตอบที่ ช่องทางออนไลน์ที่มีให้หลากหลาย วันนี้ Modernsmile เรา มีช่อง Youtube แล้วนะครับ สามารถติดตามได้ที่นี่เลย https://www.youtube.com/channel/UCNvGrtWaXBcHZVN8CW7f0yQ ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ กดกระดิ่ง กดติดตามได้เลยนะคะ 🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎 ช่องทาง Social ของเราตอนนี้มีหลายช่องทางนะคะ สามารถติดต่อได้เลยนะคะ 📢📢📢📢📢📢📢📢📢📢 Line : สาขาศรีราชา https://line.me/ti/p/nf2qatu_il Line : สาขาพัทยา https://line.me/ti/p/2eoqb-5Cp- Instagram Modernsmile: https://www.instagram.com/modernsmile.dental/

จัดฟันหน้าเรียวพัทยา ปรับรูปหน้าได้จริงไหม

ข้อปฏิบัติ หลังการจัดฟัน

จัดฟันหน้าเรียวพัทยา ปรับรูปหน้าได้จริงไหม จัดฟันหน้าเรียวพัทยา ปรับรูปหน้าได้จริงไหม คือทุกคนต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่านะคร่าว่า โดยปกติการจัดฟันไม่ได้มีผล ต่อการปรับรูปหน้าโดยตรง เพราะการจัดฟันนั้นเป็นการช่วยทำให้ฟันที่มีอยู่ในปากเป็นระเบียบสวยงาม แต่หากฟันซี่ใดมีลักษณะบิดโค้งหรือไม่สบกัน ที่ส่งผลต่อรูปหน้าโดยตรง รวมทั้งส่งถึงในการบดเคี้ยวอาหาร ซึ่งบางคนก็มีปัญหาจากการที่ฟันบนไม่สบกับฟันล่าง ส่งผลให้การกัดเป็นไปด้วยความยากลำบากด้วย คำถามนี้เป็นคำถามปราบเซียนเหมือนกันนะคะ เพราะจะได้ยิน และถูกถาม บ่อยมากๆ เกี่ยวกับเรื่องการจัดฟัน ว่ามีผลทำให้หน้าเรียวลงหรือไม่ คือถ้าตอบเลยว่าจริงวงการเมโส กับวงการร้อยไหมคงต้องสั่นสะเทือน ต้องบอกก่อนว่าการที่หน้าคนเราจะบานหรือจะเรียวมันมีองค์ประกอบหลายส่วนที่ทำให้หน้าคนเรามีลักษณะเรียวหรือว่าบานออกเแยกลักษณะได้ดังนี้ ลักษณะโครงกระดูกของของคนไข้ มีความกว้างมากน้อยแค่ไหน (Intergonial width) โครงสร้างของขากรรไกรว่ามีความชันของขากรรไกร (Mandibular Plane) มากน้อยแค่ไหน ส่วนของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวอาหาร (Chewing muscle)  โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม (Masseter and Bucinator) และบริเวณมุมของขากรรไกร พฤติกรรมการ ทานอาหารว่า ชอบทานอาหารมีลักษณะเหนียวแข็งหรือไม่ ซึ่งทั้ง 4 ข้อนี้มีผลเกี่ยวข้องกับ การที่เราจะมีรูปร่างหน้าเรียวหรือว่าบานออก เดี๋ยวเราก็มาดูเป็นข้อๆว่า ลักษณะใดบ้างที่จะทำ ให้ใบหน้าเรียวเล็กลงได้จากการจัดฟัน หรือถ้าเราจัดฟันหน้าจะเรียวหรือไม่ แบบแรก ลักษณะของโครงกระดูก ว่ามีความกว้างมากน้อยแค่ไหน           ถ้าคนไข้มีความผิดปกติในกรณีนี้เมื่อเทียบกับรูปหน้าทั้งใบหน้าส่วนหน้า (Frontal view)  ซึ่งลักษณะนี้มันเป็นความผิดปกติที่โครงกระดูก ดังนั้นหากจะมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการจัดฟันจะเกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะเป็นความผิดปกติที่เกิดจากกรรมพันธุ์ (Genetic) ของเราเอง ***สรุปได้ว่า…การจัดฟันก็จะมีผลทำให้หน้าเรียวลงหลังจัดฟันน้อยมาก