Category Archives: Uncategorized

ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันหัก ศรีราชาพัทยา

BROKEN-TOOTH-Modernsmile

ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันหัก  ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันหัก  เป็นปัญหาช่องปากที่อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยฟันแตกเกิดได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการเคี้ยวของแข็ง การประสบอุบัติเหตุ หรือการนอนกัดฟัน ซึ่งฟันแตกนั้น จะมีลักษณะที่เป็นฟันแตกแบบรู หรือฟันแตกแบบครึ่งซี่นั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาในช่องปากด้านอื่นๆ ตามมาได้ เพราะฉะนั้นจึงควรเข้ารับการรักษาอาการฟันแตกให้เร็วที่สุด    ฟันแตกเกิดจากอะไร ฟันแตกเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจจะทำให้ต้องเสียฟันซี่นั้นไปได้ แต่ก่อนจะมาดูถึงสาเหตุการเกิดเพื่อรักษาฟันแตกนั้น มาแยกประเภทกันก่อนว่าระหว่างฟันร้าวกับฟันแตกมีความแตกต่างอย่างไร อาการฟันร้าว เป็นรอยร้าวของผิวเคลือบฟัน อาจมีการแตกร้าวจากด้านในของฟัน ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ต้องพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบแล้วประเมินอาการเท่านั้น อาการฟันแตก เป็นการที่มีบางชิ้นส่วนของฟันบิ่นออกมา หรือมีการแตกหักออกมาจากตัวฟัน โดยฟันหน้าแตกมักจะเกิดขึ้นบ่อยกว่าซี่อื่น ซึ่งฟันแตกนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมการใช้ฟันที่อันตรายอย่างการเปิดขวดด้วยฟัน อาจทำให้ฟันแตกครึ่งซี่หรือฟันหน้าแตกได้ การกัดเคี้ยวอาหารแข็ง ถือได้ว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฟันแตก เช่น น้ำแข็ง หมูกรอบ เปลือกหอย การทานอาหารที่มีอุณหภูมิต่างกันอย่างฉับพลัน เช่น กินซุปร้อนๆ แล้วตามด้วยดื่มน้ำเย็นจัดตามทันที ประสบอุบัติเหตุอย่างแรง เช่น รถชน การล้ม ถูกของแข็งกระแทก การเล่นกีฬา การชกต่อย การสบฟันแรงๆ อย่างพฤติกรรมการนอนกัดฟัน ฟันมีรอยอุดขนาดใหญ่ ทำให้โครงสร้างความแข็งแรงของฟันซี่นั้นลดลง   สาเหตุที่ทำให้ฟันแตก ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันร้าว  เกิดจากการนอนกัดฟัน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น การล้มกระแทก การถูกทำร้าย ถูกของแข็งกระแทก การใช้ฟันหน้าผิดประเภท เช่น ใช้ฟันเปิดขวด การเคี้ยวของแข็งโดยบังเอิญหรือตั้งใจ เช่น เคี้ยวโดนก้อนกรวด กระดูก น้ำแข็ง ถั่วแข็ง หมูกรอบที่แข็งเกินไป ลูกอมเม็ดแข็ง หรืออาหารอื่นใดที่มีความแข็งกว่าฟัน   อาการของฟันแตกเบื้องต้นที่สามารถสังเกตได้ วิธีสังเกตอาการฟันแตกที่ง่ายที่สุดคือการส่องกระจก แต่ก็อาจมีจุดที่อยู่นอกเหนือจากบริเวณที่มองเห็นได้ในกระจกที่ การรักษาฟันแตกไม่ทันท่วงที เมื่อเผลอปล่อยไว้นานระดับความรุนแรงและผลกระทบจากฟันแตกอาจมีมากขึ้น จนมีอาการเตือนให้รับรู้ ซึ่งสัญญาณเตือนฟันแตกเบื้องต้นที่สังเกตได้นอกจากส่องกระจก มีดังนี้ เมื่อโดนกระแทก หรือเคี้ยวอาหารจะรู้สึกเจ็บ หรือปวด ฟันแตกเป็นฟันที่ได้รับบาดเจ็บ เวลาที่ฟันโดนกระแทก รู้สึกเจ็บเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือปวดขึ้นมา ให้รีบสำรวจฟันว่ามีส่วนที่แตกหักหรือบิ่นหายหรือไม่ถ้าสำรวจฟันแล้วพบว่ามีลักษณะใกล้เคียงร่วมกับเกิดอาการตามที่กล่าวมาแสดงว่าฟันแตกแบบรุนแรงต้องพบทันตแพทย์เพื่อรักษาโดยด่วน เหงือกบวม หรืออักเสบในบริเวณที่ฟันแตก สามารถทำให้เหงือกอักเสบได้ เพราะฟันมีช่องว่าง อาจทำให้เศษอาหารเข้าไปติดได้ และเมื่อเศษอาหารสะสมไปนานๆ ก็ทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตจนเหงือกอักเสบและบวมได้ อีกกรณีหนึ่งคือบริเวณที่ฟันแตกนั้นลึกถึงชั้นเนื้อฟันจนทำให้เหงือกอักเสบได้เช่นกัน เสียวฟันขณะที่ดื่มเครื่องดื่มที่เย็นจัด หรือร้อน หากฟันแตกเพียงเล็กน้อย อาจยังไม่เกิดอาการเจ็บปวดหรือเสียวฟันทันที แต่จะทำให้ฟันบอบบางและมีไวต่อความรู้สึกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหากฟันแตกแล้วดื่มเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูง หรือเย็นกว่าปกติจึงทำให้รู้สึกเสียวฟันได้ง่าย   วิธีสังเกตว่าคุณมีฟันแตกหรือไม่ ส่องกระจก สำรวจว่ามีรอยแตกที่อุดฟันให้เห็นหรือไม่ พบส่วนแปลกปลอมที่หลุดอยู่ในช่องปาก ถ้าคุณมีเศษฟันที่แตก แนะนำให้เก็บไว้เเล้วรีบไปพบทันตแพทย์ สังเกตสีเหงือก บริเวณแนวเหงือกที่พบฟันแตก มักจะมีการบวมแดง พบส่วนแปลกปลอมที่หลุดอยู่ในช่องปาก ถ้าคุณมีเศษฟันที่แตก แนะนำให้เก็บไว้เเล้วรีบไปพบทันตแพทย์   ประเภทและลักษณะความรุนแรงของฟันแตก มีรอยแตกที่ผิวเคลือบฟัน เคลือบฟันเปรียบเหมือนเสื้อเกราะที่เเข็งแรงช่วยปกป้องเนื้อฟัน รอยแตกที่พบมักมีขนาดเล็กและตื้น ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดจึงไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ใช้แค่การขัดเงาผิวฟันก็เป็นอันเรียบร้อย ฟันกรามบริเวณที่เคยอุดมีการแตก โดยปกติไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อและเส้นประสาทฟัน จึงไม่เกิดอาการเจ็บปวดมาก สามารถรักษาด้วยการอุดฟันหรือทำครอบฟัน ฟันแตกและมีรอยร้าว กรณีที่ยังไม่ขยายไปถึงแนวเหงือกก็สามารถรักษาได้ แต่ถ้าการฟันมีรอยแตกขยายไปถึงบริเวณเหงือก อาจจำเป็นต้องถอนฟันซึ่งเป็นการรักษาที่ดีที่สุด ฟันแตกแบ่งเป็นสองส่วนจากผิวด้านบนลามไปถึงด้านล่างของแนวเหงือก รอยแตกขนาดใหญ่นี้อาจะทำให้ทันตแพทย์ช่วยรักษาฟันได้บางส่วน ฟันแตกหักแนวตั้ง เป็นรอยแตกที่เริ่มต้นจากข้างใต้เส้นเหงือกและขึ้นไปด้านบน ซึ่งฟันแตกลักษณะนี้มักจะไม่แสดงอาการให้เห็นมากนัก แต่ถ้าฟันมีการติดเชื้อ ก็มีโอกาสที่สูงมากที่จะต้องถอนฟันซี่ที่เสียออก วิธีการรักษาฟันแตก