สารบัญ แมงกินฟันคืออะไร สาเหตุที่ทำให้เกิดแมงกินฟัน วิธีดูแลและรักษาไม่ให้เกิดแมงกินฟัน ปวดฟันทำอย่างไรดี สรุป ใช่หรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ เรื่อง แมงกินฟัน หลายต่อหลายคน คงได้ยินคำว่า แมงกินฟัน ทำให้เกิดฟันดำ และฟันผุ ถ้าหากเราดูแลรักษาทำความสะอาดฟันไม่ดี จะทำให้แมงเข้าไปกินฟันของเรา ว่าแต่ แมงกินฟัน มีจริงหรือ? แล้วแมงกินฟันของเราได้ จริงหรือ แล้วหน้าตาของแมงกินฟัน จะมีลักษณะเป็นยังไงกันนะ วันนี้ ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก มีคำตอบมาให้ค่ะ แมงกินฟันคืออะไร แมงกินฟัน ฟันกินแมง แมงอยู่ในฟัน ฟันเป็นรู หรือฟันเป็นโพรง จริงแล้ว แมงกินฟัน ไม่มีอยู่จริง แมงกินฟัน คือ แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปาก เกิดขึ้นจากการสะสมของเศษอาหารที่ติดอยู่ที่ซอกฟัน หรือซี่ฟัน ซึ่งเมื่อมีการสะสมของเศษอาหารในระยะเวลาหนึ่งก็จะเกิดเป็นกรด ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนตัวเคลือบฟัน ทำให้ซี่ฟันสูญเสียแคลเซียม และ ฟอสฟอรัส หากไม่มีการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี หรือการแปรงฟันที่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดอาการปวดฟัน และถ้าปล่อยไว้ ก็จะทำให้เกิดฟันผุได้ในที่สุด ซึ่งโรคนี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายในเด็กช่วยอายุประมาณ 3-6 ปี หรือในผู้ใหญ่ที่ ขาดการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้องและผิดวิธี รวมไปถึงการแปรงฟันที่ไม่สะอาดอีกด้วย สาเหตุที่ทำให้เกิดแมงกินฟัน แมงกินฟันสามารถเกิดได้หลายๆ รูปแบบดังนี้ 1. รูปร่างและลักษณะของฟันแต่ละซี่เกิดจากความผิดปกติของกรรมพันธุ์ หรือเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้ เช่นลักษณะฟันมีการเกทับซ้อนกัน ทำให้การทำความสะอาดเข้าถึงได้ยาก 2. ขาดแคลเซียม ฟอสฟอรัส และพวกวิตามิน A และ C ที่มีความสำคัญต่อต่อการบำรุงฟัน 3.เกิดการสะสมของแบคทีเรียที่เกิดจากการรับประทานอาหาร และเกิดจากการทำความสะอาดช่องปากและ ซี่ฟันไม่ทั่วถึง 4. ประสิทธิภาพการผลิตน้ำลายในช่องปากน้อยเกิดไป จนไม่สามารถชำระล้างและฆ่าเชื่อแบคทีเรียในช่องปากได้เท่าที่ควร วิธีดูแลรักษาและป้องกัน 1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมไปถึงวิตามินต่างๆ เช่น วิตามิน A และ C รวมไปถึงอาหารที่มีแคลเซียมและ ฟอสฟอรัส เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลและปกป้องผิวเคลือบฟัน 2. ทำความสะอาดช่องปาก หรือแปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลังรับประทานมื้ออาหาร 