ถึงแม้ว่าจะมีการถอนฟันไปตั้งแต่ 4 ซี่ถึง 8 ซี่ ก็ตามในกรณีนี้ แต่ในส่วนที่หากถ้าคนไข้ต้องการให้หน้าเรียวลงจริงๆ จะต้องมีการผ่าตัดร่วมด้วย  ซึ่งการจะเป็นการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic surgery)  ซึ่งถ้า มีการผ่าตัดร่วมด้วยรูปหน้าแล้วก็จะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด  ถัดมาแบบ ในเรื่องข้อที่ 2 เรื่อง ความชันของขากรรไกร  (mandibular plane) ว่ามีความชันมากน้อย               ในแบบนี้ส่วนของขากรรไกร มีความสำคัญมากกับรูปหน้าของคนไข้  ตัวอย่างเช่น ถ้าคนไข้มีความชันของขากรรไกรมากรูปหน้าคนเราก็จะเป็นรูปไข่กลมสวย (เหมือนดาราเกาหลี)              ***ในอีกทางกลับกันถ้ามีความชันของขากรรไกรน้อยรูปหน้าเราก็จะออกเป็นรูปสี่เหลี่ยม (ที่พวกเราชอบเรียกกันว่า “เป็นคนบ้ากราม”) ดังนั้นในการจัดฟันถึงแม้ว่า ถึงแม้ว่าจะมีการถอนฟันร่วมกับการจัดฟัน หน้าก็จะมีการเปลี่ยนแปลงคือเรียวเล็กลงได้น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ถ้าคนไข้มีความชันของขากรรไกรมาก น่าจะดูเรียวลงและกลมสวย แบบที่ 3  ขนาดของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวบริเวณแก้ม  ซึ่งในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมการทานอาหารของคนไข้ในระหว่างการจัดฟันด้วย เพราะกล้ามเนื้อจะหนาตัวขึ้นถ้ามีการใช้งาน มากกว่าปกติเช่นชอบเคี้ยวอาหารแข็งและเหนียว ปัญหาในส่วนกรณีนี้  การจัดฟันร่วมกับการ ถอนฟัน ก็อาจจะมีส่วนช่วยให้รูปหน้าเล็กลง แต่สำหรับบางคนที่เกิดหน้าเรียวได้ดีเนื่องจากว่าในขณะจัดฟัน อาจจะเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร(ทานอาหารที่แข็งและเหนียว ไม่ทานอาหารจุกจิก ข้อห้ามสำหรับคนไข้จัดฟัน จ้า) และอาจจะทำให้เครื่องมือหลุดได้ รวมถึงหยุดพฤติกรรมการทานอาหารจุกจิกไปเลย ***หากพฤติกรรมเปลี่ยนไปแบบนี้จะช่วยให้หน้าดูเรียวเล็กลงไปได้มาก เนื่องจากกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเคี้ยวอาหารใช้น้อยลงทำให้กล้ามเนื้อมีการ รีบ แบน ลงไป แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหลังการจัดฟันเสร็จแล้ว กล้ามเนื้อบริเวณข้างแก้มยังมีลักษณะใหญ่อยู่ เราก็สามารถที่จะทำให้มันเล็กลงได้ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) บริเวณกล้ามเนื้อที่ทำให้แก้มดูบานออก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ทันตแพทย์จัดฟันก็จะแนะนำ ให้ไปฉีดโบท็อกเพิ่มเติมหลังจากจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว และแบบสุดท้าย แบบที่ 4 ก็จะเหมือนแบบที่ 3 ก็คือเป็นกล้ามเนื้อซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการทานอาหารโดยตรง ถึงแม้ว่าเราจะไม่จัดฟันถ้าพฤติกรรมเราเปลี่ยนจากการชอบกินของแข็งและเหนียวเป็นประจำให้เปลี่ยนมาเป็นเขี้ยวอาหารอ่อนลง ก็จะทำให้หน้าดูเรียวลงได้ มาถึงข้อสรุปที่ทุกคนบที่ได้อ่านรอคอย…จริงๆทุกคนคงจะพอทราบว่าการจัดฟันไม่จำเป็นจะต้องทำให้เกิดหน้าเรียวเสมอไป ซึ่งมันขึ้นอยู่กับ ลักษณะ โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อของตัวคนไข้เองเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดฟันร่วมกับการถอนฟันซะทั้งหมด ดังนั้น…คำถามที่ว่าการจัดฟันแล้วหน้าเรียวจริงหรือไม่ จึงสามารถตอบได้ว่ามีทั้งส่วนที่เป็นจริงและไม่จริง แปลว่ามันก็จะสามารถเกิดขึ้นได้กับบางคนเท่านั้นไม่ได้เกิดขึ้น กับทุกๆคน และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปหน้าเรียวขึ้นมากน้อยต่างกันไปในแต่ละคน การจัดฟันแบบไหน ที่จัดฟันแล้วรูปหน้า จะเปลี่ยนไป – คนที่มีฟันหน้า ยื่นออกมา มากเกินไปจน ทำให้ปากอูม หลังการจัดฟัน จะทำให้ฟันยุบลง ปากก็จะยุบลง ตามไปด้วย จึงให้รูปหน้าเปลี่ยนไป อาจส่งผลทำให้จมูก โหนกแก้ม และคางเด่นขึ้น – คนที่มีฟันห่างกันมา ๆ เป็นช่อง หรือฟันซ้อนกัน เมื่อฟันเรียงตัวขึ้น พอยิ้มก็จะทำให้ดูดีขึ้น – คนที่มีฟันบน ยื่นออกมาคร่อมฟันล่าง เมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว จะทำให้มองเห็นฟันล่างได้ชัดขึ้น ซึ่งทำให้ใบหน้า ดูยาวมากขึ้นได้ – คนที่มีปัญหามาก ๆ ต้องผ่าตัด ขากรรไกร จากที่ขากรรไกรเคยยื่น ทำให้ฟันไม่สบกัน แน่นอนว่าหลังการผ่าตัด ขากรรไกร ก็จะเล็กลง ส่งผลให้รูปหน้า ดูเปลี่ยนไปนั่นเอง สรุป การจัดฟันไม่ได้มีผลให้หน้าเรียวโดยตรง. แต่การจัดฟันอาจจะทำให้ระหว่างจัดฟันไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้มากเท่าเมื่อก่อน จึงทำให้ใบหน้าดูเล็กลง. หรือในบางเคสที่เป็นการจัดฟันร่วมกับการถอนฟัน อาจเปลี่ยนแปลงรูปใบหน้า. เช่น การดึงฟันล่างเข้า ทำให้คางชัดขึ้น หรือการดึงฟันบนเข้า ทำให้จมูกดูโด่งขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับสภาพโครงสร้างของแต่ละบุคคล ขึ้นกับดุลยพินิจของทันตแพทย์ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถปรึกษาได้ กับทันตแพทย์ เฉพาะทางที่โมเดริ์นสไมล์ 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

จัดฟันแบบไหนดี ระหว่างเหล็กกับแบบพลาสติกใส

จัดฟันแบบไหนดี

จัดฟันแบบไหนดี ระหว่างเหล็กกับแบบพลาสติกใส จัดฟันแบบไหนดี ระหว่างเหล็กกับแบบพลาสติกใส  หลายๆคนคงสงสัยกันอยู่ว่าจัดฟันใสหรือจัดฟันที่มีเครื่องมือติดแบบไหนดีกว่ากัน ข้อแตกต่างที่จะทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้นนั้นคืออะไรกันแน่?? สำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องจัดฟันมาก่อน มารู้จักไปพร้อมๆกันคะ   จัดฟันแบบโลหะหรือเหล็ก จัดฟันแบบไหนดี แบบโลหะ ถือว่าการเป็นการจัดฟันที่คนนิยมทำกันเยอะที่สุด ตั้งแต่วัยรุ่นใสจนถึงรุ่นใหญ่ เพราะการจัดฟันแบบโลหะจะช่วยแก้ปัญหาฟันเก ฟันซ้อน ฟันห่าง การสบฟันไม่ดี และราคาไมแรงมากจับต้องได้ จัดฟันแบบโลหะ ช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ไม่เป็นระเบียบได้ ให้เรียงตัวสวยเป็นระเบียบตามที่ต้องการ และยังช่วยปรับรูปหน้าให้เปลี่ยนแปลงได้ทั้งนี้การจัดฟันแบบโลหะยังถือเป็นแฟชั่น จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นวัยรุ่น ดารา นักร้อง นักแสดง และคนทั่วไปนิยมทำกัน จัดฟันแบบโลหะ จัดฟันแบบไหนดี มี 2 แบบ คือ แบบโลหะธรรมดา จะเป็นลักษณะนำเครื่องมือจัดฟันโลหะมาติดบนผิวฟันและซึ่งลวดจัดฟันจะถูกรัดอยู่ในตัวแบร็คเก็ตด้วยยางจัดฟัน แรงของเครื่องมือจัดฟันจะช่วยให้ฟันมีการเคลื่อนที่ถูกต้อง ตรงตำแหน่งตามที่ทันตแพทย์กำหนดไว้ จัดฟันแบบดามอน จะแตกต่างจากโลหะธรรมดาคือไม่ต้องใส่ยางจัดฟัน เพราะเครื่องมือจัดฟันแบบดามอนถูกออกแบบให้มีคลิปล็อคลวดจัดฟันอยู่ในตัวแบร็คเก็ต ทำให้ฟันเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ทันตแพทย์กำหนดไว้ได้ง่าย ดังนั้นจะลดแรงกดที่เกิดจากยางจัดฟัน ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยกว่า ข้อดีแบบโลหะ ช่วยให้ฟันที่เก ซ้อน ห่าง เรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบตามต้องการ เพิ่มความมั่นใจบุคลิกภาพดีขึ้น กล้าพูด กล้าแสดงออก ส่งเสริมระบบการเคี้ยวอาหารดีขึ้น และการสบฟันดีขึ้น ทำให้สุขภาพปากและฟันดีขึ้น แก้ไขปรับรูปหน้าให้เปลี่ยนแปลงขึ้นได้ ระยะเวลาในการจัดฟันแบบโลหะ : จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพฟันและโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคล ขั้นตอนจัดฟันโลหะ เข้ามาปรึกษาฟรีกับทันตแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวิเคราะห์ปัญหาฟันและช่องปาก หากสนใจทำทางทันตแพทย์จะถ่ายเอ็กซเรย์ เพื่อให้เห็นถึงความผิดปกติของกระดูกและฟัน ทันตแพทย์จะส่งต่อหมอทั่วไปในการเคลียร์ช่องปากก่อนการติดเครื่องมือ นัดหมายเพื่อติดเครื่องมือจัดฟัน และนัดมาปรับเครื่องมือเดือนละครั้งหรือ โดยความถี่จะขึ้นอยู่กับปัญหาการสบฟันของคนไข้ หลังจัดเสร็จ คนไข้ยังคงต้องใส่รีเทนเนอร์เป็นประจำ และต้องทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ตลอดระยะเวลาของการใส่รีเทนเนอร์ กลับมาตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน หลังจัดฟันเสร็จ เพื่อให้ฟันยังคงเรียงตัวสวย มีสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง **หมายเหตุ ** การจัดฟันแบบโลหะ จะถูกมองว่าจะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการจัดฟันแบบอื่นนั้น  แต่ความจริงแล้วเป็นการจัดฟันมีประสิทธิภาพอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ควรเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ควรเลือกการจัดฟันที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุดจะดีกว่า เพราะการจัดฟันไม่ว่าแบบไหนก็ต้องใช้ระยะเวลาหลายปี และอยู่ภายใต้การวางแผนของทันตแพทย์เฉพาะทาง จัดฟันแบบใส(INVISALIGN) จัดฟันแบบไหนดี Invisalign เป็นการจัดฟันอีกทางเลือกหนึ่งของการจัดฟัน