ฟันบิ่น ฟันหัก  การรักษาฟันแตกนั้นมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ และดุลยพินิจของทันตแพทย์ว่าจะรักษาฟันแตกอย่างไร ดังวิธีต่อไปนี้  กรอฟัน หากฟันแตกเล็กน้อยบริเวณเคลือบฟัน ไม่มีอาการอื่นร่วมอย่างปวดฟัน เพียงแค่รู้สึกว่าบาดลิ้นหรือฟันซี่นั้นคม ทันตแพทย์จะรักษาด้วยการกรอขัดแต่งฟันที่แตกซี่นั้นเพื่อลดความคมลง ซึ่งการรักษาฟันแตกลักษณะนี้ ถือว่าเป็นการรักษาในระดับเคลือบฟัน อุดฟัน หากฟันที่แตกบิ่นนั้นเป็นรูหรือรอยแตกขนาดใหญ่ และอาจเป็นบริเวณที่เคยอุดฟันมาก่อน ทันตแพทย์จะทำการอุดรูหรือรอยที่แตกก่อนด้วยวัสดุอุดฟัน เพื่อไม่ให้เกิดการแตกมากขึ้น เช่น เรซิ่นที่สีคล้ายเนื้อฟัน ที่มักใช้อุดฟันหน้าแตกเพื่อความสวยงาม หรืออมัลกัม (Amalgam) สีเงินบริเวณฟันกรามหรือซี่ในซึ่งการรักษาในลักษณะนี้ ถือเป็นการรักษาฟันแตกในระดับเคลือบฟัน ครอบฟัน หากรอยฟันบิ่นแตกนั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เสียเนื้อฟันเยอะหรือปัญหาฟันชิ้นใหญ่แตกหัก ทันตแพทย์จะใช้วิธีครอบฟันที่สีคล้ายฟันจริง เพื่อทำให้ฟันกลับมาแข็งแรงขึ้น พร้อมๆ กับการรักษารากฟันร่วมด้วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพฟันอื่นๆ ตามมาในอนาคต  ซึ่งการรักษาลักษณะนี้ ถือเป็นการรักษาฟันแตกในระดับชั้นเนื้อฟันและระดับโพรงประสาทฟัน รักษารากฟัน บางครั้งการที่ฟันแตกจนปวดฟันนั้น อาจมาจากการที่รอยฟันแตกทะลุและลึกถึง ชั้นโพรงประสาทฟันทำให้มีอาการปวด จึงต้องรักษารากฟันที่แตกก่อนครอบฟันเพื่อให้ฟันแข็งแรงขึ้นโดยไม่ต้องถอนออก นับว่าเป็นการรักษาฟันแตกในระดับโพรงประสาทฟัน ถอนฟัน หากฟันแตกลึกเลยแนวเหงือก ทำให้ฟันมีความเสียหายไม่สามารถรักษาเนื้อฟันได้ ทันตแพทย์จะทำการถอนฟันในท้ายที่สุดเพื่อป้องกันการติดเชื้อลามไปซี่อื่น นับได้ว่าเป็นการรักษาฟันแตกในระดับรากฟัน  การป้องกันฟันแตก ฟันบิ่น ฟันหัก  ฟันแตกเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและมีหลายระดับในการแตก หากฟันแตกแล้วส่งผลต่อชีวิตประจำวัน การกินอาหารรู้สึกปวดฟันจะมีอาการเหงือกบวม เสียวฟัน อาจจะอยู่ในระดับชั้นเนื้อฟันและระดับโพรงประสาทฟัน วิธีแก้ปวดฟันแตกที่บรรเทาอาการปวดหรือเสียวฟันได้ในเบื้องต้น ดังนี้ อย่าเคี้ยวของแข็งๆ หลายคนติดนิสัยชอบเคี้ยวอะไรแข็งๆ อย่างก้อนน้ำแข็งหรือปลายปากกา จริงอยู่ว่าฟันคนเราแข็งแรง แต่พฤติกรรมแบบนี้จะทำฟันคุณเสียได้ในระยะยาว ถ้าฝืนเคี้ยวของแข็งๆ ไปเรื่อยๆ ฟันอาจบอบบางอ่อนแอลงจนแตกในที่สุด หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง ไม่ใช้ฟันในการงัดเปิดสิ่งของต่างๆ เสี่ยงต่อการทำให้ฟันบิ่นหรือแตกได้ อย่ากัดฟัน โดยเฉพาะตอนนอนที่คุณอาจเผลอบดกรามและฟันซี่อื่นๆ กรอดๆ โดยไม่รู้ตัว นานๆ ไปเคลือบฟันคุณจะเสื่อมได้ ทำให้เสี่ยงฟันแตกขึ้นมา คนเรามักเผลอกัดหรือขบฟันตอนนอนโดยไม่รู้ตัว ทำให้แก้ได้ยากเหลือเกิน แต่ก็ยังพอมีฟันยาง (เหมือนของนักมวย) ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ จะได้ใช้ตอนนอนป้องกันการกัดฟัน ถ้าคุณมีปัญหานี้ลองปรึกษาหมอฟันของคุณ คุณหมอจะได้แนะนำอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับคุณที่สุด ใส่ฟันยางตอนเล่นกีฬา ตอนเล่นกีฬานี่แหละที่คนเรามักถูกกระแทกจนฟันหักฟันแตกมากที่สุด ถ้าคุณเล่นกีฬาที่ต้องถึงเนื้อถึงตัวรุนแรงอย่างฟุตบอล หรือกีฬาที่ใช้ไม้ตีหรืออุปกรณ์แข็งๆ อื่นๆ ที่อาจฟาดโดนหน้าคุณได้ เช่น เบสบอล ก็ต้องใส่ฟันยางทุกครั้งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับฟันของคุณ ดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ถ้าคุณปล่อยให้ปากและฟันสกปรก รับรองเลยว่าฟันคุณจะอ่อนแอบอบบางจนเสียหายและติดเชื้อได้ง่ายๆ ยังดีที่คุณสามารถดูแลสุขภาพในช่องปากและฟันได้มากมายหลายวิธี ต้องรักษาความสะอาด และไปตรวจสุขภาพฟันตามนัดอย่างเคร่งครัด ห่างไกลฟันผุและฟันแตกแล้ว แล้วปวดฟันทำอย่างไร? แนะนำวิธีแก้ปวดฟันแตกเบื้องต้น ก่อนพบทันตแพทย์ ฟันแตก เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและมีหลายระดับในการแตก หากฟันแตกแล้วส่งผลต่อชีวิตประจำวัน การกินอาหารรู้สึกปวดฟันจะมีอาการเหงือกบวม เสียวฟัน อาจจะอยู่ในระดับชั้นเนื้อฟันและระดับโพรงประสาทฟัน วิธีแก้ปวดฟันแตกที่บรรเทาอาการปวดหรือเสียวฟันได้ในเบื้องต้น ดังนี้  บ้วนน้ำเกลือ เพื่อลดการเสี่ยงติดเชื้อจากแบคทีเรียต่างๆ ภายในปากเราจากอาหารหลากหลายชนิดที่ได้กิน กินยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการปวดฟันก่อนจะเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาฟันแตก กินอาหารอ่อนๆ เพราะฟันแตกทำให้ฟันมีความบอบบางและไวต่อความรู้สึกจึงควรกินอาหารนิ่มๆ เช่น ซุป โจ๊ก พุดดิ้ง ข้าวต้ม เพื่อเป็นการลดความเสียหายของอาการฟันแตกและลดความเจ็บปวด ไม่กินอะไรที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด เพราะจะทำให้เสียวฟันและปวดได้ สลับไปเคี้ยวอาหารข้างที่ฟันไม่แตก เพราะถ้าเคี้ยวข้างเดิมจะทำให้ฟันแตกกว้างขึ้น ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันหัก สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเคี้ยวของแข็ง ประสบอุบัติเหตุ หรือพฤติกรรม นอนกัดฟัน ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันแตกได้ซึ่งเป็นอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้น ทุกคนจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดฟันแตก หากพบว่ามีฟันแตกควรรีบเข้าพบทันตแพทย์ และเข้ารับการรักษาฟันแตกให้เร็วที่สุด  ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิกสาขาศรีราชา และพัทยา 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE : Modernsmiledental Clinic