3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดช่องปากหลังการแปรงฟัน อย่างเช่น ไหมขัดฟัน และ น้ำยาป้วนปากที่ไม่มีสารกัดกร่อนผิวฟัน เพื่อช่วย เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความสะอาด 4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอย่างน้อยวัน 8 แก้ว หรือ 1.5 ลิตร เพื่อเป็นตัวช่วยในการผลิตน้ำลายให้มีประสิทธิภาพในการชำระล้าง แบคทีเรียในช่องปาก 5.หากต้องเคี้ยวหมากฝรั่งให้เลือกเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของ xylitol ซึ่งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันผุ 6. พบหมอฟันเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน หรือเมื่อเริ่มมีอาการเพื่อวางแผนในการรักษาอย่างทันถ่วงที 7. หากพบว่าฟันเริ่มเป็นรูหรือโพรง ให้กำจัดฟันผุโดยการใช้วัสดุในการอุดฟัน 8. หากในกรณีที่ฟันเป็นรูหรือผุจนถึงโพรงประสาทฟัน จะต้องดำเนินการรักษาโดยการรักษารากฟัน ส่วนไหนของฟันที่มีโอกาสผุได้มากมากกว่าส่วนอื่น โดยปกติแล้วผิวฟันของคนเราจะมีทั้งในส่วนที่ราบเรียบและในส่วนที่เป็นร่องฟัน ซึ่งในส่วนของที่เป็นร่องฟันนี้เองที่มีโอกาสที่จะเกิดฟันผุได้มากกว่าส่วนอื่นๆ เพราะเป็นตำแหน่งที่เวลาทานอาหารแล้วเศษอาหารจะเข้าไปติดในร่องฟันได้ง่ายจึงมีโอกาสส่วนที่จะทำให้เศษอาหารเข้าไปติดในซอกฟันนั้นๆ หากทำความสะอาดไม่ดีแล้ว ก็จะไม่สามารถทำความสะอาดได้หมด หากซอกฟันส่วนใดส่วนนึงที่ทำให้ฟันผุแล้ว จะส่งผลต่อฟันซี่ข้างๆ ได้รับผลกระทบจากฟันที่ผุได้ด้วยอย่างลุกลามและรวดเร็ว ถ้าฟันผุแล้วไม่ได้รับการรักษาจะก่อให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ปัญหาที่ส่งผลต่อเนื่องหากมีอาการฟันผุ ก็จะก่อให้เกิด อาการเสียวฟัน และปวดฟัน และที่สำคัญจะเป็นการสร้างบุคลิกภาพในด้านดีของตนเองอีกด้วย เช่น ไม่กล้ายิ้ม และ มีกลิ่นปากจนไม่กล้าที่จะมีการพูดคุยหรือประสานงานกับ บุคคลอื่นได้ ในบางกรณีที่มีฟันผุจนทะลุชั้นเนื้อโพรงประสาท ก็จะมีอาการติดเชื้อหรืออักเสบ ทำให้ช่องปากมีตุ่มหนอง และมีอาการบวม รวมไปถึงมีอาการปวดร่วมด้วย และอาจจะมาสู่ ปัญหาสุขภาพอย่างร้ายแรงอื่นๆ ได้ เช่นมีอาหารฟันหัก ฟันโยก จนต้องรักษาโดยการถอนฟัน จนส่งผลต่อระบบอื่นๆ ของร่างกายได้ ปวดฟันทำอย่างไรดี วิธีบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น หากยังไม่สามารถไปพบทันตแพทย์ได้ทันที สามารถบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้นด้วยตนเอง ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้ 1. ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ปวดฟันเพิ่มขึ้น หรือทำให้ประสาทฟันบาดเจ็บมากขึ้น เช่น – ของเย็นจัด : น้ำแข็ง ไอศครีม – ของร้อนจัด : น้ำร้อน ชาร้อน กาแฟร้อน อาหารร้อน – อาหารที่มีรสหวานจัด รสเปรี้ยว 2. ลดการกระทบกระแทกกับฟันซี่นั้น อาการปวดฟันจะเป็นมากขึ้น ถ้าฟันซี่นั้นถูกกระแทกบ่อยๆ หรือตัวฟันสูงกว่าซี่อื่นๆ บางครั้งฟันถูกหนุนลอยตัวขึ้นมาเพราะมีหนอง 3. รับประทานอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก เช่น อาหารนิ่มๆ เลี่ยงอาหารแข็งๆ หรือเหนียวๆ ที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมาก หรือเลี่ยงไปเคี้ยวอีกด้าน 4. ใช้ไหมขัดฟัน ถ้าอาการปวดเกิดจากเศษอาหารติดฟัน อาการจะเป็นมากถ้าอาหารถูกอัดแน่นในซอกเหงือกเป็นเวลานานๆ วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้รีบเอาเศษอาหารเหล่านั้นออกให้เร็วที่สุด โดยการใช้ไหมขัดฟัน (Dental floss) ไม่ควรใช้ไม้จิ้มฟัน 5. ใช้น้ำร้อนช่วยประคบ ถ้ามีฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน เป็นหนองที่ปลายรากฟัน และมีอาการบวมเห็นได้ชัด การใช้น้ำร้อนช่วยประคบบริเวณที่บวมภายนอกช่องปากช่วยลดอาการปวดฟันได้ดี และช่วยเพิ่มการระบายหนอง สามารถบรรเทาอาการปวดได้ดีทีเดียว 6. น้ำมันกานพลู เป็นยาที่ช่วยลดอาการปวดฟันได้ ซึ่งมีการนำมาใช้เป็นเวลานานแล้ว โดยใช้สำลีชุบน้ำมันกานพลู แล้วอุดลงไปในรูที่ผุ ฤทธิ์ของน้ำมันกานพลูจะออกฤทธิ์เป็นยาแก้ปวดฟันที่ดีมาก 7. อมเกลือแก้ปวดฟัน เกลือมีสรรพคุณที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดฟัน เราสามารถนำเกลือผสมกับน้ำอุ่น อมทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที เพื่อบรรเทาอาการปวดฟันได้ สรุป ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่เราได้ยินประโยคที่ว่า แมงกินฟัน ฟันกินแมง หรือนอนกินฟัน นั้น ไม่มีอยู่จริง ไม่มีหนอน หรือแมง ใดๆ ทั้งสิ้นที่เข้าไปอยู่ในช่องปากแล้วเข้าไปทำลายฟันของพวกเรา ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ฟันเกิดอาการผุ เป็นรูและมีสีดำ เกิดจากการทานอาหาร แล้วเศษอาหารเหล่านั้นเข้าไปติดอยู่ในซอกซี่ฟัน และไม่ได้รับการแปรงฟัน หรือทำความสะอาดฟันที่ไม่ดีพอ จดเกิดการสะสมของเเบคทีเรียซึ่งกระตุ้นสารที่ก่อให้เกิดการทำลายของเคลือบฟันจนทำให้ฟันผุในที่สุด ทุกปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน ปรึกษาฟรี ได้ที่ ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก สาขา ศรีราชา และ พัทยา 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222 สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา Instagram Modernsmile WEBSITE
Tag Archives: ฟันผุเป็นรู
ฟันผุ แต่ทำไมอุดฟันไม่ได้ ฟันผุ แต่ทำไมอุดไม่ได้ ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่าฟันผุ มีกลไกการเกิดขึ้นอย่างไร กลไกของการเกิดฟันผุ ฟันผุเริ่มจากการก่อตัวของคราบแบคทีเรียหรือคราบจุลินทรีย์เกาะอยู่ที่ฟัน แบคทีเรียเหล่านี้จะทำปฎิกิริยากับอาหาร ขนม หรือ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเกิดกระบวนการย่อยสลายกายเป็นกรด กรดจะค่อย ๆ กัดกร่อนผิวเคลือบฟัน (ชั้นนอกสุดของฟัน) ก่อให้เกิดการสูญเสียแร่ธาตุออกจากตัวฟันไปเรื่อย ๆ จนฟันเป็นรู หรือเรียกได้ว่าเกิดภาวะฟันผุ สารบัญ หากคุณมีอาการปวดฟันและสงสัยว่าน่าจะเกิดจาก ฟันผุ ไม่สามารถหายเองได้ ทำไมน่ะหรือ? วิธีการรักษาฟันผุ การรักษา ฟันผุ ด้วยการอุดฟัน การรักษาฟันผุด้วยการถอนฟัน หากคุณมีอาการปวดฟันและสงสัยว่าน่าจะเกิดจาก ฟันผุ ไม่สามารถหายเองได้ ทำไมน่ะหรือ? เหตุผลที่ว่าฟันผุไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวเอง ก็เพราะเคลือบฟันที่ผุจนเป็นรูแล้ว ไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ คำอธิบายเพิ่มเติมจากสมาคมทันตแพทย์อเมริกัน ชี้แจงว่า นั่นเพราะไม่มีเซลล์ที่มีชีวิตอาศัยอยู่ในเคลือบฟัน มันจึงไม่สามารถซ่อมแซมหรือรักษาการผุด้วยตัวมันเองได้ ดังนั้น แม้ว่าคุณจะพยายามทำความสะอาดฟันที่เป็นรูของคุณมากเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์ จนกว่าจะได้รับการรักษาจากทันตแพทย์เท่านั้น เมื่อฟันผุ ลุกลาม จากชั้นเคลือบฟัน กัดกร่อนลึกถึงชั้นเนื้อฟัน รุนแรงมากขึ้นเมื่อมีการทำลายถึงชั้นโพรงประสาทฟัน วิธีการรักษาฟันผุ การรักษาขั้นพื้นฐานคือการอุดฟัน ทันตแพทย์จะสกัดเนื้อฟันเฉพาะส่วนที่ผุออก และตามด้วยการใช้วัสดุในการอุดฟัน หากการผุขยายพื้นที่มากขึ้น เกิดการเน่าเสียของเนื้อฟันที่รุนแรง จนไม่สามารถอุดฟันได้ ทันตแพทย์จะรักษาโดยการสกัดฟันส่วนที่ผุออก แล้วตามด้วยการครอบฟัน หากการผุของฟันลามลึกไปถึงส่วนในของเนื้อฟัน ทันตแพทย์จะทำการรักษารากฟัน โดยการทำความสะอาดโพรงประสาทฟันที่มีการติดเชื้อ แล้วทำการอุดฟัน ตามด้วยการครอบฟันเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทางสุดท้ายหากไม่สามารถรักษาต่อไปได้ จะต้องทำการถอนฟันออกไป และทำฟันปลอมหรือรากฟันเทียมในที่สุด การรักษา ฟันผุ ด้วยการอุดฟัน ปัจจุบันนี้ ผู้คนมากมายมีปัญหาเกี่ยวกับฟันผุแล้วไม่ได้รักษาจนเกิดความเจ็บป่วยหรือสูญเสียฟันก่อนวัยอันสมควร ดังนั้นเมื่อเกิดฟันผุขึ้นมาแล้วการรักษาที่ป้องกันฟันผุเพิ่ม อย่างเช่น “การอุดฟัน”ก็ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นเช่นกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อทำการรักษาแล้วก็ต้องใส่ใจดูแลช่องปากให้ถูกวิธีร่วมด้วยจึงจะเป็นการป้องกันที่ยั่งยืน ทำให้เรามีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรงต่อไปในอนาคตได้ เมื่อพบฟันผุขนาดเล็ก ยังไม่มีอาการปวด ให้รีบมาอุดฟัน หากปล่อยไว้จนผุ ใหญ่จนทะลุโพรงประสาทฟัน จนเสียวหรือปวดฟันอาจอุดไม่ได้ แล้วต้องถอนหรือรักษารากฟัน ซึ่งค่าใช้จ่ายหลักหมื่น การอุดฟัน คือ การใช้วัสดุอุดรูหรือโพรงที่เกิดจากฟันผุ เพื่อปิดช่องทางไม่ให้แบคทีเรียหรือเศษอาหารตกเข้าไปจนเกิดความเสียหายแก่เนื้อฟันเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง วัสดุที่นำมาใช้อุดฟัน ได้แก่ อมัลกัม (Amalgam) เป็นวัสดุที่นิยมนำใช้มากที่สุดและใช้ง่ายที่สุด เพราะรวดเร็วและราคาไม่แพง (เป็นการผสมกันระหว่างปรอท เงิน ดีบุกหรือโลหะอื่นๆ) อยู่ได้ประมาณ 10-15 ปี ทนทานแต่จะไม่ถูกเลือกใช้กับบริเวณฟันหน้า คอมโพสิตเรซิ่น (Composite Resin) เป็นวัสดุที่มีสีเหมือนสีฟัน เหมาะกับผู้ที่ฟันผุบริเวณฟันหน้า ให้ความสวยงามและแข็งแรงทนทาน กลาสไอโอโนเมอร์ (Glass Ionomer) มักใช้อุดฟันเด็กเล็กหรือผู้มีความเสี่ยงต่อฟันผุสูง เพราะสามารถปล่อยฟลูออไรด์ได้ การเตรียมตัวก่อนอุดฟัน อันดับแรกคือการตรวจสุขภาพเหงือกและฟันก่อน ซึ่งฟันซี่ที่จะอุดได้ต้องเป็นฟันผุที่ไม่ลามไปจนถึงโพรงประสาทฟันและต้องมีเนื้อฟันเหลือพอให้วัสดุที่ใช้อุดฟันยึดเกาะได้ หากมีโรคประจำตัวและกำลังรับประทานยาประจำอยู่ ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่และทันตแพทย์ทราบด้วย หากมีฟันปลอมแบบถอดได้หรือรีเทนเนอร์ ต้องนำมาด้วย การดูแลตัวเองหลังอุดฟัน ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มและแปรงฟันให้ถูกวิธี ใช้น้ำยาบ้วนปากต่อต้านแบคทีเรียอย่างน้อยวันละครั้งภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์ ฟันที่ผ่านการอุด ไม่ว่าด้วยวัสดุอะไร ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งเกินปติ เช่น ก้อนน้ำแข็งถั่วตัด กระดูกอ่อน เพราะอาจทำให้วัสดุแตกหรือหลุดได้ การรักษาฟันผุด้วยการถอนฟัน การถอนฟัน ถือเป็นหนึ่งในการรักษาสุขภาพช่องปากไว้ค่ะ และแน่นอนว่าเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด แต่เราก็ต้องยอมรับการสูญเสียฟันของเราไปด้วยค่ะ สภาวะฟันที่ต้องถอน ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟันหรือฟันที่มีหนองปลายรากฟันและมีอาการบวมบริเวณหน้าอย่างมาก ไม่สามารถให้การรักษาทางทันตกรรมด้านอื่นๆ เช่น การรักษาคลองรากฟัน ฟันที่มีโรคปริทันต์รอบๆตัวฟันที่รุนแรงอาจจะร่วมกับการเป็นหนองปริทันต์ ฟันที่ได้รับอุบัติเหตุในลักษณะฟันหักหรือขากรรไกรหักผ่านฟันซึ่งทันตแพทย์พิจารณามาแล้ว ไม่สามารถเก็บไว้ได้ ฟันคุดหรือฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากตามปกติ ฟันที่มีพยาธิสภาพ เช่น เกิดถุงน้ำหรือเนื้องอก ฟันเกินที่ขึ้นมาในลักษณะที่ไม่เป็นระเบียบ ฟันลักษณะอื่นๆ เช่น ฟันที่มีรูปร่างผิดปกติหรือฟันที่ขึ้นในตำแหน่งที่ผิดปกติที่ไม่ได้ใช้งาน การเตรียมตัวก่อนถอนฟัน เตรียมร่างกายให้พร้อมเช่น พักผ่อนหลับนอนให้เต็มที่ จิตใจพร้อมที่จะถอนฟัน หากท่านกลัวหรือเครียดมากควรบอกทันตแพทย์หากมีโรคประจำตัวควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบด้วย รับประทานอาหารแต่พอประมาณ อย่าปล่อยให้หิวมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้เป็นลมได้ง่ายในขณะถอนฟัน ไม่ควรรับประทานอาหารมากเกินไปเพราะอาจเกิดปัญหาภายหลังถอนฟันได้ เช่น ทางเดินหายใจอุดตันจากการสำลักอาหารซึ่งเป็นปัญหาแทรกซ้อนได้ ผู้มีโรคประจำตัวควรทำอย่างไร ก่อนทำการถอนฟัน ทันตแพทย์จะทำการสัมภาษณ์ประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วย วัดความดันโลหิต ตรวจนับชีพจร ผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคเลือด ควรบอกให้ทันตแพทย์ทราบอย่างละเอียด โดยเฉพาะผู้ที่มี ประวัติโรคเลือดออกง่าย หยุดยาก ควรถอนฟันภายในโรงพยาบาลเพราะอาจจะต้อง เตรียมพร้อมล่วงหน้าก่อนถอนฟันเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดภายหลังการถอนฟัน วิธีการถอนฟันทำอย่างไร ก่อนที่จะทำการถอนฟัน ทันตแพทย์จะตรวจประวัติทางการแพทย์และประวัติทางทันตกรรมอย่างถี่ถ้วน และจะทำการเอ็กซ์เรย์ฟันการเอ็กซ์เรย์จะทำให้เห็นถึงความยาว รูปร่างและตำแหน่งของฟันและกระดูกบริเวณรอบๆ ฟัน จากข้อมูลที่ได้ ทันตแพทย์จะสามารถประมาณระดับความยุ่งยากของกระบวนการการถอนฟัน และตัดสินใจว่าจะส่งตัวคุณไปหาผู้เชี่ยวชาญ หรือ ศัลยแพทย์ช่องปาก หรือไม่ ก่อนทำการถอนฟัน ทันตแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณรอบๆ ฟันที่จะถูกถอน สำหรับการถอนฟันตามปกติธรรมดา เมื่อบริเวณที่จะถอนฟันเกิดอาการชาแล้ว ทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องแซะในการทำให้ฟันหลวมจากเหงือก จากนั้นทันตแพทย์จะถอนฟันออกมาด้วยคีมถอนฟัน ทันตแพทย์อาจจะต้องปรับสภาพกระดูกที่อยู่ด้านล่างให้มีความเรียบเนียนขึ้น เมื่อทันตแพทย์ทำการถอนฟันเสร็จสิ้นแล้ว ทันตแพทย์อาจจะทำการปิดแผลด้วยการเย็บแผลข้อปฏิบัติหลังถอนฟัน1.กัดผ้าก็อซแน่นๆไว้ประมาน 1 ชั่วโมง มีเลือดหรือน้ำลายให้กลืน ห้ามดูดแผลหรือเลือด ห้ามบ้วนน้ำหรือน้ำลาย 2.