เครื่องมือประกอบด้วยชุดเครื่องมือพลาสติกใสหรือเครื่องมือจัดฟันที่จะช่วยค่อยๆ เคลื่อนฟัน และสร้างแรงกดบนฟันที่จำเป็นเพื่อเคลื่อนฟันไปยังตำแหน่งที่ต้องการ เครื่องมือจัดฟันจะทำขึ้นโดยใช้การออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยโดยอิงจากแม่พิมพ์ของฟันของคุณและตามแผนการรักษาเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณ และจะมีการเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันทุกๆ สองหรือสามสัปดาห์ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทันตกรรมอื่น ๆ และเครื่องมือจัดฟันสามารถถอดออกได้เพื่อสุขอนามัยในช่องปากและอาหารตลอดจนโอกาสพิเศษ การจัดฟันแบบใส Invisalign จะเป็นการจัดฟันเข้า-ออกอย่างรวดเร็วทุกๆ หกสัปดาห์ ต่างจากการจัดฟันแบบโลหะที่ต้องปรับทุกเดือน ข้อดีจัดฟันแบบใส เครื่องมือจัดฟันแบบสามารถถอดได้ Invisalign เป็นพลาสติกแบบเรียบ จึงไม่เกิดการเสียดสีกับลิ้นหรือเหงือก หรือทำให้เกิดจุดเจ็บ เครื่องมือจัดฟันแบบใสยังมีโอกาสน้อยที่จะส่งผลต่อการพูดของคุณ ช่วยแก้ไข้ปัญหาสุขภาพฟันที่เก  ห่าง เพิ่มความมั่นใจบุคลิกภาพดีขึ้น กล้าพูด กล้าแสดงออก ดูแลทำความสะอาดง่าย   ขั้นตอนการจัดฟันแบบใส ปรึกษากับทันตแพทย์เบื้องต้น ทันตแพทย์จะทำการตรวจสภาพฟัน ถ่ายรูป x-ray พิมพ์ฟัน หรือ scan ดิจิตอล เพื่อสร้างแผนการรักษาจัดฟันแบบใส invisalign ทันตแพทย์จะสร้างแผนการรักษา 3 มิติสำหรับคนไข้แต่ละคน ตามข้อมูลฟันการจัดฟันแบบใส invisalign ของคุณ โดยแผนการรักษา 3 มิติ เครื่องมืออุปกรณ์จัดฟันแบบใสของคุณโดยเฉพาะจะถูกผลิตและส่งมาที่คลินิกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทันตแพทย์จะมอบอุปกรณ์จัดฟันแบบใส ให้คุณจำนวนหนึ่ง (ตามปกติแล้วจะมี 3-4 เซ็ตในแต่ละครั้ง) ซึ่งคุณจะต้องสวมทุกวัน และเปลี่ยนทุก ๆ สองสัปดาห์โดยประมาณ พบทันตแพทย์ทุก ๆ 6-8 สัปดาห์โดยประมาณ เพื่อติดตามความคืบหน้าของการรักษาและรับอุปกรณ์จัดฟันแบบใส invisalign ชุดถัดไป **หมายเหตุ** การจัดฟันแบบใสเป็นการจัดฟันยุคใหม่ แบบ digital ซึ่งจะใช้การแสกนฟัน 3 มิติ ผ่าน เครื่องแสกน ตัวเครื่องจะสามารถเก็บภาพฟัน ขนาดและรูปร่างฟันเสมือนขนาดจริง เหมาะกับคนที่มีฟันซ้อนเก ฟันยื่น ฟันล่างคร่อมฟันบน ฟันสบอ้า หรือฟันสบลึก ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยเครื่องมือมีความใส จึงทำให้เกิดความมั่นใจ และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันในระหว่างจัดฟันใส  แปรงฟันร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เช้า – เย็น หมั่นเคร่งครัดการใส่ชุดอุปกรณ์จัดฟัน invisalign 20-22 ชั่วโมง/วัน ก่อนรับประทานอาหารให้ถอดชุดจัดฟันใส invisalign ทุกครั้ง ไม่ผิดนัดหมายพบทันตแพทย์ตามที่นัดหมายทุกครั้ง และปฏิบัติตามแผนการรักษาที่ทันตแพทย์ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถปรึกษาได้ กับทันตแพทย์ เฉพาะทางที่โมเดริ์นสไมล์ 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE

ฟันคุดพัทยา ไม่เจ็บอย่างที่คิดปรึกษาฟรีโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง

ผ่าฟันคุดพัทยาราคาถูก

ฟันคุดพัทยา ไม่เจ็บอย่างที่คิดปรึกษาฟรีโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง ฟันคุดพัทยา ไม่เจ็บอย่างที่คิดปรึกษาฟรีโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง คือฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติในช่องปากแบบฟันซี่อื่นๆ โดยอาจโผล่ออกมาเพียงบางส่วนเท่านั้นหรือ ในบางกรณีฟันนั้นฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกรทั้งซี่ก็มีที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า คุดขึ้นช้ากว่าฟันซี่อื่นๆ ทำให้ไม่มีช่องว่างเพื่อที่จะโผล่ขึ้นมาได้  โดยซี่คุดจะมีทั้งหมด 4 ซี่ ด้านในของช่องปากทั้งบนและล่างในฝั่งซ้ายและขวา สามารถพบได้บ่อยๆ ในบริเวณฟันกรามซี่สุดท้าย ซึ่งอยู่ด้านในสุดของกระดูกขากรรไกรล่าง เมื่อมี ฟันคุดพัทยา ทำอย่างไรดี บางครั้งฟันกรามซี่สุดท้าย จำเป็นต้องมีการถอนออกโดยทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมช่องปาก เพราะว่าอยู่ในลักษณะที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ หรือไม่ได้อยู่ในแนวที่เดียวกับฟัน ส่วนมากจะเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย หรือช่วงอายุยี่สิบต้นๆ หากปล่อยไว้จะมีความเสี่ยงต่อภาวะต่างๆ ดังนี้ เหงือกในบริเวณที่ปกคลุมซี่คุดอักเสบหรือมีการติดเชื้อ เกิดฟันผุที่ฟันกรามซี่ข้างเคียง เป็นโรคปริทันต์ (โรคเหงือก) มีพยาธิวิทยา – ซีสต์เนื้องอก อาจเกิดความเสียหายต่อฟันซี่ที่ติดกัน หรือมีการละลายตัวของกระดูกที่รองรับฟันซี่ที่ติดกัน เป็นผลจากแรงดันของฟันคุด อาการปวดเรื้อรังหรือรู้สึกไม่สบาย ปัญหาเกี่ยวกับการจัดฟันได้ในตำแหน่งที่ไม่ดี หรือมีฟันหน้าซ้อนเก การวินิจฉัยความจำเป็นที่ต้อง “ฟันคุดพัทยา” สำหรับ การถอน หรือ การผ่าฟันนั้น ทันตแพทย์เฉพาะทาง จะต้องพิจารณา เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส ทั้งนี้เนื่องจากฟันคุด มักจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงจำเป็นต้องมีการถ่ายเอกซเรย์ เพื่อดูลักษณะการวางตัวของฟัน ว่าตั้งตรงหรือเอียงนอน และดูตำแหน่งความลึกของฟันคุดซี่นั้นๆ ในบางกรณี อาจไม่มีความจำเป็นต้องทำ การผ่าฟันซี่นั้นๆออก เช่น กรณีที่ฟันมีแนวตั้งตรง และมีพื้นที่บริเวณขากรรไกรเพียงพอ แต่ถ้าหากถ่ายเอกซเรย์แล้ว พบว่าฟันมีทิศทางนอนเอียง ก็จะเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ฟันซี่นั้นๆจะไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ ทำให้กรณีเช่นนี้ มักจะต้องทำการ ผ่าตัดฟันคุด หรือ ถอนฟันคุด ซี่นั้นๆออก นอกจากนี้แล้วในการจัดฟัน ทันตแพทย์จัดฟัน มักจะแนะนำให้เอาซี่คุดออก ก่อนเริ่มทำการจัดฟัน เนื่องจากฟันคุดอาจจะขึ้นมา