10 checklists to help determine readiness before getting Invisalign orthodontic

Invisalign orthodontic

“Before jumping into getting Invisalign braces, it’s important to determine if it’s the right treatment for you, both in terms of cost and suitability. It’s best to first consult with an expert dentist at Modern Smile Clinic who specializes in Invisalign treatment to assess your eligibility.”

10 เช็คลิสต์ ตรวจความพร้อมการ จัดฟันใส Invisalign

จัดฟันใส Invisalign

อย่าเพิ่งจัดฟันใส invisalign ถ้าคุณยังไม่รู้สิ่งนี้ เรามาตรวจสอบดูกันว่าคุณเหมาะกับการจัดฟันใสหรือไม่ ทั้งราคาและความเหมาะสม หลังจากนั้นจึงค่อยมาปรึกษากับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่งด้านการจัดฟันใส invsalign ของmodern smile

สะพานฟัน

สะพานฟัน

      สารบัญ   สะพานฟันคืออะไร สะพานฟันกับรากเทียมแตกต่างกันอย่างไร ส่วนประกอบของสะพานฟัน ข้อดีและข้อเสียของสะพานฟัน สรุป     สะพานฟัน คืออะไร   สะพานฟันคือ วิธีการทำฟันปลอมชนิดติดแน่นอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับทดแทนฟันที่หายไป โดยปกติแล้วการทำสะพานฟันจะอาศัยซี่ฟันที่อยู่บริเวณไกล้เคียงที่อยุ่ด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อใช้เป็นตัวยึดในการทำสะพานฟัน ลักษณะของสะพานฟัน จะมีลักษณะที่คล้ายกับฟันธรรมชาติมาก เนื่องจากจะไม่มีการยึด เจาะ หรือติดตะขอเกี่ยวฟัน รวมไปถึงแผ่นเหงือกปลอม อีกด้วย ปกติการเลือกใช้วิธีรักษาแบบสะพานฟันจะใช้ในกรณีที่ฟันเกิดในกรณีที่ฟันได้โดนถอนออกไป และสามารถใช้ฟันธรรมชาติซี่ใกล้เคียง ที่แข็งแรง สามารถใช้เป็นหลักในการทำสะพานฟัน     สะพานฟันกับรากเทียมแตกต่างกันอย่างไร       สะพานฟัน วิธีการรักษาด้วยการทำสะพานฟัน ทันตแพทย์จะใช้วิธีการกรอฟันด้านข้างทั้งสองด้านให้มีซี่ฟันที่เล็กลงเพื่อใช้เป็นเสาหลักในการทำสะพานฟัน โดยฟันที่โดยกรอไป ทางทันแพทย์จะใช้ซี่ฟันนี้เป็นตัวครอบสะพานฟันทั้ง 3 ซี่ ในการเชื่อมของฟัน ลักษณะก็จะคล้ายๆ กับสะพาน จึงได้เรียกการรักษานี้ว่า สะพานฟัน         รากเทียม วีธีการรักษาโดยการทำรากเทียม ทางทันตแพทย์จะใช้วิธีการฝังรากเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกรบริเวณส่วนที่ฟันสูญเสียไปเฉพาะที่เท่านั้น หลังจากนั้นจะทำการใช้ฟันปลอมในการครอบฟันบนรากเทียมอีกที โดยไม่ต้องใช้ฟันใกล้เคียงเพื่อเป็นตัวยึดเหมือนการรักษาแบบสะพาน หลังจากนั้นจะทำการใช้ฟันปลอมในการครอบฟันบนรากเทียมอีกที     สะพานฟัน ประกอบไปด้วย 2 ส่วนด้วยกัน   สะพานที่ยึดติดกับฟันธรรมชาติ คือสะพานฟันที่ต้องใช้ส่วนของฟันธรรมชาติบริเวณรอบข้าง เพื่อใช้สำหรับเป็นเสาหลักยึด ซึ่งวัสดุที่นำมาประกอบใช้ในการทำ จะเป็นวัสดุลักษณะชนิดเดียวกันกับการครอบฟัน เช่น วัสดุที่เป็นเซรามิก โลหะ หรือแบบเซรามิกที่มีส่วนผสมของโลหะ   สะพานฟันที่เป็นวัสดุเซรามิกล้วน All Porcelain Bridge จะเป็นลักษณะที่เป็นสีฟันแบบฟันปกติที่เป็นแบบธรรมชาติ วัสดุนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในการรักษาบริเวณฟันด้านหน้าที่ต้องการความสวยงาม เพราะ เซรามิก จะเป็นลักษณะสีที่เป็นสีใส และมีความสวยความและสีใกล้เคียงกับ สีฟันจริงๆ อีกทั้งวัสดุที่เป็นเซรามิกนี้ ยังช่วยตัดปัญหาการติดสีจากการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละท่านด้วย   สะพานฟันที่เป็นวัสดุที่เป็นโลหะล้วน All Gold Bridge วัสดุนี้จะเป็นวัสดุที่มีลักษณะที่แข็งแรงและทนทานที่สุด เนื่องจากจะไม่มีความเสี่ยงต่อการแตกหรือหัก เหมือนกัน วัดุที่เป็นเซรามิก ลักษณะของสีจะเป็นสีแบบโลหะ ซึ่งจะไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความสวยงามแบบธรรมชาติ ซึ่งการใช้วัสดุที่เป็นโลหะ จะเหมาะกับฟันที่อยุ่ด้านใน เช่นฟันกราม ที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร   สะพานฟันที่เป็นวัสดุผสมระหว่างเซรามิกและโลหะ PFM Bridge ซึ่งจะเป็นวัสดุที่มีส่วนผสมระหว่างเซรามิกและโลหะเข้าด้วยกัน ซึ่งจะใช้วัสดุที่เป็นโลหะมาเป็นส่วนผสมของเนื้อฟันด้านนอกและในส่วนของด้านในจะเป็นโลหะ ซึ่งจะมีความสวยงามและความแข็งแรงไปพร้อมกัน จึงเป็นวัสดุที่เหมาะแก่การทำสะพานฟันหลังหรือกรามที่ทำหน้าที่บดเคี้ยว ลักษณะของสีฟันก็จะเหมือนสีฟันที่เป็นฟันปกติ เพราะด้านนอกจะถูกครอบด้วยวัสดุจากเซรามิก ซึ่งวัสดุชนิดนี้ เป็นที่นิยม ณ ปัจจุบัน   ฟันลอย สะพานฟันที่เป็นในส่วนของฟันลอย ลักษณะของฟันซี่นี้จะลอยอยู่เหนือบริเวณเหงือก ซึ่งเป็นหลักเชื่อมระหว่างเสายึดฟันทั้งสองซี่ ซึ่งเป็นฟันปลอมที่ทำหน้าที่ ทดแทนซี่ฟันที่ขาดหายไป คุณลักษณะก็สามารที่จะบดเคี้ยวอาหารได้เหมือนฟันปกติ และยังเสริมสร้างความมั่นใจได้อีกด้วย     ขอดีและข้อมเสียของการทำสะพานฟัน   ข้อดี สวยงาม ประสิทธิภาพดี แข็งแรง ประสิทธิภาพการบดเคี้ยว เกือบเป็นปกติ เพราะแรงที่เคี้ยวถ่ายลงตัวฟัน ไม่ใช่ถ่ายลงที่เหงือก ไม่รำคาญ เพราะไม่มีแขนขามากมาย เหมือนฟันถอดได้ หลุดยาก ทำให้มั่นใจ ในการใช้งาน   ข้อเสีย ต้องมีการกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึดฟันปลอม ทำให้สูญเสียเนื้อฟัน ถอดออกมาล้างทำความสะอาดไม่ได้ ติดอยู่ในปากของเราเลย หากเราแปรงฟันทำความสะอาดไม่ดีอาจทำให้ฟันข้างเคียงเสียหายไปได้ เป็นโรคเหงือก หรือฟันผุได้ง่าย ราคาแพง ต้องเป็นคนละเอียดใส่ใจในการทำความสะอาด สุขอนามัยในช่องปากต้องดี เพราะถ้าไม่ดี จะเป็นตัวบ่งชี้ ความเอาใจใส่ ทำความสะอาดลำบาก เพราะถอดไม่ออก ต้องมีเครื่องมือทำความสะอาดเฉพาะ ฟันปลอมแบบ ติดแน่นเหมาะกับฟันหลอน้อยซี่ (1-2 ซี่) เพราะต้องกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึด ถ้าฟันข้างเคียงที่ใช้ยึด สภาพไม่ดี เป็นโรคเหงือก ก็ไม่สามารถทำฟันปลอมชนิดนี้ได้ เนื่องจากฟันปลอมชนิดนี้ต้องถ่ายแรงบนฟันข้างเคียง จึงอาจจะส่งผลเสียกับฟันข้างเคียงได้ เช่นโยก และหลุดออกในที่สุด ถ้ามีการโหลดแรงมากเกินไป     สรุป   สะพานฟัน คือ การทำฟันปลอมอีกรูปหนึ่ง ที่เรียกว่า การทำฟันปลอมแบบติดแน่น โดยลักษณะการทำฟันปลอมชนิดนี้ จะใช้วิธีการครอบฟันมากกว่า 1 ซี่ โดยใช้ซี่บริเวณข้างๆ เป็นหลักในการครอบเพื่อใช้เป็นสะพานฟัน วัสดุที่ใช้ในการทำสะพานฟัน จะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุที่เป็นเซรามิกล้วน วัสดุที่เป็นโลหะล้วน และ วัสดุที่เป็นเวรามิกผสมกับโลหะ ซึ่งข้อดีของการทำสะพานฟัน ก็จะ มีความสวยงามและประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวค่อนข้างสูง และไม่เป็นที่น่ารำคาญเพราะการทำสะพานฟันจะไม่มีเหล็กในการยึดฟัน เหมือนฟันปลอมแบบถอดได้ ส่วนข้อเสียในการทำสะพานฟัน ราคาค่อนข้างเเพง และการทำหลักยึดสะพานฟันจะต้องมีการกรอฟัน ทำให้ฟันที่เป็นหลักยึดสูญเสียเนื้อฟัน  และการทำสะพานฟันเป็นการทำฟันปลอมที่ไม่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ ดังนั้นคนที่จะทำฟันปลอมโดยเลือกวิธีการทำสะพานฟัน จะต้องเป็นคนที่ละเอียดและใส่ใจในการทำความสะอาดเป็นอย่างมาก หากทำความสะอาดไม่ดีก็อาจจะทำให้ฟันข้างเคียงเสียหายไปได้ และก่อให้เกิดโรคเหงือก หรือฟันผุได้ง่าย ตัวอย่างเคสการใส่สะพานฟันค่ะ   https://youtu.be/kyN7A9-CWJI?si=OKNFVZpUqFJDnheN ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิกศรีราชา และพัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง

ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง

  ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง ตัวการทำลายยิ้มสวย   สารบัญ   ดื่มชากาแฟทำไมฟันเหลือง อาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดฟันเหลือง วิธีขจัดคราบฟันเหลือง สรุป   ดื่มชากาแฟทำให้ ฟันเหลือง ทำไมกันน้าาาา        ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง ก็เพราะ ชา กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรด ทำให้เมื่อดื่มเข้าไปแล้วทำให้กัดกร่อนสารเคลือบฟันของเรา และใน ชา กาแฟ ยังมีสารโครโมเจนหรือสารที่ก่อให้เกิดสีในปริมาณสูง จึงทิ้งคราบไว้ที่ฟันของเรา ทำให้ฟันของเรามีคราบเหลือง          และไม่ใช่แค่ กาแฟอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึง ชา ไวน์ น้ำอัดลม และผักผลไม้ที่มีสีเข้ม อย่างตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งเป็นของโปรดของคนส่วนใหญ่ ซึ่งพวกอาหารเหล่านี้ก็มีคุณสมบัติทิ้งคราบไว้ให้เกิดฟันเหลืองได้เช่นกัน ส่งผลให้ใครๆ หลายคนมีความกังวลใจที่ เสียความมั่นใจและเสียบุคลิกภาพ   ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิก ศรีราชา และพักทยา ขอแยกจำแนกอาหารที่ก่อให้เกิดฟันเหลือง ดังนี้   เครื่องดื่ม จำพวก ชาและกาแฟ   เครื่องดื่มจำพวก ชาและกาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่มีโครโมเจนหรือสารที่ก่อให้เกิดสีในปริมาณที่เยอะมากๆ  และยังมีแทนนินที่มีความเป็นกรดกัดกร่อนผิวเคลือบฟัน ทำให้โครโมเจนที่เคลือบนผิวฟัน โดยได้มีรายงานค้นพบว่า คราบกาแฟมักเป็นสาเหตุให้เกิดฟันเหลืองซ้ำๆ ได้ง่ายมากๆ ในท่านที่ผ่านการฟอกสีฟันมา อีกทั้งยังกำจัดคราบเหลืองออกได้ยากถึงแม้ว่าจะแปรงฟันอย่างถูกวิธีแล้วก็ตาม และในเครื่องดื่มประเภทชาซึ่งมีปริมาณของสารแทนนินสูงกว่าก็สามารถทำให้เกิดฟันเหลืองได้มากกว่ากาแฟโดยเฉพาะ ชาดำ หากจะให้ใครๆ หลายๆคน หยุดดื่มกาแฟ ก็คงเป็นไปได้ยาก  แต่อาจจะเลือกดื่มชาหรือกาแฟ ที่มีแทนนินน้อยหรือมีรสฝาดน้อย เช่น ชาสมุนไพร ชาขาว ชาเขียว เพื่อใช้เป็นตัวเลือกในการบริโภค เพราะชาหรือกาแฟ ที่มีมีแทนน้อยและมีรสผากน้อยจะไม่ค่อยทิ้งคราบสีที่เกาะติดไว้บนผิวฟัน   เครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม        เครื่องดื่มที่มีสีสรรต่างๆ อย่างเล่นน้ำอัดลม รวมไปถึงโซดาและเครื่องดื่มเกลือแร่บางชนิดที่มีกรดคาร์บอนิก กรดฟอสฟอริก และกรดซิตริก ซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นตัวทำลายผิวเคลือบฟัน อีกทั้งยังมีโครโมเจนที่เป็นสารก่อให้เกิดสีซึ่งเป็นตัวที่สามารถก่อให้เกิดเป็นคราบเหลืองบนผิวฟันได้ โดยการดื่ิมเครื่องดื่มอย่างเช่น น้ำอัดลมที่เย็นจัด อาจทำให้โครโมเจนจับกับผิวฟันได้มากขึ้นด้วย อีกทั้งเครื่องดื่มประเภทนี้ยังมีน้ำตาลสูงเป็นอย่างมากอันเป็นสาเหตุให้ช่องปากเป็นกรดมากขึ้น ซึ่งจะคอยกัดกร่อนผิวเคลือบฟันจนทำให้ฟันเหลืองได้   ผักผลไม้  ผลไม้ที่มีสีเข้ม เช่น มะเขือเทศ บีทรูท สตรอเบอร์รี่ ทับทิม องุ่นแดง บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่   รวมไปถึงน้ำผักผลไม้เหล่านี้ ซึ่งเป็นแหล่งของโครโมเจน แทนนิน และกรด ซึ่งทำให้บริเวณผิวเคลือบฟันอ่อนตัวลงและมีผิวฟันขรุขระไม่เรียบเนียน จนก่อให้เกิดพวกสารโครโมเจนและแทนนินเข้ามายึดเกาะเป็นคราบเหลืองบริเวณผิวฟันที่ขรุขระ  และผลไม้จำพวกสีน้อยอย่างเช่นองุ่นขาวหรือพวกผักผลไม้ที่มีสีอ่อนๆ ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีในการเลือกรับประทาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฟันเหลือง และผลไม้บางชนิดโดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนผิวเคลือบฟันจนเสี่ยงต่อฟันเหลืองได้ด้วยเช่นกัน     เครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์  เครื่องดื่มจำพวกที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ หรือเหล้า ซึ่งจะมีกรดกับสี ซึ่งทำให้ฟันเหลืองขึ้นได้ และ ไวน์แดง มีโครโมเจน แทนนิน และกรดเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ฟันเหลืองได้เช่นกัน โดยผิวเคลือบฟันจะโดนกรดกัดกร่อนแล้วโครโมเจนกับแทนนินจะเข้ามาติดบนผิวเคลือบฟัน แต่ในส่วนของไวน์ขาว แม้จะแตกต่างตรงที่ไม่มีโครโมเจนเหมื่อนไวน์แดง แต่ก็ยังมีแทนนินกับกรดซึ่งทำให้ผิวเคลือบฟันถูกกัดกร่อนได้เช่นกัน จึงทำให้โครโมเจนจากอาหารอื่น ๆ ที่ทานเข้ามาจับกับผิวฟันได้ง่ายจนเกิดคราบเหลืองได้เช่นกัน   ลูกอม ลูกกวาด ไอศรีม ขนมหวาน ลูกอม ลูกกวาด ไอศกรีม และหวานเย็น เป็นอาหารที่มักจะมีส่วนผสมของสีสังเคราะห์ ซึ่งจะทำให้เกิดคราบบนผิวฟันได้ และขนมหวานยังมีส่วนผสมของน้ำตาลสูงอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ช่องปากเป็นกรดจนทำให้ผิวเคลือบฟันถูกทำลายได้ และทำให้คราบอาหารยึดเกาะบนผิวฟัน   เครื่องปรุงบางชนิดในการปรุงอาหาร เครื่องปรุงที่ใช้ในการประกอบอาหาร ตัวอย่างเช่น ผงกะหรี่ ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชูหมักจากน้ำองุ่น และซอสถั่วเหลือง  สามารถทำให้ฟันเหลืองได้เมื่อจับกับผิวเคลือบฟัน หากต้องการใช้เครื่องปรุงในการรับประทานหรือปรุงอาหารเพื่อแต่งรสชาติหรือสีสันในอาหาร อาจเปลี่ยนเครื่องปรุงเป็นซอสครีมหรือน้ำส้มสายชูที่หมักจากข้าวแทน เพื่อป้องกันการเกิดคราบเหลือฟันเหลือง   วิธีในการกำจัดคราบเหลืองจากการดื่ม ชา กาแฟ   1.วิธีดื่มน้ำบ่อย ๆเพื่อช่วยขจัดคราบ หากเราดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำก็จะเป็นตัวช่วยในการขจัดคราบชาและกาแฟไม่ให้เกาะติดบนผิวฟันได้ เพราะนำ้เป็นส่วนที่จะช่วยชะล้าง และลดคราบชากาแฟที่ติดอยู่ตามฟันได้หลังจากที่ดื่มชาและกาแฟ หากใครเป็นคนที่ชอบดื่มชากาแฟเป็นประจำ ในระหว่างที่ทานกาแฟหรือชา ก็อาจจะมีน้ำดื่มสะอาดๆไว้เป็นตัวช่วยในการชะล้างช่องปากและคราบของชากาแฟ   2. ขูดหินปูนปีละ 2 ครั้งหรือ ทุกๆ 6 เดือน ควรพบเเพทย์เพื่อขูดหินปูน ปีละ 2 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน เพื่อช่วยลดปัญหาการเกิดคราบพลัคจากการทานอาหาร รวมไปถึงคราบเครื่องดื่มจากพวกชา กาแฟที่เป็นคราบติดบนผิวฟัน ถ้าปล่อยไว้นานก็จะเกิดคราบหินปูนเกาะบริเวณฟันได้ หากไม่ได้ขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ในระยะยาว     3. ใช้ยาสีฟันที่ช่วยลดคราบเหลืองจากชากาแฟ ที่มีส่วนผสมของ Micro White Silica ซิลิกาอณูเล็กพิเศษที่มีส่วนช่วยลดคราบพลัคไม่ให้เกาะติดตามผิวฟันและร่องฟัน โดยไม่ทำลายเคลือบฟัน PVP ช่วยสลายคราบเหลืองจากชา กาแฟที่มีการเกาะติดบนผิวฟัน  CYCLODEXTRIN (CDX) เพื่อช่วยลดกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น Hydroxyapatide HAP คืนแร่ธาตุสู่ผิวฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง เติมเต็มช่องว่างระหว่างเนื้อฟัน     สรุป      การใช้ชีวิตคนเราในปัจจุบัน ก่อให้เกิดคราบฟันเหลืองได้หลากหลายสาเหตุ ตัวอย่างเช่นการดื่มชากาแฟ รวมไปถึง การทานผักผลไม้ เครื่องดื่มเเฮลกอฮอร์และเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม หรือพวกโซดาต่างๆ  รวมไปถึงพวกของหวาน ลูกกวาด ลูกอม และของหวานที่มีส่วนของผสมของนำ้ตาล อีกทั้ง ส่วนผสมหรือเครื่องปรุงในการใช้ประกอบอาหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดคราบฟันเหลืองทั้งสิ้น ดังใน วิธีการป้องกัน เช่นในการดื่มชากาแฟ ก็ควรที่จะมีน้ำดื่มที่สะอาด ไว้สำหรับชะล้างพวกคราบที่จะติดบนผิวฟัน หลังจากดื่มชากาแฟเสร็จ และก็ไม่ควรที่จะละเลยที่จะไปพบเเพทย์เพื่อดำเนินการขูดหินปูน 2  ครั้งต่อปี หรือทุกๆ 6 เดือน และเลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนช่วยในการขจัดคราบ ลดกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น และยาสีฟันก็ควรจะต้องมีคุณสมบัต ที่ช่วยคืนแร่ธาตุสู่ผิวฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง และเติมเต็มช่วงว่างระหว่างเนื้อฟันอีกด้วย     ทุกปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน ปรึกษาฟรี ได้ที่ ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก สาขา ศรีราชา และ พัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE    

ฟันน้ำนมมีความสำคัญ อย่างไร

ฟันน้ำนม

ความสำคัญของฟันน้ำนมของลูกน้อย🦷 คุณพ่อ คุณแม่ รู้ไหมว่าฟันน้ำมันของลูกน้อยนั้นสำคัญอย่างไร วันนี้คลินิกโมเดิร์นสไมล์ จะเชิญชวน คุณพ่อ คุณแม่ ของลูกน้อยมาใส่ใจเรื่องสุขภาพฟันของลูกให้มากขึ้น โดยเริ่มจากการทำความรู้จักฟันน้ำนมซี่แรก เพราะชุดฟันน้ำนมนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ ‘ฟันชั่วคราว’ แต่มีหน้าที่อื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้ใคร คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องทำใส่ใจ และดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อย ให้สะอาดอยู่เสมอในทุกช่วงวัย สารบัญ       >ฟันน้ำนมของลูกน้อยจะเริ่มขึ้นตอนไหน – ขึ้นครบเมื่อไหร่       >ฟันน้ำนมคืออะไร       >หน้าที่ของฟันน้ำนม       >การสังเกตอาการฟันน้ำนมผุในลูกน้อย       >เด็กไม่แปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่จะรับมือยังไงดี   ฟันน้ำนมของลูกน้อยจะเริ่มขึ้นตอนไหน – ขึ้นครบเมื่อไหร่ ฟันน้ำนมของเด็กนั้นจะเริ่มขึ้นในขวบปีแรก โดยฟันจะค่อย ๆ เริ่มขึ้นเมื่อเด็กมีอายุตั้งแต่ 6-12 เดือนขึ้นไป ฟันน้ำนมของเด็ก จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 20 ซี่ และจะเริ่มทยอยขึ้นจนครบ 32 ซี่ เมื่อมีอายุตั้งแต่ 12-21 ปีขึ้นไป ฟันน้ำนมทั้ง 20 ซี่ของเด็ก จะทยอยขึ้นจนครบทุกซี่เมื่อเด็กมีอายุได้ 3 ปี      # # โดยฟันน้ำนมจะเริ่มหลุดเมื่อเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี  # # * * หลังจากนั้นฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่ * *     ฟันน้ำนมคืออะไร ฟันน้ำนม คือ กระดูกที่ขึ้นมาเพื่อให้ใช้บดเคี้ยวอาหาร โดยฟันน้ำนมชุดแรกนั้น จะขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน โดยทั่วไปจะขึ้นเป็นคู่พร้อมกัน 2 ซี่ คือ ฟันซี่หน้าด้านล่าง และจะค่อยๆ ขึ้นจนครบ 20 ซี่  * ซึ่งฟันของลูกมักจะทยอยขึ้นตามลำดับดังนี้ * ฟันหน้าด้านล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 6 เดือนถึง 8 เดือน ฟันหน้าด้านบน จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 8 เดือนถึง 12 เดือน เขี้ยวทั้งด้านบนและด้านล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 16 เดือนถึง 20 เดือน ฟันกรามใหญ่ทั้งบนและล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 12 เดือนถึง 16 เดือน ฟันกรามเล็กทั้งบนและล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 20 เดือนถึง 30 เดือน     หน้าที่ของฟันน้ำนม 1. ช่วยในการเคี้ยวอาหาร เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตได้ดี ในการวิจัยพบว่าเด็กที่มีฟันผุหลายซี่ อาจทำใหมีการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน 2. เพื่อให้การออกเสียงชัด เด็กวัยนี้เป็นวัยฝึกพูด การที่ฟันหน้าน้ำนมผุ แหว่งไป มีผลต่อการออกเสียงที่ชัดเจนถูกต้อง 3. ฟันน้ำนม ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี โดยธรรมชาติในหมู่เด็กจะมีการล้อเลียนกันอยู่แล้ว เมื่อมีใครที่มีฟันผุหรือฟันถูกถอนไปก่อนกำหนดทำให้เกิดการล้อเลียนกัน ทำให้ความไม่มั่นใจเกิดขึ้น 4. การมีฟันน้ำนมใช้งาน กระดูกที่รองรับฟันก็จะได้รับการกระตุ้นให้เติบโตขยายใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติ หากฟันน้ำนมถูกถอนไป ทั้งกระดูกและพื้นที่ในช่องปากก็จะลดลง ส่งผลให้ฟันแท้เบียดเกได้ วิธีการดูแลรักษาสุขภาพเหงือกและฟันน้ำนม 1.ให้เด็กแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน แปรงฟันให้เด็ก หรือช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีแปรงฟัน 2.รักษาความสะอาดของช่องปากอยู่เสมอ บ้วนปาก แปรงฟัน หลังรับประทานอาหาร และควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟันเพิ่มเติม 3.รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ และจำกัดปริมาณอาหารหรือขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์ 4.พาเด็กไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันเป็นประจำ     การสังเกตอาการฟันน้ำนมผุในลูกน้อย เราสามารถสังเกตฟันผุในระยะเริ่มแรกของเด็กได้จาก รอยสีขาวขุ่นบริเวณคอฟัน มีจุดสีดำหรือสีน้ำตาลเล็กๆ บนผิวฟัน เมื่อพบรูผุที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเด็กจะมีอาการปวดฟัน หรือเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือของหวาน ควรได้รับการรักษาโดยการอุดฟัน ซึ่งเมื่อฟันผุลุกลามจนเกิดการติดเชื้อของเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน เด็กจะปวดฟันมากจนนอนไม่หลับ ต่อมาจะเกิดหนอง ถึงขั้นนี้ก็คงจะต้องทำการรักษารากฟันหรือถอนฟัน     # เด็กไม่แปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่จะรับมือยังไงดี # ไม่ใช่เด็ก ๆ ทุกคนที่จะชอบแปรงฟัน ดังนั้น หากลูกเริ่มมีปฏิกิริยาปฏิเสธ หรืองอแงที่จะแปรงฟันขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ คุณพ่อคุณแม่สามารถจะรับมือได้ ดังนี้ค่ะ ลองร้องเพลง เด็กมักจะถูกหลอกล่อด้วยเสียงเพลงและดนตรีได้ง่าย เพื่อให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายขึ้นขณะแปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะร้องเพลงไปด้วย ยิ่งเป็นเพลงที่ลูกชอบยิ่งดี แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าเสียงของตัวเองอาจจะทำให้ลูกตกใจมากกว่าผ่อนคลาย ก็สามารถเปิดเพลงประกอบแล้วลิปซิงค์ไปพร้อม ๆ กันก็ได้ค่ะ ทำให้การแปรงฟันสนุกขึ้น เหมือนเป็นเกมแปรงฟันแบบวิ่งผลัด โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะตกลงกับลูกอีกนิดหนึ่งว่า ถ้างั้นเดี๋ยวพ่อหรือแม่จะแปรงให้ดูก่อน แล้วลูกค่อยแปรงตามนะ เมื่อแปรงเสร็จแล้วก็ส่งสัญญาณว่า เอาล่ะพ่อ/แม่แปรงเสร็จแล้ว ต่อไปตาหนูแล้วนะ ให้ลูกคุ้นเคยกับแปรงสีฟัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้ลูกได้ถือ หยิบ จับ หรือแม้แต่กัดแปรงสีฟันเล่น เพื่อทำความคุ้นเคยกับแปรงสีฟันไปก่อน เพราะเมื่อลูกเริ่มเอาแปรงสีฟันเข้าปากได้เอง ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะสอนแปรงฟันอย่างถูกวิธีต่อไป แต่ไม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นแปรงสีฟันโดยคลาดสายตานะคะ เพราะอาจเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ค่ะ ใจเย็น ๆ ใช่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรใจเย็น ๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ดีในครั้งแรก ถ้าลูกยังไม่ยอมแปรงฟันด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องแปรงให้ไปก่อน หรือทำความสะอาดฟันของลูกด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำ ระหว่างนั้นค่อยๆ  เกลี้ยกล่อมไปเรื่อย ๆ ว่าแปรงฟันเองจะเป็นเก่ง หรือจะได้ของรางวัล พยายามทำให้ลูกเห็นข้อดีของการแปรงฟันด้วยตัวเองไปพร้อม ๆ กันค่ะ เมื่อคุณพ่อ คุณแม่ กังวลเรื่องสุขภาพฟันของลูกน้อย สามารถเข้ามาปรึกษาเราได้ที่ MODERN SMILE DENTAL CLINIC สาขาศรีราชา, สาขาพัทยา  เรา คือ คลีนิกทันตกรรมที่ดีที่สุดในชลบุรี เปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี พร้อมทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราได้รับความไว้วางใจจากชาวเมืองศรีราชาและพัทยามาอย่างยาวนาน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งทางด้าน เครื่องมือ อุปกรณ์ทางทันตแพทย์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ พร้อมทั้งคัดสรรทันตแพทย์ที่มีคุณภาพและเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทันตกรรมต่างๆ เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน จัดฟัน เกรารากฟัน รักษารากฟัน ทำฟันปลอม รากเทียม ฟอกสีฟัน เครือบฟลูออไลน์ และอื่นๆอีกมากมายไว้บริการทุกท่านด้วยคลินิกทันตกรรมครบวงจรเรายินดีและพร้อมให้บริการการรักษาทุกท่านซึ่งครอบคลุมทุกด้านทางทันตกรรม 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์

เหงือกอักเสบ

เหงือกอักเสบหรือปริทันต์ ภัยร้ายใกล้ตัวที่เป็นสาเหตุของฟันผุ       เหงือก เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่นๆ ซึ่งเหงือกจะมีหน้าที่ยึดฟันไว้ในกระดูกขากรรไกร  ทำหน้าที่เป็นเหมือนบ้านของฟัน และรองรับการบดเคี้ยว คอยปกป้องฟัน โดยปกติแล้วสุขภาพเหงือกที่ดีจะต้อง มีลักษณะสีชมพู ไม่ดำหรือบวม หรือมีเลือกออกในขณะที่แปรงฟัน และจะต้องไม่มีอาการปวด หากคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ ให้สันนิษฐานได้เลยว่า คุณกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาหรือปรึกษาทันที สารบัญ เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์คืออะไร เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์สาเหตุเกิดจากอะไร 5 สัญญาณเตือนโรคอักเสบ เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์รักษาอย่างไร ดูแลช่องปากไม่ให้เป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สรุป เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ คืออะไร เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ คือ โรคที่มีการอักเสบของอวัยวะที่อยู่รอบ ๆ ตัวฟัน ซึ่งประกอบไปด้วย เหงือก เอ็นยึดปริทันต์ เคลือบรากฟัน และกระดูกเบ้าฟัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกทำลายไปอย่างช้า ๆ ทุกวันจนต้องสูญเสียฟันไปในที่สุด โรคนี้ภาษาชาวบ้านเรียกว่า โรครำมะนาด มีความรุนแรงมากกว่าโรคเหงือกอักเสบ   เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สาเหตุเกิดจากอะไร     เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ เป็นสาเหตุที่เกิดมาจากการสะสมตัวของคราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคที่เกิดขึ้นตามรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก จะมีลักษณะเป็นคราบขาวขุ่นหม่นๆ ที่อาศัยไปด้วยเเบคทีเรีย คราบอาหารจำพวกแป้งและนำ้ตาลที่เกาะอยู่บนผิวฟัน สาเหตุที่เกิดจากการขาดความรู้เรื่องการดูแลและทำความสะอาดฟันที่ไม่ดีพอ ก่อให้เกิดกลิ่นปาก และคราบเหล่านัันกลายเป็นอาหารสะสมของเเบคทีเรียซึ่งทำให้เเบคทีเรียเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเเบคทีเรียได้รับสารอาหารเจ้าพวกแป้งและนำ้ตาลแล้วก็จะปล่อยกรดและสารพิษที่จะไปทำลายและกระตุ้นเหงือกให้เกิดการอักเสบ เกิดอาการบวมแดงและอักเสบของเหงือก ก่อให้เกิดมีเลือดออก หากปล่อยทิ้งไว้โรคเหงือกอักเสบก็จะกลายเป็นโรคปริทันต์ได้ หากมีความเสี่ยงเหล่านี้ร่วมด้วยแล้ว เช่น การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน และการตั้งครรภ์ ก็จะทำให้กลายเป็นโรคปริทันต์ได้รวดเร็วยิ่งขี้น   5 สัญญาณเตือนโรคเหงือกอักเสบ โรคเหงือกอับเสบเป็นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกที่จะนำ้ไปสู่โรคปริทันต์ แต่ในระยะนี้สามารถที่จะป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งสัญญาณเตือนเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ แบ่งออกเป็น 5 สัญญาณดังนี้ มีกลิ่นปาก มีหนองบริเวณช่องปากหรือเหงือก เหงือกบวม เหงือกร่อน ฟันเริ่มโยก ฟันหลุดออกจากเบ้า มีเลือกออกขนาดแปรงฟัน               เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ รักษาอย่างไร การรักษาโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สามารถทำได้หลากหลายวิธี ดังนี้ การเกลารากฟัน เกลารากฟัน (Root Planing) คือ วิธีการรักษาคนที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ โดยกำจัดคราบหินปูนที่เป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่ลึกลงไปยังบริเวณผิวรากฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปริทันต์และเหงือกอักเสบ เพื่อให้เนื้อฟันเรียบหรือที่เรียกว่า “การเกลารากฟัน” โดยการเกลารากฟันนี้การทำความสะอาดผิวรากฟันให้สะอาดและเรียบ (เกลา = ทำให้เรียบ) เพื่อให้คราบจุลินทรีย์สะสมได้ยากขึ้น ฟื้นฟูพื้นผิวรากฟันรวมถึงกระดูกรองรับฟัน ให้กลับมายึดฟันได้อย่างแน่นมากยิ่งขึ้น           โดยส่วนมากเกิดจากไม่ได้ขูดหินปูนเป็นเวลานานๆ หรือแปรงฟันผิดวิธี ทำให้ปริมาณหินปูนที่เกาะบนเนื้อฟันค่อยๆ ขยายตัวลงไปยังด้านล่างใต้เหงือกลงไปบริเวณรากฟัน จนเหงือกไม่สามารถติดกับฟันโดยตรงเหมือนเดิม ทำให้มีร่องเหงือกที่ลึกกว่าปกติปกติแล้ว ร่องเหงือกจะมีความลึกที่ 1-3 มิลลิเมตร หากเป็นร่องลึกกว่า 4 มิลลิเมตร 2. การขูดหินปูน ขูดหินปูน (Dental Scaling) คือการกำจัด คราบหินปูนและจุลินทรีย์ ที่สะสมบริเวณเหนือเหงือก ขอบเหงือก และใต้เหงือกลงไปเล็กน้อย โดยใช้เครื่องขูดหินปูน (sonic หรือ ultrasonic scaler) ในการกำจัดหินปูน เครื่องนี้จะมีเสียงดังและมีน้ำเยอะขณะขูด โดยจะขูดหินปูนเหนือเหงือกและอาจร่วมกับการใช้เครื่องมือปริทันต์ เช่น คิวเรตต์ (Curette) และ ซิกเกล (Sickle) ขูดหินปูนที่ยังหลงเหลือที่เครื่องขูดหินปูนเข้าไม่ถึง เช่น บริเวณซอกฟัน หรือใต้เหงือกเล็กน้อย การขูดหินปูนนั้นปกติจะไม่ต้องฉีดยาชา เพราะไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยเจ็บมาก แต่อาจจะรู้สึกเสียวฟันและเจ็บเล็กน้อยที่เหงือกซึ่งผู้ป่วยมักจะทนได้ การขูดหินปูนเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีสภาวะเหงือกอักเสบ ซึ่งการอักเสบนั้นเกิดบริเวณเหงือกอย่างเดียว ยังไม่ทำอันตรายต่อ อวัยวะปริทันต์อื่นๆ ได้แก่ เคลือบรากฟัน เอ็นยึดปริทันต์และ กระดูกเบ้าฟัน สามารถขูดหินปูนทั้งปากได้เสร็จในครั้งเดียว 3.ปลูกถ่ายเหงือก ปลูกถ่ายเหงือก (Gum Tissue Graft) หรือการปลูกถ่ายเหงือก คือการรักษาปัญหาเหงือกร่น โดยทำการตัดเอาชิ้นเนื้อเยื่อจากส่วนอื่น ๆ ในช่องปาก มาติดเข้ากับเนื้อเยื่อเหงือกในส่วนที่มีปัญหา ช่วยปกปิดรากฟันที่ได้โผล่ออกมา ทำให้เหงือกดูเต็มขึ้น และช่วยปกป้องฟัน 4.  การผ่าตัดเหงือก การศัลยกรรมตกแต่งเหงือก เลเซอร์เหงือก (Gingivectomy and Gingivoplasty) คือ การตัดแต่งเฉพาะขอบเหงือกส่วนเกินออก ให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความยาวของฟัน เพื่อให้เห็นฟันเต็มๆซี่ ด้วยเครื่องตัดขอบเหงือกโดยเฉพาะ เรียกว่า เครื่องตัดเหงือกไฟฟ้า (electrosurgery) หรือใช้เลเซอร์ (Laser) ก้ได้ เครื่องตัดเหงือกนี้ สามารถตัดเหงือกออกและในขณะเดียวกันก็สามารถห้ามเลือดได้ในตัว แผลที่เกิดจากการตัดเป็นแผลขนาดเล็กตามขอบเหงือก แผลจะค่อยๆแห้งและหายเป็นเหงือกปกติใน 1 อาทิตย์ ไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือพักฟื้น เพียงแค่รับประทานยาและทำความสะอาดช่องปากตามที่ทันตแพทย์แนะนำ ก็จะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ หลังจากนั้นก็จะได้รอยยิ้มที่สวยและเห็นฟันที่มีความยาวฟันมากขึ้น ดูแลช่องปากไม่ให้เป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์  แปรงฟันให้ถูกวิธี การดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด สามารถช่วยลดกลิ่นปากได้อย่างดี เนื่องจากปัญหากลิ่นปากเหม็น 90 เปอร์เซ็นต์ มาจากภายในช่องปากที่มีปัญหา หากทำความสะอาดช่องปากให้ดี ก็จะสามารถช่วยลดปัญหากลิ่นปากเหม็นได้ ซึ่งการทำความสะอาดที่ดีและง่ายที่สุด คือ การแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี แปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง (เช้า – เย็น) และหลังรับประทานอาหาร แปรงลิ้นให้สะอาด ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟัน ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก       2. ใช้ไหมขัดฟัน ไหมขัดฟัน (Dental floss)  คือ นวัตกรรมทางทันตกรรมที่ผลิตขึ้นมา เพื่อช่วยให้ขจัดเศษอาหาร หรือคราบแบคทีเรียที่ติดอยู่ตามซอกฟันได้อย่างทั่วถึง ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟันให้ครบทุกซี่ ก่อนหรือหลังการแปรงฟันในทุก ๆ ครั้ง บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด หลังการใช้ไหมขัดฟันเสร็จ ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ไหมขัดฟันเมื่อใช้เสร็จแล้ว ควรนำไปทิ้งทันที ห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้ง      3. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ธัญพืช เต้าหู้ ผักกระเฉด เป็นต้น  รับประมานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม คะน้า บล็อกโคลี่ เป็นต้น      4. พบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ การพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอนั้น ก็เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ตรวจเช็คช่องปากเพื่อตรวจหาฟันผุ ขูดหินปูน ตรวจเหงือก และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปาก หากพบปัญหาภายในช่องปากก็สามารถรักษาได้ทันที ไม่ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพช่องปากนั้นบานปลายหรือสายเกินแก้ปัญหา จนทำให้เสียฟันนั้นไป พบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือน ขูดหินปูนทุก ๆ 6 เดือน สรุป เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ คือ โรคที่มีการอักเสบของอวัยวะที่อยู่รอบ ๆ ตัวฟัน ที่เกิดมาจากการสะสมตัวของคราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคที่เกิดขึ้นตามรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก ซึ่งหากเป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี เช่น การเกลารากฟัน การขูดหินปูน การปลูกถ่ายเหงือก และการผ่าตัดเหงือก โดยขึ้นอยู่กับพิจารณาจากทันตแพทย์ แนะนำให้ทำการเข้าพบทันตแพทย์และตรวจช่องปาก เพื่อทำการรักษาในลำดับถัดไป นอกจากนี้ ควรดูแลช่องปากให้สะอาด ทั้งแปรงฟันฟันให้ถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสุดท้ายอย่าลืมพบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอกันด้วยนะ           ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี  Line : สาขาศรีราชา  Line : สาขาพัทยา                                                                                                                                              Facebook : Modernsmile                                                                                                                                 Youtube : Modernsmile Instagram Modernsmile WEBSITE Modernsmile          

ปากเหม็น มีกลิ่นปาก ทำยังไงดีให้หาย

ปากเหม็น

ปากเหม็น มีกลิ่นปาก ทำยังไงดีให้หาย สารบัญ บทนำ สาเหตุของปากเหม็น วิธีลดกลิ่นปากเหม็น สรุป     บทนำ การพูดคุย ยิ้มแย้ม ทักทาย เป็นสิ่งที่ทุกคนปฏิบัติกันเป็นประจำเพื่อแสดงถึงความเป็นมิตรและสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง แต่การมีกลิ่นปาก อาจทำให้การพูดคุยนั้นสร้างความรู้สึกที่แย่ได้ ส่งผลต่อความมั่นใจ บุคลิกภาพ และอาจกลายเป็นที่น่ารังเกียจในสังคม ซึ่งกลิ่นปาก ปากเหม็น หรือ ลมหายใจเหม็น นั่นเกิดจากกระบวนการย่อยสลายในร่างกายทำให้เกิดก๊าซเหม็นออกมาตามลมหายใจ เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจ ส่งผลต่อบุคลิกภาพ การเข้าสังคม และอาจส่งผลถึงสภาวะจิตใจในระยะยาว นอกจากนี้ กลิ่นปากยังสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติหรือโรคได้อีกด้วย   สาเหตุของปากเหม็น แบ่งได้เป็น 2 สาเหตุหลักๆ คือ 1. สาเหตุจากภายในช่องปาก – การทำความสะอาดช่องปากผิดวิธีหรือไม่สะอาด ทำให้เกิดโรคภายในช่องปาก เช่น โรคฟันผุ โรคเหงือกและปริทันต์อักเสบ เป็นแผลในช่องปาก – ภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เช่น เวลานอนหลับ การอดอาหารระหว่างลดน้ำหนัก 2. สาเหตุจากภายนอกช่องปาก – ระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคโพรงจมูกอักเสบ หรือไซนัสอักเสบ โรคปอดเรื้อรัง วัณโรค หรือมะเร็งที่ปอด – โรคทอนซิลอักเสบ – ระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคกระเพาะอาหาร มีแผลในกระเพาะอาหาร ท้องอืด เป็นโรคกรดไหลย้อน หรือท้องผูกหลายๆ วัน – สูบบุหรี่ – รับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น สะตอ กระเทียม หัวหอม และเครื่องเทศต่างๆ   วิธีลดกลิ่นปากเหม็น เราสามารถที่จะลดกลิ่นปากเหม็นได้ โดยการลดกลิ่นปากเหม็นนั้น จะต้องเริ่มที่การปรับพฤติกรรมของตนเองก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดกลิ่นปากเหม็นนั้นมาจากพฤติกรรมที่ไม่ได้ดูแลช่องปากอย่างถูกวิธี และการรับประทานอาหาร เป็นต้น ซึงวิธีลดกลิ่นปากเหม็นนั้นมีดังนี้ 1.แปรงฟันให้ถูกวิธี การดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด สามารถช่วยลดกลิ่นปากได้อย่างดี เนื่องจากปัญหากลิ่นปากเหม็น 90 เปอร์เซ็นต์ มาจากภายในช่องปากที่มีปัญหา หากทำความสะอาดช่องปากให้ดี ก็จะสามารถช่วยลดปัญหากลิ่นปากเหม็นได้ ซึ่งการทำความสะอาดที่ดีและง่ายที่สุด คือ การแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี แปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง (เช้า – เย็น) และหลังรับประทานอาหาร แปรงลิ้นให้สะอาด ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟัน ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก     2.ดื่มน้ำให้มากขึ้น ร่างกายของเรานั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้น เราควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันเพื่อสุขภาพที่ดี และยังช่วยลดกลิ่นปาก ปากเหม็นได้ดีอีกด้วย เนื่องจากการดื่มน้ำจะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่อยู่ภายในช่องปากและลิ้นของเราได้ การดื่มน้ำที่ดี ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ควรจิบน้ำทีละน้อย ๆ ไม่ควรดื่มคราวละมาก ๆ ทีเดียว 3. เคี้ยวหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีน้ำตาล การเคี้ยวหมากฝรั่ง จะไปกระตุ้นเพิ่มการหลั่งของน้ำลายซึ่งเป็นกลไกลการป้องกันฟันผุตามธรรมชาติและลดกลิ่นปาก ปากเหม็นได้ แต่ควรจะเลือกหมากฝรั่งชนิดที่ไม่มีน้ำตาล เพื่อป้องกันการเกิดฟันผุตามมาได้ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถช่วยได้เหมือนกัน เช่น ลูกอม สเปรย์พ่นปาก   4. รับประทานอาหาร ผักและผลไม้ที่มีเส้นใยเยอะ การรับประทานอาหาร ผักและผลไม้ที่มีเส้นใยเยอะ จะทำให้สามารถขับถ่ายได้ดียิ่งขึ้น และช่วยลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากภายในร่างกายได้ ตัวอย่าง ผัก ผลไม้ที่มีเส้นใยเยอะ ผัก เช่น แครอท ผักโขม ข้าวโพด บล็อคโคลี ผลไม้ เช่น มะละกอ อะโวคาโด ฝรั่ง กล้วย ส้ม แอปเปิ้ล มะม่วง ถั่ว เช่น ถั่งแดง ถั่วเขียว อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้องดอย ข้าวหอมนิล 5. งดอาหารกลิ่นแรง อาหารที่มีกลิ่นแรงก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการมีกลิ่นปาก ปากเหม็น แบบชั่วคราว หากไม่ต้องการให้ขณะนั้นมีกลิ่นปาก ปากเหม็น ก็ควรจะเลี่ยงอาหารที่กลิ่นแรง เช่น สะตอ กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศต่างๆ 6. เลิกสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ นอกจากส่งผลต่อกลิ่นปาก ทำให้ปากเหม็นแล้ว ยังทำให้เกิดโรคภายในช่องปากอีกด้วย กลิ่นของบุหรี่จะเข้าไปตกค้างภายในช่องปากและฟัน เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดหินปูนในช่องปาก 7. ตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ การพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอนั้น ก็เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ตรวจเช็คช่องปากเพื่อตรวจหาฟันผุ ขูดหินปูน ตรวจเหงือก และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปาก หากพบปัญหาภายในช่องปากก็สามารถรักษาได้ทันที ไม่ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพช่องปากนั้นบานปลายหรือสายเกินแก้ปัญหา จนทำให้เสียฟันนั้นไป พบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือน   สรุป ปัญหากลิ่นปากเหม็นคนอาจจะมองว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยแต่จริงๆแล้วปัญหากลิ่นปากเหม็นนั้นส่งผลมากกว่าปัญหาช่องปาก เพราะส่งผลถึงความมั่นใจ บุคลิกภาพ และการเข้าสังคม โดยปัญหากลิ่นปากเหม็นส่วนใหญ่มาจากปัญหาภายในช่องปาก และการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ การแก้ไขปัญหาที่สาเหตุ ฉะนั้น เริ่มแรกควรหาสาเหตุของการมีกลิ่นปากก่อน จากนั้นจึงทำการแก้ไข และควรดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดและมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอ หมั่นพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE

เหงือกร่น คอฟันสึก

เหงือนร่น

เหงือกร่น คอฟันสึก เสี่ยงทำให้เกิดอาการเสียวฟัน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฟันผุ ปัจจัยหลัก คือการ การเลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงที่แข็ง และ ใช้วิธีการแปรงฟันแรงๆ ไปมาบนผิวฟัน และแปรงฟันเป็นเวลานานจะทำให้ฟันสะอาด ใช่เหรอ?

รีเทนเนอร์(Retainer)

รีเทนเนอร์(Retainer)เครื่องมือสำหรับคนไข้ที่ผ่านการจัดฟันมาเรียบร้อยเเล้ว ถอดเครื่องมือจัดฟันเรียบร้อยเเล้ว ใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันที่เรียงตัวสวยงามเป็นระเบียบไว้