เมื่อครบ 1 ชั่วโมง ให้คายผ้าก็อซออก หากยังมีเลือดไหลอยู่ ให้เปลี่ยนอันใหม่กัด ก่อนเปลี่ยนให้ล้างมือให้สะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ 3.ยาชาจะมีฤทธิ์ 1-2 ชั่วโมง หากมีอาการปวดให้ทานยาตามที่ทพ.สั่ง 4.เพื่อป้องกันอาการบวมหลังถอนฟัน ให้ทำการประคบอุ่น 5.งดสูบบุหรี่หรือทานเครื่องดื่มแอลกฮอล์ 24 ชั่วโมง 6.หลี่กเลี่ยงแปรงฟันบริเวณแผล 1-2 วัน การรักษาฟันผุด้วยการทำฟันปลอม เมื่อสูญเสียฟันแท้ ฟันปลอมจึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การบดเคี้ยวดำเนินต่อไปได้ อีกทั้งยังช่วยคงรูปหน้า การออกเสียง ให้เป็นปกติ ฟันปลอม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ฟันปลอมแบบติดแน่นกับแบบถอดได้ ซึ่งแบบติดแน่นนั้นจะทำเป็นลักษณะครอบฟัน สะพานฟัน ส่วนฟันปลอมแบบถอดได้สามารถแบ่งประเภทย่อยออกไปอีกตามลักษณะฟันและวัสดุที่ใช้เมื่อเทียบกันแล้ว ฟันปลอมแบบถอดได้ราคาจะย่อมเยากว่า แต่ความคงทนก็จะน้อยกว่าฟันปลอมแบบติดแน่น ฟันปลอมแบบถอดได้ประเภทต่างๆ ได้แก่ ฟันปลอมบางส่วน ฟันปลอมทั้งปาก ฟันปลอมโครงโลหะ โครงพลาสติก ฯลฯ ฟันปลอมถอดได้มีกี่แบบ ฟันปลอมแบบถอดได้จะมีอยู่ 2 แบบหลักๆ ดังนี้ ฟันปลอมบางส่วน (Partial dentures) เป็นฟันปลอมที่ใช้สำหรับคนที่ฟันหลุดร่วงเป็นบางซี่ และยังมีฟันที่แข็งแรงเหลืออยู่ด้วย เช่น เกิดอุบัติเหตุ ฟันผุจนต้องถอน ลักษณะฟันจะเป็นซี่ฟันสวมเข้าไปติดเหงือกเอาไว้ สามารถถอดมาทำความสะอาดได้ แต่อาจพบปัญหาสีฟันปลอมไม่เสมอกับฟันแท้ได้ ฟันปลอมทั้งปาก (Full dentures) ใช้สำหรับกรณีคนที่ประสบปัญหาทางการแพทย์บางอย่าง เช่น ติดเชื้อ โรคปริทันต์อักเสบ หรืออุบัติเหตุ จนฟันหลุดร่วงทั้งหมด ลักษณะฟันก็จะเป็นโครงฟันเสมือนจริงติดเข้ากับเหงือกเช่นกัน จะเห็นได้ว่า คนที่มีปัญหาทันตกรรมบางชนิดก็สามารถใส่ฟันปลอมได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษากับทันตแพทย์เสียก่อน เพื่อให้ได้ฟันปลอมที่เหมาะกับคุณมากที่สุด และสำหรับใครที่กำลังฟันผุ ปวด หรือมีอาการอื่นๆที่สงสัยว่าฟันผุ เคยอุดฟันมาแล้วปวด หรือถอนฟันแล้วอยากทำฟันปลอม ที่โมเดริ์นสไมล์ก็มีข่าวดี เรียกว่า #รับขวัญใครไม่ได้เราชนะมาเป็นสมาชิกใหม่ สำหรับฟันปลอม 5%OFF ไม่มีใครชวนเข้า Club House มาสมัคร Club Members Cards กับ MODERN SMILE ล..ดสูงสุดถึง 10% กับบัตรสมาชิก ที่สมัครง่ายๆได้ส่วนลดไปง่ายๆ ลดทั้งทันตกรรม อุดฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด ถอนฟัน รักษารากฟัน สูงสุดถึง 10 เปอร์เซนต์กันไปเลย สอบถามและรีบรับสิทธิได้แล้วที่นี่ คลิกเลย LINE OFFICIAL MODERN SMILE FB MODERN SMILE INSTAGRAM MODERN SMILE