เบียดซี่ฟันในภายหลังได้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้ฟันที่จัดไปแล้ว เกิดการเบียดตัวเอนหรือซ้อนกันได้ ขั้นตอนสำหรับ การผ่าฟัน สำหรับวิธีการจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่แบบป้ายก่อน เพื่อให้เนื้อเยื่อบริเวณที่จะฉีดยามีอาการชา จากนั้นทันตแพทย์จะฉีดยาชา บริเวณที่จะทำการ ผ่าฟันคุด หรือ ถอนฟันคุด ออก ซึ่งบางครั้งอาจฉีดมากกว่า 1 เข็ม ขึ้นอยู่กับว่าชาเพียงพอแล้วหรือยัง จากนั้นทันตแพทย์จะทำการทดสอบอาการชา หากพบว่าชาเพียงพอจะทำการผ่าฟันโดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆคือ 1)ลักษณะฝังอยู่ในกระดูก ต้องเปิดเหงือก และหาตำแหน่งกระดูก ที่ฟันฝังอยู่ให้เจอ จากนั้นทันตแพทย์จะทำการกรอกระดูก บริเวณที่คลุมฟันอยู่ และทำการตัดแบ่งออกเป็นชิ้นๆ เพื่อให้แผลที่จะนำฟันคุดออกมามีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งจะลดการเจ็บปวดและผลข้างเคียงหลังจากผ่าฟัน 2)แบบที่ขึ้นมาได้บางส่วน อาจพิจารณาว่า จะต้องมีการกรอกระดูกร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อช่วยนำออกมาซึ่งถ้าไม่มีการกรอกระดูก จะช่วยลดความเจ็บปวด และแผลหลังผ่าตัดจะหายเร็วกว่า แบบที่มีการกรอกระดูกมาก 3)ขึ้นมาได้เต็มซี่ จะใช้วิธี ถอนฟันออก โดยไม่ต้องมีการผ่ากระดูกหรือเปิดเหงือก ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้ความเจ็บปวดจะน้อยพอๆกับ การถอนฟัน และใช้เวลาเพียงไม่นานในการฟื้นตัว ทำไมต้องผ่าฟันด้วย การผ่าตัดเพื่อนำฟันที่ไม่สามารถขึ้นได้ตามปกติออก ซึ่งปกติแล้วหากฟันที่ฝังตัวอยู่นั้นไม่ก่ออาการรุนแรงจนเกินไป ทันตแพทย์จะทำรักษาด้วยการตกแต่งเนื้อเยื่อโดยรอบ หรือแนะนำในเรื่องการรักษาความสะอาดช่องปากแก่ผู้ป่วยแทน ตัวอย่างเช่น หากมีการอักเสบเล็ก ๆ ที่เหงือกบริเวณด้านหลังของฟันที่จะทำให้เกิดอาการเจ็บขณะกัดฟัน ทันตแพทย์อาจทำการรักษาเนื้อเยื่อบริเวณที่อักเสบ หรือแนะนำให้ผู้ป่วยเปลี่ยนวิธีแปรงฟัน และให้ผู้ป่วยใช้ไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดที่ซอกฟันด้านหน้าและด้านหลังของฟันคุด ซึ่งจะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพที่ดีขึ้นและหลีกเลี่ยงการเกิดโรคเหงือกอักเสบหรือการติดเชื้อบริเวณรอบ ๆได้ ทว่าหากฟันนั้นก่อให้เกิดปัญหา หรือการเอกซเรย์แสดงให้เห็นว่าส่งผลกระทบต่อฟันซี่อื่น ๆ อย่างชัดเจน หรือหากมีสาเหตุอื่น ๆ ที่เกิดจากฟันคุดก็จำเป็นต้องผ่าตัดออก โดยสาเหตุที่อาจทำให้ทันตแพทย์ตัดสินใจผ่าออกมีดังนี้ สร้างความเสียหายให้กับฟันซี่อื่น ๆ สามารถส่งผลกระทบต่อฟันโดยรอบได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดภายในช่องปาก หรือปัญหาในการกัดได้ ความเสียหายที่ขากรรไกร อาจก่อให้เกิดถุงน้ำรอบ ๆ แล้วอาจทำให้บริเวณขากรรไกรนั้นถูกทำลายจนเป็นหลุมและทำลายเส้นประสาทที่บริเวณขากรรไกรได้ เกิดปัญหาที่ไซนัส ฟันคุดสามารถก่อให้เกิดอาการปวด แรงดัน หรืออาการบวมที่ไซนัส เหงือกอักเสบ เมื่อเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ฟันคุดเกิดการอักเสบ จะทำให้เกิดอาการบวมและยากต่อการทำความสะอาด ฟันผุ อาการเหงือกบวมจากฟันคุดจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟัน และทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปเจริญเติบโต และก่อให้เกิดผุตามมา การจัดฟัน ฟันคุดสามารถส่งผลต่อการจัดฟัน การตัดสินใจของทันตแพทย์ว่าจะทำการผ่าตัดหรือไม่ จะต้องตรวจดูรูปร่างของช่องปาก และตำแหน่งของฟันคุดก่อน รวมทั้งยังต้องคำนึงถึงอายุด้วย แต่การผ่าฟันคุดอาจไม่เกิดขึ้นในทันทีที่พบฟันคุดเพราะในบางครั้งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนเพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงของฟันคุด เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจอีกขั้นหนึ่ง แต่ถ้าหากในระหว่างการติดตามอาการผู้ป่วยมีอาการปวด อาการเหงือกบวมที่ผิดปกติ หรือมีกลิ่นเหม็นออกมาจากบริเวณหลังซอกฟัน ก็อาจต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วนอีกครั้ง   คำแนะนำหลังการผ่ามีดังนี้ 1. กัดผ้าก๊อซนาน 1 ชั่วโมง กลืนน้ำลายตามปกติ 2. ห้ามบ้วนเลือดและน้ำลาย เพราะอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้ 3. หลังคายผ้าก๊อซแล้ว ถ้ามีเลือดซึมจากแผลผ่าตัด ให้ใช้ผ้าก๊อซที่สะอาดกัดใหม่อีกประมาณ ½ ชั่วโมง 4. ประคบน้ำแข็งบริเวณแก้ม เฉพาะวันที่ทำผ่าตัด 5. รับประทานอาหารอ่อน 6. รับประทานยาให้ครบตามที่ทันตแพทย์สั่ง 7. งดออกกำลังกาย หรือ เล่นกีฬา 8. แปรงฟันทำความสะอาดในช่องปากตามปกติ 9. ตัดไหมหลังผ่าตัด 7 วัน 10.หากมีปัญหาหรือผลแทรกซ้อนเกิดขึ้น กลับมาพบทันตแพทย์ได้ก่อนวันนัด แผลผ่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะเป็นปกติ โดยในระหว่างการพักฟื้นผู้ป่วยอาจมีอาการดังต่อไปนี้ หากบวมภายในช่องปากและแก้ม จะบวมค่อนข้างรุนแรงในช่วงวันแรก ๆ หลังจากผ่าตัด จากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้น ซึ่งสามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ อาการเจ็บบริเวณขากรรไกร จะค่อย ๆ ลดลงภายใน 7-10 วัน แต่เหงือกบริเวณขากรรไกรจะยังคงมีรอยช้ำต่อไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ปวด หากการผ่าฟันคุดมีความซับซ้อนก็จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดค่อนข้างมาก รู้สึกถึงรสชาติไม่พึงประสงค์ภายในช่องปาก อาทิ รสชาติคาวเลือดที่ออกจากแผลซึ่งยังคงตกค้างอยู่ เจ็บแปลบ ๆ หรือชาที่ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้น้อย โดยอาจเกิดขึ้นจากยาชาที่ตกค้าง หรือเกิดจากการถูกกระทบกระเทือนที่บริเวณปลายประสาท ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถปรึกษาได้ กับทันตแพทย์ เฉพาะทางที่โมเดริ์นสไมล์ 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE