Category Archives: ทั่วไป

การประชุม The Introduction of Clear Aligners Understanding (Invisalign การจัดฟันใส)

Invisalign การรจัดฟันแบบใส

ประชุม The Introduction of Clear Aligners Understanding (Invisalign การจัดฟันใส) สารบัญ การประชุม The Introduction of Clear Aligners Understanding (Invisalign การจัดฟันใส) กิจกรรมภายในงานการประชุม The Introduction of Clear Aligners Understanding (Invisalign การจัดฟันใส) Modern Smile จัดฟัน ทำฟัน ศรีราชา พัทยา Centara Sonrisa Residences & Suittes Sriracha Hotel   การประชุม The Introduction of Clear Aligners Understanding (Invisalign การจัดฟันใส) By Dr. Visit Chaijindaratana           ทันตแพทย์หญิงณัฎฐศรัย ชัยจินดารัตน์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวและบริการศรีราชาเกาะสีชัง และกรรมการคณะอนุกรรมการสื่อสารและสร้างความเข้าใจศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์ เป็นประธานเปิดงานประชุม The Introduction of Clear Aligners Understanding (Invisalign การจัดฟันใส) ระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคม 2566 ณ ห้องประชุมบอลรูม ซันไรซ่า (Ballroom Sonrisa Meeting Room) ชั้น 8 Centara Sonrisa Residences and Suites Sriracha โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการจัดฟัน ทันตแพทย์วิสิทธิ์ ชัยจินดารัตน์ วิทยากรบรรยายพิเศษในห้อข้อ “The Clear Aligners Understanding” รายละเอียดดังนี้ Intro and Aligner Basic Principle Aligner Biomechanics Attachments (Active Surface) Force system analysis Digital workflow Case selection Prescription and Clinical Preference 1st Clincheck Software Setup and Review และ Treatment monitoring finiding and Retention ซึ่ง ทันตแพทย์วิสิทธิ์ ชัยจินดารัตน์ ได้แนะนำเกี่ยวกับการทำงานและการเคลื่อนฟันของ ALIGNER เลือกเคส (CASE SELECTION) การเคลื่อนฟันด้วยจัดฟันแบบใส Invisalign ที่ไม่ได้ถูกออกแบบโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แต่ทันตแพทย์จัดฟันเป็นผู้ที่ดูแลจะเป็นผู้กำหนดตำแหน่งของฟันภายหลังการจัดฟัน ลำดับการเคลื่อนฟัน รวมทั้งกำหนดการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติมรวมไปถึงการออกแบบและการวางแผนรักษา SETUP เคสเพื่อเริ่มการรักษาสื่อสารกับ SOFTWARE ENGINEER และได้ยกตัวอย่างเคสการทำฟัน จัดฟัน เพื่อเป็นแนวทางในให้กับทันตแพทย์และผู้ร่วมรับการอบรมฯ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวน 80 คน   ทันตแพทย์หญิงณัฎฐศรัย ชัยจินดารัตน์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวและบริการศรีราชาเกาะสีชัง และกรรมการคณะอนุกรรมการสื่อสารและสร้างความเข้าใจศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์ ประธานในพิธี ทันตแพทย์วิสิทธิ์ ชัยจินดารัตน์ อาจารย์สถาบัน MSI สอนจัดฟัน ระบบ AVS in Orthodontics บรรยากาศภายในงานประชุม Clear Aligners Understanding (Invisalign การจัดฟันใส) กิจกรรมภายในงาน The Introduction of Clear Aligners Understanding (Invisalign การจัดฟันใส) สำหรับกิจกรรมภายในงานประชุมฯ นอกจากจะมีการบรรยายพิเศษแล้ว ยังมีอีก 1 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมบูธ Shop ซึ่งได้รับเกียรติจากบริษัทฯ จำนวน 6 บริษัทได้แก่ บริษัท W&H TECH, บริษัทมอเซลล์ จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ออร์โธไบร์ท, บริษัท พรีเมียร์เมดสพาย จำกัด, บริษัท Align Technology (Thailand) Ltd และบูธ Modern Smile institute (MSI) ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และได้มีการนำเสนอโปรโมชั่นของสินค้า เครื่องมือทันตกรรม อุปกรณ์การจัดฟัน ทำฟัน และยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย เช่น ลงทะเบียนเข้าร่วมบูธสามารถรับชุดอุปกรณ์ทำความสะอาดฟันฟรีต่อ 1 สิทธิ์ ฯลฯ ผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลา 2 วัน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก   Modern Smile ทำฟัน จัดฟัน (โมเดิร์นสไมล์ ศรีราชา พัทยา) การจัดฟันใส ไร้เหล็ก “หมดกังวล…ปัญหาเหล็กกวนใจ”  โดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฟัน ทำฟัน จัดฟัน รักษารากเทียม ทำวีเนียร์ อุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ฯลฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โมเดิร์นสไมล์ สาขาศรีราชา 085-247-1333 สาขาพัทยา 085-247-1222 Centara Sonrisa Residences and Suites Sriracha สถานที่จัดงานประชุมในครั้งนี้ คลิก ☞  ห้องประชุม Sonrisa Ballroom ชั้น 8 Centara Sonrisa Residences & Suittes Sriracha Hotel Centara Sonrisa Residences & Suittes Sriracha Hotel ให้บริการห้องประชุม ห้องสัมมนา ห้องจัดงานเลี้ยง           ห้องประชุมบอลรูม ซันไรซ่า (Ballroom Sonrisa Meeting Room) สามารถรองรับผู้เข้าอบรมได้สูงสุด จำนวน 120 ท่าน และสามารถกั้นห้องแบ่งเป็น 2 ห้องขนาดเล็ก และสามารถจัดประชุมพร้อมกันได้ รองรับผู้อบรมได้ตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไปถึง 40 ท่าน อีกทั้งยังสามารถเป็นห้องจัดงานเลี้ยง ห้องจัดประชุม ห้องประชุมแบบส่วนตัว และจัดปาร์ตี้เล็กๆ เช่น งานวันเกิด งานแต่งงาน งานรื่นเริงต่างๆ และจัดเคาราโอเกะให้ได้ภายในห้องจัดเลี้ยงเพื่อสร้างความบันเทิงเพิ่มเติมได้อีกด้วย ภายในห้องประกอบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกแบบครบครัน ทั้งไฮสปีด อินเตอร์เน็ต และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่จะช่วยให้การประชุมมีประสิทธิภาพ มีเวทีขนาดกำลังพอดี ห้องประชุม บอลรูม ซันไรซ่า (Ballroom Sonrisa Meeting Room) ตั้งอยู่บนชั้น 8 สามารถมองเห็นวิวภายนอก พร้อมวิวทะเลในมุมกว้างแบบพาโนราม่า Panorama 180 องศา และมีผ้าม่านทึบแสงที่ให้ความเป็นส่วนตัวในการจัดกิจกรรมต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เซ็นทารา ซันไรซ่า เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา 038-316-888

สะพานฟัน

สะพานฟัน

      สารบัญ   สะพานฟันคืออะไร สะพานฟันกับรากเทียมแตกต่างกันอย่างไร ส่วนประกอบของสะพานฟัน ข้อดีและข้อเสียของสะพานฟัน สรุป     สะพานฟัน คืออะไร   สะพานฟันคือ วิธีการทำฟันปลอมชนิดติดแน่นอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับทดแทนฟันที่หายไป โดยปกติแล้วการทำสะพานฟันจะอาศัยซี่ฟันที่อยู่บริเวณไกล้เคียงที่อยุ่ด้านซ้ายและด้านขวา เพื่อใช้เป็นตัวยึดในการทำสะพานฟัน ลักษณะของสะพานฟัน จะมีลักษณะที่คล้ายกับฟันธรรมชาติมาก เนื่องจากจะไม่มีการยึด เจาะ หรือติดตะขอเกี่ยวฟัน รวมไปถึงแผ่นเหงือกปลอม อีกด้วย ปกติการเลือกใช้วิธีรักษาแบบสะพานฟันจะใช้ในกรณีที่ฟันเกิดในกรณีที่ฟันได้โดนถอนออกไป และสามารถใช้ฟันธรรมชาติซี่ใกล้เคียง ที่แข็งแรง สามารถใช้เป็นหลักในการทำสะพานฟัน     สะพานฟันกับรากเทียมแตกต่างกันอย่างไร       สะพานฟัน วิธีการรักษาด้วยการทำสะพานฟัน ทันตแพทย์จะใช้วิธีการกรอฟันด้านข้างทั้งสองด้านให้มีซี่ฟันที่เล็กลงเพื่อใช้เป็นเสาหลักในการทำสะพานฟัน โดยฟันที่โดยกรอไป ทางทันแพทย์จะใช้ซี่ฟันนี้เป็นตัวครอบสะพานฟันทั้ง 3 ซี่ ในการเชื่อมของฟัน ลักษณะก็จะคล้ายๆ กับสะพาน จึงได้เรียกการรักษานี้ว่า สะพานฟัน         รากเทียม วีธีการรักษาโดยการทำรากเทียม ทางทันตแพทย์จะใช้วิธีการฝังรากเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกรบริเวณส่วนที่ฟันสูญเสียไปเฉพาะที่เท่านั้น หลังจากนั้นจะทำการใช้ฟันปลอมในการครอบฟันบนรากเทียมอีกที โดยไม่ต้องใช้ฟันใกล้เคียงเพื่อเป็นตัวยึดเหมือนการรักษาแบบสะพาน หลังจากนั้นจะทำการใช้ฟันปลอมในการครอบฟันบนรากเทียมอีกที     สะพานฟัน ประกอบไปด้วย 2 ส่วนด้วยกัน   สะพานที่ยึดติดกับฟันธรรมชาติ คือสะพานฟันที่ต้องใช้ส่วนของฟันธรรมชาติบริเวณรอบข้าง เพื่อใช้สำหรับเป็นเสาหลักยึด ซึ่งวัสดุที่นำมาประกอบใช้ในการทำ จะเป็นวัสดุลักษณะชนิดเดียวกันกับการครอบฟัน เช่น วัสดุที่เป็นเซรามิก โลหะ หรือแบบเซรามิกที่มีส่วนผสมของโลหะ   สะพานฟันที่เป็นวัสดุเซรามิกล้วน All Porcelain Bridge จะเป็นลักษณะที่เป็นสีฟันแบบฟันปกติที่เป็นแบบธรรมชาติ วัสดุนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในการรักษาบริเวณฟันด้านหน้าที่ต้องการความสวยงาม เพราะ เซรามิก จะเป็นลักษณะสีที่เป็นสีใส และมีความสวยความและสีใกล้เคียงกับ สีฟันจริงๆ อีกทั้งวัสดุที่เป็นเซรามิกนี้ ยังช่วยตัดปัญหาการติดสีจากการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละท่านด้วย   สะพานฟันที่เป็นวัสดุที่เป็นโลหะล้วน All Gold Bridge วัสดุนี้จะเป็นวัสดุที่มีลักษณะที่แข็งแรงและทนทานที่สุด เนื่องจากจะไม่มีความเสี่ยงต่อการแตกหรือหัก เหมือนกัน วัดุที่เป็นเซรามิก ลักษณะของสีจะเป็นสีแบบโลหะ ซึ่งจะไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความสวยงามแบบธรรมชาติ ซึ่งการใช้วัสดุที่เป็นโลหะ จะเหมาะกับฟันที่อยุ่ด้านใน เช่นฟันกราม ที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร   สะพานฟันที่เป็นวัสดุผสมระหว่างเซรามิกและโลหะ PFM Bridge ซึ่งจะเป็นวัสดุที่มีส่วนผสมระหว่างเซรามิกและโลหะเข้าด้วยกัน ซึ่งจะใช้วัสดุที่เป็นโลหะมาเป็นส่วนผสมของเนื้อฟันด้านนอกและในส่วนของด้านในจะเป็นโลหะ ซึ่งจะมีความสวยงามและความแข็งแรงไปพร้อมกัน จึงเป็นวัสดุที่เหมาะแก่การทำสะพานฟันหลังหรือกรามที่ทำหน้าที่บดเคี้ยว ลักษณะของสีฟันก็จะเหมือนสีฟันที่เป็นฟันปกติ เพราะด้านนอกจะถูกครอบด้วยวัสดุจากเซรามิก ซึ่งวัสดุชนิดนี้ เป็นที่นิยม ณ ปัจจุบัน   ฟันลอย สะพานฟันที่เป็นในส่วนของฟันลอย ลักษณะของฟันซี่นี้จะลอยอยู่เหนือบริเวณเหงือก ซึ่งเป็นหลักเชื่อมระหว่างเสายึดฟันทั้งสองซี่ ซึ่งเป็นฟันปลอมที่ทำหน้าที่ ทดแทนซี่ฟันที่ขาดหายไป คุณลักษณะก็สามารที่จะบดเคี้ยวอาหารได้เหมือนฟันปกติ และยังเสริมสร้างความมั่นใจได้อีกด้วย     ขอดีและข้อมเสียของการทำสะพานฟัน   ข้อดี สวยงาม ประสิทธิภาพดี แข็งแรง ประสิทธิภาพการบดเคี้ยว เกือบเป็นปกติ เพราะแรงที่เคี้ยวถ่ายลงตัวฟัน ไม่ใช่ถ่ายลงที่เหงือก ไม่รำคาญ เพราะไม่มีแขนขามากมาย เหมือนฟันถอดได้ หลุดยาก ทำให้มั่นใจ ในการใช้งาน   ข้อเสีย ต้องมีการกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึดฟันปลอม ทำให้สูญเสียเนื้อฟัน ถอดออกมาล้างทำความสะอาดไม่ได้ ติดอยู่ในปากของเราเลย หากเราแปรงฟันทำความสะอาดไม่ดีอาจทำให้ฟันข้างเคียงเสียหายไปได้ เป็นโรคเหงือก หรือฟันผุได้ง่าย ราคาแพง ต้องเป็นคนละเอียดใส่ใจในการทำความสะอาด สุขอนามัยในช่องปากต้องดี เพราะถ้าไม่ดี จะเป็นตัวบ่งชี้ ความเอาใจใส่ ทำความสะอาดลำบาก เพราะถอดไม่ออก ต้องมีเครื่องมือทำความสะอาดเฉพาะ ฟันปลอมแบบ ติดแน่นเหมาะกับฟันหลอน้อยซี่ (1-2 ซี่) เพราะต้องกรอฟันข้างเคียงเพื่อยึด ถ้าฟันข้างเคียงที่ใช้ยึด สภาพไม่ดี เป็นโรคเหงือก ก็ไม่สามารถทำฟันปลอมชนิดนี้ได้ เนื่องจากฟันปลอมชนิดนี้ต้องถ่ายแรงบนฟันข้างเคียง จึงอาจจะส่งผลเสียกับฟันข้างเคียงได้ เช่นโยก และหลุดออกในที่สุด ถ้ามีการโหลดแรงมากเกินไป     สรุป   สะพานฟัน คือ การทำฟันปลอมอีกรูปหนึ่ง ที่เรียกว่า การทำฟันปลอมแบบติดแน่น โดยลักษณะการทำฟันปลอมชนิดนี้ จะใช้วิธีการครอบฟันมากกว่า 1 ซี่ โดยใช้ซี่บริเวณข้างๆ เป็นหลักในการครอบเพื่อใช้เป็นสะพานฟัน วัสดุที่ใช้ในการทำสะพานฟัน จะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุที่เป็นเซรามิกล้วน วัสดุที่เป็นโลหะล้วน และ วัสดุที่เป็นเวรามิกผสมกับโลหะ ซึ่งข้อดีของการทำสะพานฟัน ก็จะ มีความสวยงามและประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวค่อนข้างสูง และไม่เป็นที่น่ารำคาญเพราะการทำสะพานฟันจะไม่มีเหล็กในการยึดฟัน เหมือนฟันปลอมแบบถอดได้ ส่วนข้อเสียในการทำสะพานฟัน ราคาค่อนข้างเเพง และการทำหลักยึดสะพานฟันจะต้องมีการกรอฟัน ทำให้ฟันที่เป็นหลักยึดสูญเสียเนื้อฟัน  และการทำสะพานฟันเป็นการทำฟันปลอมที่ไม่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ ดังนั้นคนที่จะทำฟันปลอมโดยเลือกวิธีการทำสะพานฟัน จะต้องเป็นคนที่ละเอียดและใส่ใจในการทำความสะอาดเป็นอย่างมาก หากทำความสะอาดไม่ดีก็อาจจะทำให้ฟันข้างเคียงเสียหายไปได้ และก่อให้เกิดโรคเหงือก หรือฟันผุได้ง่าย ตัวอย่างเคสการใส่สะพานฟันค่ะ   https://youtu.be/kyN7A9-CWJI?si=OKNFVZpUqFJDnheN ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิกศรีราชา และพัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

นอนกัดฟัน

นอนกัดฟัน

สารบัญ   นอนกัดฟันคืออะไร 10 วิธีเช็คอาการนอนกัดฟัน วิธีแก้ไขอาการนอนกัดฟัน 9 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการนอนกัดฟัน สรุป         นอนกัดฟันคืออะไร   การนอนกัดฟัน (Bruxism) คือ ความผิดปกติในขณะนอนหลับอย่างหนึ่ง เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยวอาหารมีการหดตัวที่ผิดปกติ จึงเกิดการกัดฟันขึ้น ผู้ที่มีอาการนอนกัดฟันมักจะไม่ทราบสาเหตุของการนอนกัดฟันด้วยตนเองคล้ายกับผู้ที่มีอาการนอนกรน การนอนกัดฟันที่มีลักษณะขบฟันแน่น ๆ มักไม่มีเสียงดังทำให้ไม่มีผู้ใดได้ยิน คนที่นอนกัดฟันแบบนี้จะไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นคนนอนกัดฟัน ดังนั้นการนอนกัดฟันตัวเอง จึงจัดเป็นภัยเงียบที่ท่านอาจไม่รู้ตัวได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาฟันต่างๆ ตามมาเช่น ฟันบิ่น ฟันแตก ฟันร้าว สึกจนทะลุโพรงประสาทฟัน ทำให้ปวดฟันเคี้ยวอาหารไม่ได้ ต้องไปพบทันตแพทย์และต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรักษาฟัน อย่างไรก็ตามหากทันตแพทย์พบว่ามีนัยสำคัญทางจิตวิทยาที่ทำให้กัดฟันหรือเกิดความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องปรึกษานักบำบัด ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับอาจให้ทำการทดสอบ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าประชากรโลกกว่าร้อยละ 45 เคยมีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งจากการนอน เช่น นอนละเมอ นอนกรนหรือนอนกัดฟัน ในขณะที่ร้อยละ 35 มีอาการนอนไม่หลับ เมื่อนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ รู้สึกง่วงและหาวอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือ ประสิทธิภาพในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงระหว่างวันลดลง     การนอนกัดฟัน เกิดจากอะไรกันน่ะ?     1. เกิดจากสภาพจิตใจ เช่น เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวันที่อาจมีความเครียดสะสมระหว่างวัน อาจเกิดจากความเร่งรีบในการเดินทาง และการทำงาน รวมไปถึงการได้รับข้อมูลที่ทำให้เกิดความเคลียด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ให้เรานอนกัดฟันในเวลานอนหลับได้ โดยที่เราไม่รู้สึกตัว     2. เกิดจากสภาพช่องปากหรือสภาพฟัน ที่มีความผิดปกติ เช่น เป็นโรคปริทันต์ หรือฟันเก มีการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ ซึ่งในขณะที่หลับ ก็ส่งผลให้นอนกัดฟัน โดยที่ไม่รู้ตัวได้เช่นกัน     3. เกิดจากในคนไข้หรือผู้สูงอายุ ที่มีการสูญเสียฟันแท้ไป โดยที่ไม่ได้ใส่ฟันปลอมทดแทนในการปรับสมดุลช่องปากและฟัน ก็อาจจะทำให้มีช่องโหว่ระหว่างฟัน จำทำให้เกิดอาการนอนกัดฟันได้     4. เกิดจาก มีการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง หรือเครื่องดื่มประเภท คาเฟอีน หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ แฮลกอฮอร์ รวมไปถึงการสูบบุหรี่ มวน หรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งสารเหล่านี้ก็เป็นสิ่งกระตุ้นที่อาจก่อให้เกิดการนอนกัดฟันได้เช่นกัน    5. เกิดจาก การใช้หรือทานยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยากล่อมประสาท ยารักษาหรือระงับอาการทางจิต  ยารักษาโรคซึมเศร้า เป็นต้น               10 เช็คอาการนอนกัดฟัน      1. มีอาการหายใจทางปากเวลานอน    2.มีอาการฟันแตกหรือฟันร้าวขณะบทเคี้ยวอาหาร    3.รู้สึกมีอาการที่ติดขัดเวลาอ้าปากหรือเวลาหุบปาก    4.มีอาการเสียงดังของการขบฟันระหว่างนอน     5.มีอาการเจ็บตรงบริเวณกกหู    6.มีอาการเสียวฟันเมื่อดื่มเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น และขณะแปรงฟัน    7.ได้ยินเสียงที่เกิดจากข้อต่อขากรรไกร    8.มีอาการปวดศรีษะ    9.มีอาการสึกกร่อนของเหงือก    10.มีอาการปวดและอับเสบบริเวณข้อต่อของขากรรไกร     ปัจจัยอื่นๆที่เพิ่มโอกาสการนอนกัดฟัน ได้แก่   1.อายุ การนอนกัดฟันเป็นเรื่องที่ปกติกับเด็ก แต่โดยทั่วไปจะหายเองตอนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น 2.บุคลิกภาพหรือลักษณะเฉพาะของแต่ละคน เช่นเป็นบุคคลที่มีนิสัยก้าวร้าว สมาธิสั้น 3.สารกระตุ้นต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน 4.การใช้ยารักษาโรค การนอนกัดฟันสามารถเกิดขึ้นได้จากผลข้างเคียงของยาบางชนิดรวมไปถึงยาจิตเวช     วิธีการแก้ไขอาการนอนกัดฟัน   1.การสวมที่ครอบฟันขณะนอนหลับ ซึ่งผลิตมาเพื่อให้พอดีกับฟันของคนไข้โดยเฉพาะ โดยที่ครอบฟันจะป้องกันไม่ให้ฟันบนบดกับฟันล่าง แม้ว่าจะเป็นการจัดการกับการนอนกัดฟันที่ดี แต่นี่ไม่ใช่การรักษา 2.การหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เนื่องจากความเครียดจะเป็นสาเหตุหลักของการนอนกัดฟัน อะไรก็ตามที่สามารถลดความเครียดก็จะช่วยลดการนอนกัดฟันได้ อาทิ การเดินเล่นในสวนสาธารณะ การอ่านหนังสือ หรือการแช่น้ำในอ่างอาบน้ำ การหาวิธีจัดการกับความเครียดในสถานการณ์ต่างๆ ก็อาจช่วยได้ นอกจากนี้ การใช้ผ้าอุ่นแนบกับใบหน้าด้านข้างก็สามารถช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อจากการนอนกัดฟันได้ 3.การลดจุดที่สูงสุดของฟัน เพื่อการทำให้ฟันเท่ากัน การบดเคี้ยวที่ผิดปกติโดยที่ฟันไม่สบกันพอดีสามารถแก้ได้โดยการเสริมฟัน การครอบฟัน หรือการจัดฟันได้     วิธีรักษาแบบใช้ยารักษา   1. ยาคลายกล้ามเนื้อ แพทย์อาจให้ใช้ในบางรายด้วยการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อก่อนนอน โดยใช้เป็นระยะเวลาสั้นๆ 2. การฉีดโบทอกซ์ (OnabotulinumtoxinA: Botox) การฉีดโบทอกซ์อาจช่วยผู้ที่มีการนอนกัดฟันอย่างรุนแรง และไม่ตอบสนองต่อการบรรเทารักษาอื่น ๆ นอนกัดฟันรักษาด้วยเฝือกสบฟัน ซี่งเฝือกสบฟัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่                  1. เฝือกสบฟันแบบนุ่ม ทางงานวิจัยเผยว่า การใส่เฝือกสบฟันแบบนุ่มอาจยิ่งกระตุ้นให้สบฟันมากยิ่งขึ้น      2. เฝือกสบฟันแบบแข็ง ข้างนอกเป็นแบบแข็ง แต่ข้างในอ่อนนุ่ม ทำให้รู้สึกสบายตอนสวมใส่ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันอาการกัดฟันได้จริง ซึ่งทาง Vital Sleep Clinic ได้เลือกอุปกรณ์ชนิดนี้ในการรักษาคนไข้ เฝือกสบฟันแข็ง (Splint) สามารถใช้รักษาอาการนอนกัดฟัน ใส่ตอนนอนเพื่อช่วยให้อาการปริทันต์อักเสบดีขึ้น อุปกรณ์ชนิดนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันได้รับบาดเจ็บจากการบดเคี้ยวฟันในช่วงเวลากลางคืน โดยอุปกรณ์ชนิดนี้จะปกคลุมพื้นผิวของฟันทั้งหมด จึงช่วยให้กล้ามเนื้อลดความตึงตัวลง อุปกรณ์สามารถผลิตได้โดยทันตแพทย์หรือห้องแลปที่ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ วัสดุที่นำมาใช้ผลิต splint คือ อะคริลิกใส ที่มีความแข็ง โดยทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ใส่อุปกรณ์ครอบแค่ขากรรไกรบนหรือขากรรไกรล่างแค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่อุปกรณ์ เพื่อลดการสึกหรอของฟัน ปวดกรามอาการข้อต่อขากรรไกรอักเสบ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันฟันสึกจากการนอนกัดฟันได้เพราะเมื่อใส่เครื่องมือแล้ว ฟันบนและฟันล่างจะไม่สามารถสัมผัสกันโดยตรง ทั้งนี้แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เนื่องจากจะต้องมีการนัดมาตรวจและดูอาการเป็นระยะด้วย           ยางกัดฟัน ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ฟันถูกทำลายจากการบดเคี้ยว และการขบเน้นฟัน และในขณะที่กำลังหลับ เป็นอุปกรณ์สำหรับคนที่มีอาการนอนกัดฟัน ซึ่งได้รับความนิยมในสังคมเป็นอย่างมาก อีกทั้งหาซื้อง่ายตายร้านขายยา หรือ shop ทั่วไป ซึ่งตัวยางกัดฟันนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับครอบฟันในขณะที่พักผ่อนนอนหลับ เพื่อลดอาการสบฟันโดยที่เราไม่รู้ตัว โดยทั่วไปแล้วลักษณะของยางกัดฟันจะเป็นยางใส หรือบางรุ่นก็ผลิตมาจากซิลิโคน แต่งต่างกันออกไป นอกจากฟันยางกันกัดฟัน จะลดอาการกัดฟันได้แล้ว ยังลดอาการสึกหรอของฟัน เมื่อเกิดการบดเคี้ยวขณะหลับได้เช่นกัน     9 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการนอนกัดฟัน   1. ตรวจสุขภาพช่องปากประจำปี ปีละ 2 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน 2. ตระหนักถึงความเครียดและความวิตกกังวลและหาวิธีการผ่อนคลาย 3. ลดปริมาณเครื่องดื่มที่ผสมแฮลกอฮอร์เพื่อไม่ให้สุขภาพของฟันแย่ลง 4. ลดปริมาณหรือเลิกการสูบบุหรี่ 5. หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดทุกชนิด 6. หลีกเลี่ยงการกัดสิ่งของเช่น ปากกา ดินสอ หรือของที่เป็นของแข็ง 7. สังเกตุพฤติกรรมของการนอน ถ้าหากว่ามีอาการกัดฟัน ก็ควรหาวิธีการหลีกเลี่ยง และหาวิธีการป้องกัน 8. ฝึกนิสัยการนอนหลับอยู่เสมอ การนอนหลับที่ดีจะช่วยให้ลดอาการ นอนกัดฟัน 9.สอบถามจากคนรอบข้างระหว่างนอน มีเสียงที่เกิดจากการนอนกัดฟันที่ออกจากตัวเราหรือไม่ หากมี ควรแนะนำพบแพทย์ หรือหาแนวทางรักษา       สรุป การนอนกัดฟันเป็นเรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อมีอาการนอนกัดฟันแล้วเราสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตนเอง โดย ลดความเครียด ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการนอนกัดฟัน เพราะฉะนั้นควรลดความเครียด ด้วยการหาแพทย์แนะนำให้ปรึกษาเรื่องความเครียด ออกกำลังกาย หรืออาจจะไปทำสมาธิ นอกจากนั้นอาจจะหาสิ่งที่ช่วยเยียวยา เช่น ใช้ชาคาโมไมล์หรือลาเวนเดอร์ ที่สามารถทำให้สงบผ่อนคลายได้ก่อนนอน หยุดดื่มเครื่องเดิมที่มีคาเฟอีน เช่นกาแฟ และรวมถึงเครื่องดื่มให้พลังงาน พยายามอย่าทานช็อกโกแล็ตมากเกินไป คาเฟอีนเป็นสารที่กระตุ้นอาจทำให้เกิดความเครียดไม่ผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์เป็นตัวที่ทำให้เราซึมเศร้าซึ่งทำให้นอนหลับยากกว่าเดิม แต่ในกลุ่มบางคนส่วนใหญ่อาจทำให้การนอนหลับง่ายขึ้น เติมแคลเซียมเข้าไปในอาหาร แคลเซียมนั้นจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทถ้าปริมาณไม่เพียงพอ อาจจะทำให้เกิดอาการเกร็งตึง หรือปัญหากล้ามเนื้ออื่นๆ       ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิกศรีราชา และพัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE

ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง

ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง

  ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง ตัวการทำลายยิ้มสวย   สารบัญ   ดื่มชากาแฟทำไมฟันเหลือง อาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดฟันเหลือง วิธีขจัดคราบฟันเหลือง สรุป   ดื่มชากาแฟทำให้ ฟันเหลือง ทำไมกันน้าาาา        ดื่มชากาแฟทำให้ฟันเหลือง ก็เพราะ ชา กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรด ทำให้เมื่อดื่มเข้าไปแล้วทำให้กัดกร่อนสารเคลือบฟันของเรา และใน ชา กาแฟ ยังมีสารโครโมเจนหรือสารที่ก่อให้เกิดสีในปริมาณสูง จึงทิ้งคราบไว้ที่ฟันของเรา ทำให้ฟันของเรามีคราบเหลือง          และไม่ใช่แค่ กาแฟอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึง ชา ไวน์ น้ำอัดลม และผักผลไม้ที่มีสีเข้ม อย่างตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งเป็นของโปรดของคนส่วนใหญ่ ซึ่งพวกอาหารเหล่านี้ก็มีคุณสมบัติทิ้งคราบไว้ให้เกิดฟันเหลืองได้เช่นกัน ส่งผลให้ใครๆ หลายคนมีความกังวลใจที่ เสียความมั่นใจและเสียบุคลิกภาพ   ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิก ศรีราชา และพักทยา ขอแยกจำแนกอาหารที่ก่อให้เกิดฟันเหลือง ดังนี้   เครื่องดื่ม จำพวก ชาและกาแฟ   เครื่องดื่มจำพวก ชาและกาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่มีโครโมเจนหรือสารที่ก่อให้เกิดสีในปริมาณที่เยอะมากๆ  และยังมีแทนนินที่มีความเป็นกรดกัดกร่อนผิวเคลือบฟัน ทำให้โครโมเจนที่เคลือบนผิวฟัน โดยได้มีรายงานค้นพบว่า คราบกาแฟมักเป็นสาเหตุให้เกิดฟันเหลืองซ้ำๆ ได้ง่ายมากๆ ในท่านที่ผ่านการฟอกสีฟันมา อีกทั้งยังกำจัดคราบเหลืองออกได้ยากถึงแม้ว่าจะแปรงฟันอย่างถูกวิธีแล้วก็ตาม และในเครื่องดื่มประเภทชาซึ่งมีปริมาณของสารแทนนินสูงกว่าก็สามารถทำให้เกิดฟันเหลืองได้มากกว่ากาแฟโดยเฉพาะ ชาดำ หากจะให้ใครๆ หลายๆคน หยุดดื่มกาแฟ ก็คงเป็นไปได้ยาก  แต่อาจจะเลือกดื่มชาหรือกาแฟ ที่มีแทนนินน้อยหรือมีรสฝาดน้อย เช่น ชาสมุนไพร ชาขาว ชาเขียว เพื่อใช้เป็นตัวเลือกในการบริโภค เพราะชาหรือกาแฟ ที่มีมีแทนน้อยและมีรสผากน้อยจะไม่ค่อยทิ้งคราบสีที่เกาะติดไว้บนผิวฟัน   เครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม        เครื่องดื่มที่มีสีสรรต่างๆ อย่างเล่นน้ำอัดลม รวมไปถึงโซดาและเครื่องดื่มเกลือแร่บางชนิดที่มีกรดคาร์บอนิก กรดฟอสฟอริก และกรดซิตริก ซึ่งสารเหล่านี้จะเป็นตัวทำลายผิวเคลือบฟัน อีกทั้งยังมีโครโมเจนที่เป็นสารก่อให้เกิดสีซึ่งเป็นตัวที่สามารถก่อให้เกิดเป็นคราบเหลืองบนผิวฟันได้ โดยการดื่ิมเครื่องดื่มอย่างเช่น น้ำอัดลมที่เย็นจัด อาจทำให้โครโมเจนจับกับผิวฟันได้มากขึ้นด้วย อีกทั้งเครื่องดื่มประเภทนี้ยังมีน้ำตาลสูงเป็นอย่างมากอันเป็นสาเหตุให้ช่องปากเป็นกรดมากขึ้น ซึ่งจะคอยกัดกร่อนผิวเคลือบฟันจนทำให้ฟันเหลืองได้   ผักผลไม้  ผลไม้ที่มีสีเข้ม เช่น มะเขือเทศ บีทรูท สตรอเบอร์รี่ ทับทิม องุ่นแดง บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่   รวมไปถึงน้ำผักผลไม้เหล่านี้ ซึ่งเป็นแหล่งของโครโมเจน แทนนิน และกรด ซึ่งทำให้บริเวณผิวเคลือบฟันอ่อนตัวลงและมีผิวฟันขรุขระไม่เรียบเนียน จนก่อให้เกิดพวกสารโครโมเจนและแทนนินเข้ามายึดเกาะเป็นคราบเหลืองบริเวณผิวฟันที่ขรุขระ  และผลไม้จำพวกสีน้อยอย่างเช่นองุ่นขาวหรือพวกผักผลไม้ที่มีสีอ่อนๆ ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีในการเลือกรับประทาน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฟันเหลือง และผลไม้บางชนิดโดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนผิวเคลือบฟันจนเสี่ยงต่อฟันเหลืองได้ด้วยเช่นกัน     เครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์  เครื่องดื่มจำพวกที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ หรือเหล้า ซึ่งจะมีกรดกับสี ซึ่งทำให้ฟันเหลืองขึ้นได้ และ ไวน์แดง มีโครโมเจน แทนนิน และกรดเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ฟันเหลืองได้เช่นกัน โดยผิวเคลือบฟันจะโดนกรดกัดกร่อนแล้วโครโมเจนกับแทนนินจะเข้ามาติดบนผิวเคลือบฟัน แต่ในส่วนของไวน์ขาว แม้จะแตกต่างตรงที่ไม่มีโครโมเจนเหมื่อนไวน์แดง แต่ก็ยังมีแทนนินกับกรดซึ่งทำให้ผิวเคลือบฟันถูกกัดกร่อนได้เช่นกัน จึงทำให้โครโมเจนจากอาหารอื่น ๆ ที่ทานเข้ามาจับกับผิวฟันได้ง่ายจนเกิดคราบเหลืองได้เช่นกัน   ลูกอม ลูกกวาด ไอศรีม ขนมหวาน ลูกอม ลูกกวาด ไอศกรีม และหวานเย็น เป็นอาหารที่มักจะมีส่วนผสมของสีสังเคราะห์ ซึ่งจะทำให้เกิดคราบบนผิวฟันได้ และขนมหวานยังมีส่วนผสมของน้ำตาลสูงอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ช่องปากเป็นกรดจนทำให้ผิวเคลือบฟันถูกทำลายได้ และทำให้คราบอาหารยึดเกาะบนผิวฟัน   เครื่องปรุงบางชนิดในการปรุงอาหาร เครื่องปรุงที่ใช้ในการประกอบอาหาร ตัวอย่างเช่น ผงกะหรี่ ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชูหมักจากน้ำองุ่น และซอสถั่วเหลือง  สามารถทำให้ฟันเหลืองได้เมื่อจับกับผิวเคลือบฟัน หากต้องการใช้เครื่องปรุงในการรับประทานหรือปรุงอาหารเพื่อแต่งรสชาติหรือสีสันในอาหาร อาจเปลี่ยนเครื่องปรุงเป็นซอสครีมหรือน้ำส้มสายชูที่หมักจากข้าวแทน เพื่อป้องกันการเกิดคราบเหลือฟันเหลือง   วิธีในการกำจัดคราบเหลืองจากการดื่ม ชา กาแฟ   1.วิธีดื่มน้ำบ่อย ๆเพื่อช่วยขจัดคราบ หากเราดื่มน้ำสะอาดเป็นประจำก็จะเป็นตัวช่วยในการขจัดคราบชาและกาแฟไม่ให้เกาะติดบนผิวฟันได้ เพราะนำ้เป็นส่วนที่จะช่วยชะล้าง และลดคราบชากาแฟที่ติดอยู่ตามฟันได้หลังจากที่ดื่มชาและกาแฟ หากใครเป็นคนที่ชอบดื่มชากาแฟเป็นประจำ ในระหว่างที่ทานกาแฟหรือชา ก็อาจจะมีน้ำดื่มสะอาดๆไว้เป็นตัวช่วยในการชะล้างช่องปากและคราบของชากาแฟ   2. ขูดหินปูนปีละ 2 ครั้งหรือ ทุกๆ 6 เดือน ควรพบเเพทย์เพื่อขูดหินปูน ปีละ 2 ครั้ง หรือทุกๆ 6 เดือน เพื่อช่วยลดปัญหาการเกิดคราบพลัคจากการทานอาหาร รวมไปถึงคราบเครื่องดื่มจากพวกชา กาแฟที่เป็นคราบติดบนผิวฟัน ถ้าปล่อยไว้นานก็จะเกิดคราบหินปูนเกาะบริเวณฟันได้ หากไม่ได้ขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ในระยะยาว     3. ใช้ยาสีฟันที่ช่วยลดคราบเหลืองจากชากาแฟ ที่มีส่วนผสมของ Micro White Silica ซิลิกาอณูเล็กพิเศษที่มีส่วนช่วยลดคราบพลัคไม่ให้เกาะติดตามผิวฟันและร่องฟัน โดยไม่ทำลายเคลือบฟัน PVP ช่วยสลายคราบเหลืองจากชา กาแฟที่มีการเกาะติดบนผิวฟัน  CYCLODEXTRIN (CDX) เพื่อช่วยลดกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น Hydroxyapatide HAP คืนแร่ธาตุสู่ผิวฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง เติมเต็มช่องว่างระหว่างเนื้อฟัน     สรุป      การใช้ชีวิตคนเราในปัจจุบัน ก่อให้เกิดคราบฟันเหลืองได้หลากหลายสาเหตุ ตัวอย่างเช่นการดื่มชากาแฟ รวมไปถึง การทานผักผลไม้ เครื่องดื่มเเฮลกอฮอร์และเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม หรือพวกโซดาต่างๆ  รวมไปถึงพวกของหวาน ลูกกวาด ลูกอม และของหวานที่มีส่วนของผสมของนำ้ตาล อีกทั้ง ส่วนผสมหรือเครื่องปรุงในการใช้ประกอบอาหาร สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดคราบฟันเหลืองทั้งสิ้น ดังใน วิธีการป้องกัน เช่นในการดื่มชากาแฟ ก็ควรที่จะมีน้ำดื่มที่สะอาด ไว้สำหรับชะล้างพวกคราบที่จะติดบนผิวฟัน หลังจากดื่มชากาแฟเสร็จ และก็ไม่ควรที่จะละเลยที่จะไปพบเเพทย์เพื่อดำเนินการขูดหินปูน 2  ครั้งต่อปี หรือทุกๆ 6 เดือน และเลือกใช้ยาสีฟันที่มีส่วนช่วยในการขจัดคราบ ลดกลิ่นปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น และยาสีฟันก็ควรจะต้องมีคุณสมบัต ที่ช่วยคืนแร่ธาตุสู่ผิวฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง และเติมเต็มช่วงว่างระหว่างเนื้อฟันอีกด้วย     ทุกปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน ปรึกษาฟรี ได้ที่ ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก สาขา ศรีราชา และ พัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE    

แมงกินฟัน

แมงกินฟัน

      สารบัญ แมงกินฟันคืออะไร สาเหตุที่ทำให้เกิดแมงกินฟัน วิธีดูแลและรักษาไม่ให้เกิดแมงกินฟัน ปวดฟันทำอย่างไรดี  สรุป   ใช่หรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ เรื่อง แมงกินฟัน   หลายต่อหลายคน คงได้ยินคำว่า แมงกินฟัน ทำให้เกิดฟันดำ และฟันผุ ถ้าหากเราดูแลรักษาทำความสะอาดฟันไม่ดี จะทำให้แมงเข้าไปกินฟันของเรา ว่าแต่ แมงกินฟัน มีจริงหรือ? แล้วแมงกินฟันของเราได้ จริงหรือ แล้วหน้าตาของแมงกินฟัน จะมีลักษณะเป็นยังไงกันนะ วันนี้  ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก มีคำตอบมาให้ค่ะ   แมงกินฟันคืออะไร   แมงกินฟัน ฟันกินแมง แมงอยู่ในฟัน ฟันเป็นรู หรือฟันเป็นโพรง จริงแล้ว แมงกินฟัน ไม่มีอยู่จริง แมงกินฟัน คือ แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปาก เกิดขึ้นจากการสะสมของเศษอาหารที่ติดอยู่ที่ซอกฟัน หรือซี่ฟัน ซึ่งเมื่อมีการสะสมของเศษอาหารในระยะเวลาหนึ่งก็จะเกิดเป็นกรด ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนตัวเคลือบฟัน ทำให้ซี่ฟันสูญเสียแคลเซียม และ ฟอสฟอรัส หากไม่มีการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี หรือการแปรงฟันที่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดอาการปวดฟัน และถ้าปล่อยไว้ ก็จะทำให้เกิดฟันผุได้ในที่สุด ซึ่งโรคนี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายในเด็กช่วยอายุประมาณ 3-6 ปี หรือในผู้ใหญ่ที่ ขาดการดูแลรักษาสุขภาพที่ถูกต้องและผิดวิธี รวมไปถึงการแปรงฟันที่ไม่สะอาดอีกด้วย   สาเหตุที่ทำให้เกิดแมงกินฟัน แมงกินฟันสามารถเกิดได้หลายๆ รูปแบบดังนี้   1. รูปร่างและลักษณะของฟันแต่ละซี่เกิดจากความผิดปกติของกรรมพันธุ์ หรือเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้ เช่นลักษณะฟันมีการเกทับซ้อนกัน                   ทำให้การทำความสะอาดเข้าถึงได้ยาก     2. ขาดแคลเซียม ฟอสฟอรัส และพวกวิตามิน A และ C  ที่มีความสำคัญต่อต่อการบำรุงฟัน   3.เกิดการสะสมของแบคทีเรียที่เกิดจากการรับประทานอาหาร และเกิดจากการทำความสะอาดช่องปากและ ซี่ฟันไม่ทั่วถึง 4. ประสิทธิภาพการผลิตน้ำลายในช่องปากน้อยเกิดไป จนไม่สามารถชำระล้างและฆ่าเชื่อแบคทีเรียในช่องปากได้เท่าที่ควร   วิธีดูแลรักษาและป้องกัน        1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมไปถึงวิตามินต่างๆ เช่น วิตามิน A และ C รวมไปถึงอาหารที่มีแคลเซียมและ ฟอสฟอรัส เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ                 ในการดูแลและปกป้องผิวเคลือบฟัน 2. ทำความสะอาดช่องปาก หรือแปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หลังรับประทานมื้ออาหาร 3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดช่องปากหลังการแปรงฟัน อย่างเช่น ไหมขัดฟัน และ น้ำยาป้วนปากที่ไม่มีสารกัดกร่อนผิวฟัน เพื่อช่วย              เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความสะอาด 4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอย่างน้อยวัน 8 แก้ว หรือ 1.5 ลิตร เพื่อเป็นตัวช่วยในการผลิตน้ำลายให้มีประสิทธิภาพในการชำระล้าง                  แบคทีเรียในช่องปาก 5.หากต้องเคี้ยวหมากฝรั่งให้เลือกเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของ xylitol ซึ่งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดฟันผุ 6. พบหมอฟันเป็นประจำทุกๆ 6 เดือน หรือเมื่อเริ่มมีอาการเพื่อวางแผนในการรักษาอย่างทันถ่วงที 7. หากพบว่าฟันเริ่มเป็นรูหรือโพรง ให้กำจัดฟันผุโดยการใช้วัสดุในการอุดฟัน 8. หากในกรณีที่ฟันเป็นรูหรือผุจนถึงโพรงประสาทฟัน จะต้องดำเนินการรักษาโดยการรักษารากฟัน   ส่วนไหนของฟันที่มีโอกาสผุได้มากมากกว่าส่วนอื่น         โดยปกติแล้วผิวฟันของคนเราจะมีทั้งในส่วนที่ราบเรียบและในส่วนที่เป็นร่องฟัน ซึ่งในส่วนของที่เป็นร่องฟันนี้เองที่มีโอกาสที่จะเกิดฟันผุได้มากกว่าส่วนอื่นๆ เพราะเป็นตำแหน่งที่เวลาทานอาหารแล้วเศษอาหารจะเข้าไปติดในร่องฟันได้ง่ายจึงมีโอกาสส่วนที่จะทำให้เศษอาหารเข้าไปติดในซอกฟันนั้นๆ หากทำความสะอาดไม่ดีแล้ว ก็จะไม่สามารถทำความสะอาดได้หมด หากซอกฟันส่วนใดส่วนนึงที่ทำให้ฟันผุแล้ว จะส่งผลต่อฟันซี่ข้างๆ ได้รับผลกระทบจากฟันที่ผุได้ด้วยอย่างลุกลามและรวดเร็ว           ถ้าฟันผุแล้วไม่ได้รับการรักษาจะก่อให้เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง   ปัญหาที่ส่งผลต่อเนื่องหากมีอาการฟันผุ ก็จะก่อให้เกิด อาการเสียวฟัน และปวดฟัน และที่สำคัญจะเป็นการสร้างบุคลิกภาพในด้านดีของตนเองอีกด้วย เช่น ไม่กล้ายิ้ม และ มีกลิ่นปากจนไม่กล้าที่จะมีการพูดคุยหรือประสานงานกับ บุคคลอื่นได้ ในบางกรณีที่มีฟันผุจนทะลุชั้นเนื้อโพรงประสาท ก็จะมีอาการติดเชื้อหรืออักเสบ ทำให้ช่องปากมีตุ่มหนอง และมีอาการบวม รวมไปถึงมีอาการปวดร่วมด้วย และอาจจะมาสู่ ปัญหาสุขภาพอย่างร้ายแรงอื่นๆ ได้ เช่นมีอาหารฟันหัก ฟันโยก จนต้องรักษาโดยการถอนฟัน จนส่งผลต่อระบบอื่นๆ ของร่างกายได้   ปวดฟันทำอย่างไรดี วิธีบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้น หากยังไม่สามารถไปพบทันตแพทย์ได้ทันที สามารถบรรเทาอาการปวดฟันเบื้องต้นด้วยตนเอง ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้       1. ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ปวดฟันเพิ่มขึ้น หรือทำให้ประสาทฟันบาดเจ็บมากขึ้น          เช่น           – ของเย็นจัด : น้ำแข็ง ไอศครีม           – ของร้อนจัด : น้ำร้อน ชาร้อน กาแฟร้อน อาหารร้อน           – อาหารที่มีรสหวานจัด รสเปรี้ยว       2. ลดการกระทบกระแทกกับฟันซี่นั้น อาการปวดฟันจะเป็นมากขึ้น ถ้าฟันซี่นั้นถูกกระแทกบ่อยๆ หรือตัวฟันสูงกว่าซี่อื่นๆ บางครั้งฟันถูกหนุนลอยตัวขึ้นมาเพราะมีหนอง       3. รับประทานอาหารที่ไม่ต้องใช้แรงเคี้ยวมาก เช่น อาหารนิ่มๆ เลี่ยงอาหารแข็งๆ หรือเหนียวๆ ที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยวมาก  หรือเลี่ยงไปเคี้ยวอีกด้าน       4. ใช้ไหมขัดฟัน ถ้าอาการปวดเกิดจากเศษอาหารติดฟัน อาการจะเป็นมากถ้าอาหารถูกอัดแน่นในซอกเหงือกเป็นเวลานานๆ วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้รีบเอาเศษอาหารเหล่านั้นออกให้เร็วที่สุด โดยการใช้ไหมขัดฟัน (Dental floss) ไม่ควรใช้ไม้จิ้มฟัน       5. ใช้น้ำร้อนช่วยประคบ ถ้ามีฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน เป็นหนองที่ปลายรากฟัน และมีอาการบวมเห็นได้ชัด การใช้น้ำร้อนช่วยประคบบริเวณที่บวมภายนอกช่องปากช่วยลดอาการปวดฟันได้ดี และช่วยเพิ่มการระบายหนอง  สามารถบรรเทาอาการปวดได้ดีทีเดียว       6. น้ำมันกานพลู เป็นยาที่ช่วยลดอาการปวดฟันได้ ซึ่งมีการนำมาใช้เป็นเวลานานแล้ว โดยใช้สำลีชุบน้ำมันกานพลู แล้วอุดลงไปในรูที่ผุ  ฤทธิ์ของน้ำมันกานพลูจะออกฤทธิ์เป็นยาแก้ปวดฟันที่ดีมาก                  7. อมเกลือแก้ปวดฟัน เกลือมีสรรพคุณที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดฟัน เราสามารถนำเกลือผสมกับน้ำอุ่น อมทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที เพื่อบรรเทาอาการปวดฟันได้                                 สรุป        ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่เราได้ยินประโยคที่ว่า แมงกินฟัน ฟันกินแมง หรือนอนกินฟัน นั้น ไม่มีอยู่จริง ไม่มีหนอน หรือแมง ใดๆ ทั้งสิ้นที่เข้าไปอยู่ในช่องปากแล้วเข้าไปทำลายฟันของพวกเรา ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ฟันเกิดอาการผุ เป็นรูและมีสีดำ เกิดจากการทานอาหาร แล้วเศษอาหารเหล่านั้นเข้าไปติดอยู่ในซอกซี่ฟัน และไม่ได้รับการแปรงฟัน หรือทำความสะอาดฟันที่ไม่ดีพอ จดเกิดการสะสมของเเบคทีเรียซึ่งกระตุ้นสารที่ก่อให้เกิดการทำลายของเคลือบฟันจนทำให้ฟันผุในที่สุด    ทุกปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน ปรึกษาฟรี ได้ที่ ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก สาขา ศรีราชา และ พัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

แปรงสีฟัน

แปรงสีฟัน

สารบัญ 1.ประเภทของแปรงสีฟัน 2.การเลือกใช้แปรงสีฟันให้เหมาะกับช่วยอายุ 3. อายุของการใช้งานของแปรงสีฟัน 4. สรุป มีสุขภาพฟันที่ดี เริ่มต้นที่ แปรงสีฟัน           สวัสดีค่ะวันนี้ ศูนย์ทันตกรรมโมเดิร์นสไมล์ คลินิก ศรีราชาและพัทยา จะมาบอกวิธีการเลือกใช้ แปรงสีฟัน ให้เหมาะกับช่วงอายุของเพื่อนๆทุกคนกันนะค่ะ           เพื่อนๆคงทราบกันอยุ่แล้วว่า แปรงสีฟันในปัจจุบัน มีหลากหลายแบบ หลายราคา และหลายแบรน์มากมายเลยค่ะ รวมไปถึงราคา ลักษณะ รูปแบบของแปรงสีฟัน ซึ่งความแตกต่างทั้งหลายเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกคุณลักษณะของแปรงสีฟัน ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเลือกใช้แปรงสีฟันตามความต้องการของเพื่อนๆ ได้เลยค่ะ          แต่เดี๋ยวก่อน!!!! เพื่อนๆ มั่นใจหรือปล่าวค่ะว่า แปรงสีฟัน ที่เพื่อนๆ เลือกใช้ เหมาะกับสภาพเหงือกและฟันของตัวพื่อนๆจริงๆ  ฮั่นแน่ๆๆๆๆๆ ไม่มั่นใจใช่มั้ยค่ะ งั้นเดี๋ยวไปดูกันเลยค่ะ ว่าแปรงสีฟันแบบไหนที่จะเหมาะกับเพื่อนๆ กัน………… ประเภทของแปรงสีฟัน     ประเภทของแปรงสีฟันสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ          แปรงสีฟันธรรมดา และ แปรงสีฟันแบบไฟฟ้า คุณสมบัติของแปรงสีฟันทั้งสองแบบนั้น จะไม่แตกต่างกัน การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าต้องการความสำคัญหรือความสะดวกแบบไหน เพราะแปรงสีฟันทั้งสองประเภทนี้ มีประสิทธิภาพในการแปรงฟันได้เท่าเทียมและมีประสิทธิภาพเท่ากัน โดยหากจะพิจรณาก็สามารถแบ่งออกได้ดังนี้         1. ขนแปรงมีขนาดและรูปร่างที่สามารถเข้าถึงซอกฟัน และมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาด       2. ส่วนประกอบของขนแปรงมีความปลอดภัยต่อช่องปาก       3. ด้ามจับเป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทาน       4. มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน และ เหงือก       5. ขนาดและรูปร่างเหมาะแก่การใช้งาน   การเลือกใช้แปรงสีฟันให้เหมาะกับช่วงอายุ           ในปัจจุบันการเลือกซื้อหรือเลือกใช้แปรงสีฟันมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งได้ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละบุคคลตามช่วยอายุ เพราะฉะนั้นการเลือกใช้แปรงสีฟันให้เหมาะกับช่วงอายุจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลเหงือกและฟัน ซึ่งไม่ว่าแปรงสีฟันไม่ว่าจะอายุเท่าไร สิ่งสำคัญในการเลือกใช้ควรมีขนาดพอเหมาะกับช่องปาก และง่ายต่อการจับขณะแปรงฟัน และที่สำคัญการออกแบบจะต้องไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพช่องปากในขณะใช้งาน   แปรงสีฟันที่เหมาะกับ ทารกจนถึงวัยหัดเดิน             หลายคนคงเข้าใจว่าการใช้ผ้าก๊อชหรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาทำความสะอาดให้กับทารกหรือเด็กวัยหัดเดิน เป็นสิ่งที่ต้องทำในการทำความสะอาดช่องปาก จริงๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะเลือกใช้แปรงสีฟันสำหรับทารก ที่มีขนแปรงที่อ่อนโยนมาทำความสะอาดเบาๆให้กับทารกก่อนที่ฟันจะขึ้นได้เช่นกัน             – เลือกแปรงสีฟันที่มีสีสันสดใสและมีขนาดของขนแปรงที่เล็กเป็นพิเศษ และขนแปรงที่มีความอ่อนนุ่มมากๆ และมีขนาดแปรงที่พอเหมาะกับช่องปาก           – ทำความสะอาดให้กับช่องปากของทารกให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเคยชินให้กับทารก อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง           – คุณพ่อคุณแม่จะต้องไม่ใช่แปรงสีฟันรุนแรงจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เหงือกเกิดบาดแผลได้           – เมื่อเด็กเริ่มย่างเข้าอายุ 2 ขวบ ควรสอนให้เด็กรู้จักการแปรงฟันอย่างถูกวิธี   ช่วงอายุระหว่าง 5-8 ขวบ   ในช่วงอายุระหว่าง 5-8 ขวบนี้ เด็กๆเริ่มโตพอที่จะดูแลฟันได้ด้วยตัวเอง และพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และใจจดใจจ่อที่จะเรียนรู้ ดังนี้ คุณพ่อคุณแม่จะต้องสอนให้เด็กรู้จักที่จะแปรงฟันและดูแลสุขภาพฟันของตัวเอง โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถทำเป็นตัวอย่างให้แก่เด็กๆได้ และคอยระมัดระวัดอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าละเลยอาจจะเกิดอันตรายได้ หากมีปัญหาเรื่องฟันก็รีบควรพบแพทย์เฉพาะทางเด็ก         – เลือกใช้แปรงสีฟันที่มีด้ามจับที่บางและมีน้ำหนักที่เบา เพื่อให้เหมาะกับการจับเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดขณะแปรงฟัน           – คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยระมัดระวังอย่างใกล้ชิดในกรณีที่เด็กๆใช้แปรงสีฟันทำความสะอาดด้วยตัวเอง           – เลือกแปรงสีฟันที่ไม่ขนาดไม่ใหญ่และยาวจนเกิดไป           – เลือกแปรงสีฟันที่มีสีสันสดใส หรือ ทรงรูปแบบที่เป็นตัวการ์ตูนเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้และการพัฒนาการของเด็กในช่วงนี้   อายุ 8 ขวบขึ้นไป       เด็กช่วงอายุตั้งแต่ 8 ขวบขึ้นไป เด็กในช่วยนี้สามารถที่แปรงฟันได้ด้วยตัวเองแล้ว การเลือกใช้แปรงสีฟันก็จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับของผู้ใหญ่ แต่ให้เลือกขนาดของแปรงสีฟันให้มีขนาดด้ามจับเล็กกว่าของผู้ใหญ่เล็กน้อยซึ่งวัยนี้ก็สามารถเลือกใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าในการทำความสะอาดช่องปากได้ด้วย           จริงหรือไม่ แปรงสีฟันไฟฟ้า ดีกว่า แปรงสีฟันแบบปกติ                  คำถามนี้ เป็นคำถามที่ลูกค้าหลายๆ ท่านยังคงกังวลอยู่กับประสิทธิภาพของแปรงสีฟันทั้งสองแบบ ว่าแปรงสีฟันไฟฟ้า ดีกว่า แปรงสีฟันแบบปกติหรือไม่ ซึ่งถ้าหากสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญนั้น แปรงสีฟันทั้งสองจะมีประสิทธิภาพการทำความสะอาดได้เหมือนกัน                 ซึ่่งคำถายอดฮิตนี้ ผู้เชี่ยวชาญ หรือทันตแพทย์ ก็มักจะแนะนำว่า แปรงสีฟันทั้งสองแบบมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟันด้วยกันทั้งนั้น เด็ก ๆ อาจจะรู้สึกสนุกและเพลิดเพลินที่ได้ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้า แต่ถ้าหากมองย้อนกลับกันกับ คนที่มีปัญหาทางร่างกาย ก็อาจจะใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าได้สะดวกกว่าแปรงธรรมดา ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ก็ให้คิดถึงความชอบ ความสะดวก และการใช้งานง่าย เป็นหลัก เพราะเราจะต้องใช้เป็นประทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง             เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่า จะเลือกใช้แปรงสีฟันแบบไหนประเภทใดจะเป็นแบบ แปรงแบบธรรมดา หรือ แปรงแบบไฟฟ้า ขั้นต่อไปก็จะต้องคำนึง ขนแปรง ซึ่งขนแปรงที่ดีจะต้องมีคุณสมบัติที่นุ่ม เพื่อสามารถขจัดคราบพลัค และเศษอาหารในซอกฟัน และร่องเหงือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้เหงือกและเนื้อเยื่อในปากเสียหาย รูปร่าง และขนาด ต้องพอเหมาะพอดี ใช้แล้วรู้สึกสบาย      อายุการใช้งานของแปรงสีฟัน       โดยเฉลี่ยแล้ว อายุการใช้งานของแปรงสีฟันแต่ละอันจะอยู่ที่ 3 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่าน รวมไปถึงคุณภาพของแปรงสีฟันนั้นๆ ด้วย แต่ถ้าหากแปรงสีฟันนั้นเสื่อมสภาพก่อนหน้า3 เดือน ก็ต้องเปลี่ยนเพื่อประสิทธิภาพในการดูแลช่องปากในการแปรงฟัน เพราะหากใช้ต่อไป ขนแปรงก็จะกลายเป็นที่สะสมของเชื้อโรค และนำไปสู่การติดเชื้อได้ และประสิทธิภาพในการใช้งานจะลดน้อยลง นอกจากนี้ ขนแปรงที่เสื่อมสภาพยังสร้างความเสียหายให้กับเนื้อเยื่อเหงือกด้วย และข้อสำคัญอีกอย่างคือ แปรงสีฟันสำหรับเด็ก ต้องเปลี่ยนบ่อยกว่าแปรงสีฟันของผู้ใหญ่ ลักษณะของแปรงสีฟันที่เสื่อมสภาพ สังเกตุได้ง่ายๆ เช่น ขนแปรงฉีกออกไม่เป็นทรง มีขนแปรงหลุดล่วงขณะแปรงฟัน   การรักษาความสะอาดแปรงสีฟัน              หลังจากใช้แปรงสีฟันเสร็จ เราก็จะล้างด้วยน้ำก๊อก จากนั้นก็เก็บตั้งขึ้น และวางไว้ในที่ไม่อับชื้น เพื่อให้แปรงสีฟันแห้ง ก่อนที่จะนำมาใช้อีกครั้ง แต่หากในบ้านมีสมาชิกหลายคน และเก็บแปรงไว้ในที่เดียวกัน ก็ให้เก็บแยกห่างออกจากกัน อย่าวางจนชิดกัน นอกจากนี้ ไม่ควรเก็บแปรงในภาชะปิด เพราะความชื้น จะทำให้เชื้อโรคต่าง ๆ เติบโตได้ ไม่ควรเก็บแปรงในตู้ที่มีฝาปิด ควรวางไว้ในที่ที่มีอากาศหมุนเวียน   สรุป  สุขภาพฟันที่ดี เริ่มต้นที่แปรงสีฟัน  แปรงสีฟันเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่เป็นเครื่องมีอในการดูแลฟัน และทำความสะอาดช่องปาก หากเลือกซื้อหรือใช้แปรงสีฟันที่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่เหมาะกับช่องปากในช่วยอายุของแต่ละวัย ก็จะทำให้ประสิทธิภาพลดน้อยลง ซึ่งผลที่ตามมาก็จะทำให้เกิด โรคเหงือกและฟันผุ และโรคอื่นๆ เกี่ยวกับช่องปากได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น การเลือกซื้อหรือใช้เเปรงสีฟัน เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ในการดูแลรักษาช่องปากของคุณ     ทุกปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน ปรึกษาฟรี ได้ที่ ศูนย์ทันตกรรม โมเดิร์นสไมล์ คลินิก สาขา ศรีราชา และ พัทยา   085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE                                       

ฟันน้ำนมมีความสำคัญ อย่างไร

ฟันน้ำนม

ความสำคัญของฟันน้ำนมของลูกน้อย🦷 คุณพ่อ คุณแม่ รู้ไหมว่าฟันน้ำมันของลูกน้อยนั้นสำคัญอย่างไร วันนี้คลินิกโมเดิร์นสไมล์ จะเชิญชวน คุณพ่อ คุณแม่ ของลูกน้อยมาใส่ใจเรื่องสุขภาพฟันของลูกให้มากขึ้น โดยเริ่มจากการทำความรู้จักฟันน้ำนมซี่แรก เพราะชุดฟันน้ำนมนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ ‘ฟันชั่วคราว’ แต่มีหน้าที่อื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้ใคร คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องทำใส่ใจ และดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อย ให้สะอาดอยู่เสมอในทุกช่วงวัย สารบัญ       >ฟันน้ำนมของลูกน้อยจะเริ่มขึ้นตอนไหน – ขึ้นครบเมื่อไหร่       >ฟันน้ำนมคืออะไร       >หน้าที่ของฟันน้ำนม       >การสังเกตอาการฟันน้ำนมผุในลูกน้อย       >เด็กไม่แปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่จะรับมือยังไงดี   ฟันน้ำนมของลูกน้อยจะเริ่มขึ้นตอนไหน – ขึ้นครบเมื่อไหร่ ฟันน้ำนมของเด็กนั้นจะเริ่มขึ้นในขวบปีแรก โดยฟันจะค่อย ๆ เริ่มขึ้นเมื่อเด็กมีอายุตั้งแต่ 6-12 เดือนขึ้นไป ฟันน้ำนมของเด็ก จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 20 ซี่ และจะเริ่มทยอยขึ้นจนครบ 32 ซี่ เมื่อมีอายุตั้งแต่ 12-21 ปีขึ้นไป ฟันน้ำนมทั้ง 20 ซี่ของเด็ก จะทยอยขึ้นจนครบทุกซี่เมื่อเด็กมีอายุได้ 3 ปี      # # โดยฟันน้ำนมจะเริ่มหลุดเมื่อเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี  # # * * หลังจากนั้นฟันแท้จะขึ้นมาแทนที่ * *     ฟันน้ำนมคืออะไร ฟันน้ำนม คือ กระดูกที่ขึ้นมาเพื่อให้ใช้บดเคี้ยวอาหาร โดยฟันน้ำนมชุดแรกนั้น จะขึ้นเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน โดยทั่วไปจะขึ้นเป็นคู่พร้อมกัน 2 ซี่ คือ ฟันซี่หน้าด้านล่าง และจะค่อยๆ ขึ้นจนครบ 20 ซี่  * ซึ่งฟันของลูกมักจะทยอยขึ้นตามลำดับดังนี้ * ฟันหน้าด้านล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 6 เดือนถึง 8 เดือน ฟันหน้าด้านบน จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 8 เดือนถึง 12 เดือน เขี้ยวทั้งด้านบนและด้านล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 16 เดือนถึง 20 เดือน ฟันกรามใหญ่ทั้งบนและล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 12 เดือนถึง 16 เดือน ฟันกรามเล็กทั้งบนและล่าง จะขึ้นเมื่อลูกอายุประมาณ 20 เดือนถึง 30 เดือน     หน้าที่ของฟันน้ำนม 1. ช่วยในการเคี้ยวอาหาร เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตได้ดี ในการวิจัยพบว่าเด็กที่มีฟันผุหลายซี่ อาจทำใหมีการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน 2. เพื่อให้การออกเสียงชัด เด็กวัยนี้เป็นวัยฝึกพูด การที่ฟันหน้าน้ำนมผุ แหว่งไป มีผลต่อการออกเสียงที่ชัดเจนถูกต้อง 3. ฟันน้ำนม ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพที่ดี โดยธรรมชาติในหมู่เด็กจะมีการล้อเลียนกันอยู่แล้ว เมื่อมีใครที่มีฟันผุหรือฟันถูกถอนไปก่อนกำหนดทำให้เกิดการล้อเลียนกัน ทำให้ความไม่มั่นใจเกิดขึ้น 4. การมีฟันน้ำนมใช้งาน กระดูกที่รองรับฟันก็จะได้รับการกระตุ้นให้เติบโตขยายใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติ หากฟันน้ำนมถูกถอนไป ทั้งกระดูกและพื้นที่ในช่องปากก็จะลดลง ส่งผลให้ฟันแท้เบียดเกได้ วิธีการดูแลรักษาสุขภาพเหงือกและฟันน้ำนม 1.ให้เด็กแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน แปรงฟันให้เด็ก หรือช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีแปรงฟัน 2.รักษาความสะอาดของช่องปากอยู่เสมอ บ้วนปาก แปรงฟัน หลังรับประทานอาหาร และควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟันเพิ่มเติม 3.รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ และจำกัดปริมาณอาหารหรือขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์ 4.พาเด็กไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันเป็นประจำ     การสังเกตอาการฟันน้ำนมผุในลูกน้อย เราสามารถสังเกตฟันผุในระยะเริ่มแรกของเด็กได้จาก รอยสีขาวขุ่นบริเวณคอฟัน มีจุดสีดำหรือสีน้ำตาลเล็กๆ บนผิวฟัน เมื่อพบรูผุที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเด็กจะมีอาการปวดฟัน หรือเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น น้ำร้อน หรือของหวาน ควรได้รับการรักษาโดยการอุดฟัน ซึ่งเมื่อฟันผุลุกลามจนเกิดการติดเชื้อของเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน เด็กจะปวดฟันมากจนนอนไม่หลับ ต่อมาจะเกิดหนอง ถึงขั้นนี้ก็คงจะต้องทำการรักษารากฟันหรือถอนฟัน     # เด็กไม่แปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่จะรับมือยังไงดี # ไม่ใช่เด็ก ๆ ทุกคนที่จะชอบแปรงฟัน ดังนั้น หากลูกเริ่มมีปฏิกิริยาปฏิเสธ หรืองอแงที่จะแปรงฟันขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ คุณพ่อคุณแม่สามารถจะรับมือได้ ดังนี้ค่ะ ลองร้องเพลง เด็กมักจะถูกหลอกล่อด้วยเสียงเพลงและดนตรีได้ง่าย เพื่อให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายขึ้นขณะแปรงฟัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะร้องเพลงไปด้วย ยิ่งเป็นเพลงที่ลูกชอบยิ่งดี แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าเสียงของตัวเองอาจจะทำให้ลูกตกใจมากกว่าผ่อนคลาย ก็สามารถเปิดเพลงประกอบแล้วลิปซิงค์ไปพร้อม ๆ กันก็ได้ค่ะ ทำให้การแปรงฟันสนุกขึ้น เหมือนเป็นเกมแปรงฟันแบบวิ่งผลัด โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะตกลงกับลูกอีกนิดหนึ่งว่า ถ้างั้นเดี๋ยวพ่อหรือแม่จะแปรงให้ดูก่อน แล้วลูกค่อยแปรงตามนะ เมื่อแปรงเสร็จแล้วก็ส่งสัญญาณว่า เอาล่ะพ่อ/แม่แปรงเสร็จแล้ว ต่อไปตาหนูแล้วนะ ให้ลูกคุ้นเคยกับแปรงสีฟัน คุณพ่อคุณแม่อาจจะให้ลูกได้ถือ หยิบ จับ หรือแม้แต่กัดแปรงสีฟันเล่น เพื่อทำความคุ้นเคยกับแปรงสีฟันไปก่อน เพราะเมื่อลูกเริ่มเอาแปรงสีฟันเข้าปากได้เอง ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะสอนแปรงฟันอย่างถูกวิธีต่อไป แต่ไม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นแปรงสีฟันโดยคลาดสายตานะคะ เพราะอาจเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ค่ะ ใจเย็น ๆ ใช่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรใจเย็น ๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ดีในครั้งแรก ถ้าลูกยังไม่ยอมแปรงฟันด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องแปรงให้ไปก่อน หรือทำความสะอาดฟันของลูกด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำ ระหว่างนั้นค่อยๆ  เกลี้ยกล่อมไปเรื่อย ๆ ว่าแปรงฟันเองจะเป็นเก่ง หรือจะได้ของรางวัล พยายามทำให้ลูกเห็นข้อดีของการแปรงฟันด้วยตัวเองไปพร้อม ๆ กันค่ะ เมื่อคุณพ่อ คุณแม่ กังวลเรื่องสุขภาพฟันของลูกน้อย สามารถเข้ามาปรึกษาเราได้ที่ MODERN SMILE DENTAL CLINIC สาขาศรีราชา, สาขาพัทยา  เรา คือ คลีนิกทันตกรรมที่ดีที่สุดในชลบุรี เปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี พร้อมทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราได้รับความไว้วางใจจากชาวเมืองศรีราชาและพัทยามาอย่างยาวนาน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งทางด้าน เครื่องมือ อุปกรณ์ทางทันตแพทย์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ พร้อมทั้งคัดสรรทันตแพทย์ที่มีคุณภาพและเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทันตกรรมต่างๆ เช่น ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน จัดฟัน เกรารากฟัน รักษารากฟัน ทำฟันปลอม รากเทียม ฟอกสีฟัน เครือบฟลูออไลน์ และอื่นๆอีกมากมายไว้บริการทุกท่านด้วยคลินิกทันตกรรมครบวงจรเรายินดีและพร้อมให้บริการการรักษาทุกท่านซึ่งครอบคลุมทุกด้านทางทันตกรรม 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE  

เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์

เหงือกอักเสบ

เหงือกอักเสบหรือปริทันต์ ภัยร้ายใกล้ตัวที่เป็นสาเหตุของฟันผุ       เหงือก เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่นๆ ซึ่งเหงือกจะมีหน้าที่ยึดฟันไว้ในกระดูกขากรรไกร  ทำหน้าที่เป็นเหมือนบ้านของฟัน และรองรับการบดเคี้ยว คอยปกป้องฟัน โดยปกติแล้วสุขภาพเหงือกที่ดีจะต้อง มีลักษณะสีชมพู ไม่ดำหรือบวม หรือมีเลือกออกในขณะที่แปรงฟัน และจะต้องไม่มีอาการปวด หากคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ ให้สันนิษฐานได้เลยว่า คุณกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาหรือปรึกษาทันที สารบัญ เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์คืออะไร เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์สาเหตุเกิดจากอะไร 5 สัญญาณเตือนโรคอักเสบ เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์รักษาอย่างไร ดูแลช่องปากไม่ให้เป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สรุป เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ คืออะไร เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ คือ โรคที่มีการอักเสบของอวัยวะที่อยู่รอบ ๆ ตัวฟัน ซึ่งประกอบไปด้วย เหงือก เอ็นยึดปริทันต์ เคลือบรากฟัน และกระดูกเบ้าฟัน ถ้าไม่ได้รับการรักษาอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกทำลายไปอย่างช้า ๆ ทุกวันจนต้องสูญเสียฟันไปในที่สุด โรคนี้ภาษาชาวบ้านเรียกว่า โรครำมะนาด มีความรุนแรงมากกว่าโรคเหงือกอักเสบ   เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สาเหตุเกิดจากอะไร     เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ เป็นสาเหตุที่เกิดมาจากการสะสมตัวของคราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคที่เกิดขึ้นตามรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก จะมีลักษณะเป็นคราบขาวขุ่นหม่นๆ ที่อาศัยไปด้วยเเบคทีเรีย คราบอาหารจำพวกแป้งและนำ้ตาลที่เกาะอยู่บนผิวฟัน สาเหตุที่เกิดจากการขาดความรู้เรื่องการดูแลและทำความสะอาดฟันที่ไม่ดีพอ ก่อให้เกิดกลิ่นปาก และคราบเหล่านัันกลายเป็นอาหารสะสมของเเบคทีเรียซึ่งทำให้เเบคทีเรียเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเเบคทีเรียได้รับสารอาหารเจ้าพวกแป้งและนำ้ตาลแล้วก็จะปล่อยกรดและสารพิษที่จะไปทำลายและกระตุ้นเหงือกให้เกิดการอักเสบ เกิดอาการบวมแดงและอักเสบของเหงือก ก่อให้เกิดมีเลือดออก หากปล่อยทิ้งไว้โรคเหงือกอักเสบก็จะกลายเป็นโรคปริทันต์ได้ หากมีความเสี่ยงเหล่านี้ร่วมด้วยแล้ว เช่น การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน และการตั้งครรภ์ ก็จะทำให้กลายเป็นโรคปริทันต์ได้รวดเร็วยิ่งขี้น   5 สัญญาณเตือนโรคเหงือกอักเสบ โรคเหงือกอับเสบเป็นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกที่จะนำ้ไปสู่โรคปริทันต์ แต่ในระยะนี้สามารถที่จะป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งสัญญาณเตือนเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ แบ่งออกเป็น 5 สัญญาณดังนี้ มีกลิ่นปาก มีหนองบริเวณช่องปากหรือเหงือก เหงือกบวม เหงือกร่อน ฟันเริ่มโยก ฟันหลุดออกจากเบ้า มีเลือกออกขนาดแปรงฟัน               เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ รักษาอย่างไร การรักษาโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สามารถทำได้หลากหลายวิธี ดังนี้ การเกลารากฟัน เกลารากฟัน (Root Planing) คือ วิธีการรักษาคนที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ โดยกำจัดคราบหินปูนที่เป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่ลึกลงไปยังบริเวณผิวรากฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปริทันต์และเหงือกอักเสบ เพื่อให้เนื้อฟันเรียบหรือที่เรียกว่า “การเกลารากฟัน” โดยการเกลารากฟันนี้การทำความสะอาดผิวรากฟันให้สะอาดและเรียบ (เกลา = ทำให้เรียบ) เพื่อให้คราบจุลินทรีย์สะสมได้ยากขึ้น ฟื้นฟูพื้นผิวรากฟันรวมถึงกระดูกรองรับฟัน ให้กลับมายึดฟันได้อย่างแน่นมากยิ่งขึ้น           โดยส่วนมากเกิดจากไม่ได้ขูดหินปูนเป็นเวลานานๆ หรือแปรงฟันผิดวิธี ทำให้ปริมาณหินปูนที่เกาะบนเนื้อฟันค่อยๆ ขยายตัวลงไปยังด้านล่างใต้เหงือกลงไปบริเวณรากฟัน จนเหงือกไม่สามารถติดกับฟันโดยตรงเหมือนเดิม ทำให้มีร่องเหงือกที่ลึกกว่าปกติปกติแล้ว ร่องเหงือกจะมีความลึกที่ 1-3 มิลลิเมตร หากเป็นร่องลึกกว่า 4 มิลลิเมตร 2. การขูดหินปูน ขูดหินปูน (Dental Scaling) คือการกำจัด คราบหินปูนและจุลินทรีย์ ที่สะสมบริเวณเหนือเหงือก ขอบเหงือก และใต้เหงือกลงไปเล็กน้อย โดยใช้เครื่องขูดหินปูน (sonic หรือ ultrasonic scaler) ในการกำจัดหินปูน เครื่องนี้จะมีเสียงดังและมีน้ำเยอะขณะขูด โดยจะขูดหินปูนเหนือเหงือกและอาจร่วมกับการใช้เครื่องมือปริทันต์ เช่น คิวเรตต์ (Curette) และ ซิกเกล (Sickle) ขูดหินปูนที่ยังหลงเหลือที่เครื่องขูดหินปูนเข้าไม่ถึง เช่น บริเวณซอกฟัน หรือใต้เหงือกเล็กน้อย การขูดหินปูนนั้นปกติจะไม่ต้องฉีดยาชา เพราะไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยเจ็บมาก แต่อาจจะรู้สึกเสียวฟันและเจ็บเล็กน้อยที่เหงือกซึ่งผู้ป่วยมักจะทนได้ การขูดหินปูนเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีสภาวะเหงือกอักเสบ ซึ่งการอักเสบนั้นเกิดบริเวณเหงือกอย่างเดียว ยังไม่ทำอันตรายต่อ อวัยวะปริทันต์อื่นๆ ได้แก่ เคลือบรากฟัน เอ็นยึดปริทันต์และ กระดูกเบ้าฟัน สามารถขูดหินปูนทั้งปากได้เสร็จในครั้งเดียว 3.ปลูกถ่ายเหงือก ปลูกถ่ายเหงือก (Gum Tissue Graft) หรือการปลูกถ่ายเหงือก คือการรักษาปัญหาเหงือกร่น โดยทำการตัดเอาชิ้นเนื้อเยื่อจากส่วนอื่น ๆ ในช่องปาก มาติดเข้ากับเนื้อเยื่อเหงือกในส่วนที่มีปัญหา ช่วยปกปิดรากฟันที่ได้โผล่ออกมา ทำให้เหงือกดูเต็มขึ้น และช่วยปกป้องฟัน 4.  การผ่าตัดเหงือก การศัลยกรรมตกแต่งเหงือก เลเซอร์เหงือก (Gingivectomy and Gingivoplasty) คือ การตัดแต่งเฉพาะขอบเหงือกส่วนเกินออก ให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มความยาวของฟัน เพื่อให้เห็นฟันเต็มๆซี่ ด้วยเครื่องตัดขอบเหงือกโดยเฉพาะ เรียกว่า เครื่องตัดเหงือกไฟฟ้า (electrosurgery) หรือใช้เลเซอร์ (Laser) ก้ได้ เครื่องตัดเหงือกนี้ สามารถตัดเหงือกออกและในขณะเดียวกันก็สามารถห้ามเลือดได้ในตัว แผลที่เกิดจากการตัดเป็นแผลขนาดเล็กตามขอบเหงือก แผลจะค่อยๆแห้งและหายเป็นเหงือกปกติใน 1 อาทิตย์ ไม่จำเป็นต้องหยุดงานหรือพักฟื้น เพียงแค่รับประทานยาและทำความสะอาดช่องปากตามที่ทันตแพทย์แนะนำ ก็จะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ หลังจากนั้นก็จะได้รอยยิ้มที่สวยและเห็นฟันที่มีความยาวฟันมากขึ้น ดูแลช่องปากไม่ให้เป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์  แปรงฟันให้ถูกวิธี การดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาด สามารถช่วยลดกลิ่นปากได้อย่างดี เนื่องจากปัญหากลิ่นปากเหม็น 90 เปอร์เซ็นต์ มาจากภายในช่องปากที่มีปัญหา หากทำความสะอาดช่องปากให้ดี ก็จะสามารถช่วยลดปัญหากลิ่นปากเหม็นได้ ซึ่งการทำความสะอาดที่ดีและง่ายที่สุด คือ การแปรงฟันให้สะอาดและถูกวิธี แปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง (เช้า – เย็น) และหลังรับประทานอาหาร แปรงลิ้นให้สะอาด ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟัน ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปาก       2. ใช้ไหมขัดฟัน ไหมขัดฟัน (Dental floss)  คือ นวัตกรรมทางทันตกรรมที่ผลิตขึ้นมา เพื่อช่วยให้ขจัดเศษอาหาร หรือคราบแบคทีเรียที่ติดอยู่ตามซอกฟันได้อย่างทั่วถึง ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดฟันให้ครบทุกซี่ ก่อนหรือหลังการแปรงฟันในทุก ๆ ครั้ง บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด หลังการใช้ไหมขัดฟันเสร็จ ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ไหมขัดฟันเมื่อใช้เสร็จแล้ว ควรนำไปทิ้งทันที ห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้ง      3. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ธัญพืช เต้าหู้ ผักกระเฉด เป็นต้น  รับประมานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม คะน้า บล็อกโคลี่ เป็นต้น      4. พบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ การพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอนั้น ก็เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ตรวจเช็คช่องปากเพื่อตรวจหาฟันผุ ขูดหินปูน ตรวจเหงือก และให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพช่องปาก หากพบปัญหาภายในช่องปากก็สามารถรักษาได้ทันที ไม่ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพช่องปากนั้นบานปลายหรือสายเกินแก้ปัญหา จนทำให้เสียฟันนั้นไป พบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือน ขูดหินปูนทุก ๆ 6 เดือน สรุป เหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ คือ โรคที่มีการอักเสบของอวัยวะที่อยู่รอบ ๆ ตัวฟัน ที่เกิดมาจากการสะสมตัวของคราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคที่เกิดขึ้นตามรอยต่อระหว่างฟันและเหงือก ซึ่งหากเป็นเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี เช่น การเกลารากฟัน การขูดหินปูน การปลูกถ่ายเหงือก และการผ่าตัดเหงือก โดยขึ้นอยู่กับพิจารณาจากทันตแพทย์ แนะนำให้ทำการเข้าพบทันตแพทย์และตรวจช่องปาก เพื่อทำการรักษาในลำดับถัดไป นอกจากนี้ ควรดูแลช่องปากให้สะอาด ทั้งแปรงฟันฟันให้ถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสุดท้ายอย่าลืมพบทันตแพทย์เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอกันด้วยนะ           ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ฟรี  Line : สาขาศรีราชา  Line : สาขาพัทยา                                                                                                                                              Facebook : Modernsmile                                                                                                                                 Youtube : Modernsmile Instagram Modernsmile WEBSITE Modernsmile          

ถอนฟัน เจ็บไหม เวลาไหนดี ฤกษ์ดีวันถอนฟัน

ถอนฟัน เจ็บไหม เวลาไหนดี ฤกษ์ดีวันถอนฟัน

ถอนฟัน เจ็บไหม เวลาไหนดี ฤกษ์ดีวันถอนฟัน         เคยสงสัยกันไหมคะว่าควรจะ  ถอนฟัน เจ็บไหม เวลาไหนดี ฤกษ์ดีวันถอนฟัน เป็นตอนไหน   ตอนเช้า  กับ ตอนบ่าย หรือเย็นแตกต่างกันไหม?? การคงรักษาฟันไว้เป็นผลดีต่อความสวยงามของช่องปากและฟัน รวมถึงการบดเคี้ยวอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ แต่บางครั้งการถอนฟันออกไปก็เป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กระบวนการถอนฟันนั้นไม่ซับซ้อน และมีข้อควรรู้ถึงความเหมาะสมของการถอน การปฏิบัติตัวหลังการถอนฟัน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้หลังถอนฟัน 📍📍 เวลาในการถอนฟันนั้นแอดจะขอแนะนำว่า เป็นช่วงเช้าหรือเย็นขึ้นอยู่กับความสะดวกของท่านคะหรือต้องดูให้เหมาะเช่น นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทานข้าวมาก่อนให้อิ่มเดี๋ยวจะหิวน้าแอดเตือนแล้วน้า ถอนตอนไหนเจ็บน้อยกว่ากัน วันนี้แอดมีข้อมูลทริคดีๆมาให้ลูกเพจหรือท่านที่สนใจอยากถอนฟันแล้วกำลังศึกษาข้อมูลว่าทำอย่างไรบ้าง…ไปดูกันคะ สิ่งที่ต้องพึ่งระวังเสมอในการถอนฟัน การถอนฟันแต่ละครั้งจึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงประวัติการรักษาของตนเอง ยาและอาหารเสริมที่กำลังใช้อยู่ รวมถึงหากมีอาการป่วยหรือได้รับการรักษาข้อใดต่อไปนี้ มีปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจหรือต้องใช้ลิ้นหัวใจเทียม เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นโรคตับ เคยผ่าตัดใส่ข้อเทียม เช่น ข้อต่อสะโพกเทียม มีประวัติเยื่อบุหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ (Bacterial Endocarditis   การเตรียมตัวก่อนการถอนฟัน มีอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่าทุกคน โดยทั่วไปแล้วการถอนฟันกรามเป็นงานทันตกรรมที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากกระบวนการถอนและดูแลหลังจากการถอนไม่ถูกต้องมากพอ การเตรียมตัวก่อนการถอนฟันกรามจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งทำได้ดังนี้ ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม ด้วยการนอนหลับพักผ่อนอย่างพอเพียง ทำใจให้สบาย หากพบว่าตัวเองมีอาการเครียดและกลัวมาก ๆ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบ สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประวัติโรคเลือด เลือดออกง่าย หยุดยาก ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบก่อนการถอนฟันกราม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นหลังจากการถอนฟัน ทานอาหารแต่พอประมาณ อย่าปล่อยให้หิวหรือท้องว่างนานไป เนื่องจากหลังจากถอนฟัน คุณจะไม่สามารถทานอะไรได้ในช่วง 1 – 2 ชั่วโมงแรก จำเป็นต้องกัดผ้าก็อซไว้เพื่อให้เลือดหยุดไหล ในขณะเดียวกัน ไม่ควรทานอาหารมากเกินไป เพราะอาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนหลังจากการถอนฟัน ซึ่งสามารถเกิดปัญหาทางเดินหายใจอุดตันจากการสำลักอาหารได้   เพราะอะไร เราถึงควรถอนฟันออกให้เร็วที่สุด การถอนฟัน ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายหลังจากทันตแพทย์พิจารณาหรือพยายามรักษาด้วยวิธีอื่น เพื่อเลี่ยงการถอนฟันแล้วแต่ไม่ได้ผล หรือเมื่อมีความจำเป็นต้องถอนฟัน ได้แก่  ฟันซ้อนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดฟัน ต้องถอนฟันบางซี่ออกไป เพื่อให้ฟันสามารถขยับเรียง การติดเชื้อหรืออักเสบของฟัน เมื่อฟันผุหรือเกิดความเสียหายลามไปถึงโพรงฟันซึ่งเป็นชั้นกลางของฟันที่ประกอบด้วยเส้นประสาทและเส้นเลือด การติดเชื้อที่โพรงฟันนี้เกิดขึ้นได้ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอที่อาจเป็นผลจากการรับยาเคมีบำบัดหรือยากดภูมิคุ้มกันจะทำให้ฟันที่ผุอยู่แล้วมีโอกาสผุยิ่งขึ้น และยังอาจอักเสบติดเชื้อลุกลาม ++นอกจากเหตุผลข้างต้นแล้ว การถอนฟันยังอาจจำเป็นหากมีฟันเกที่ไปกระทบต่อเนื้อเยื่ออ่อนนุ่มข้างแก้ม ฟันแตกหักจากอุบัติเหตุ มีจำนวนฟันในช่องปากมากเกิน ฟันที่อยู่ใกล้บริเวณที่ผิดปกติอย่างเนื้องอกหรือมะเร็ง ฟันที่ประชิดกับแผลบางอย่าง ++หรือเป็นผลจากการต้องเข้ารักษาด้วยการฉายรังสีหรือต้องได้รับยาบิสฟอสโฟเนตผ่านเส้นเลือด รวมถึงข้อคำนึงด้านค่ารักษา ในกรณีที่ฟันผุและสามารถรักษารากฟันได้โดยไม่ต้องถอน แต่การรักษารากฟันนั้นจะมีราคาแพงกว่าการถอนฟัน   ขั้นตอนการถอนฟัน มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน ดังนี้   เริ่มจากการฉีดยาชาเพื่อทำให้ไร้ความรู้สึกบริเวณที่ทันตแพทย์จะถอนฟัน แต่หากเป็นการถอนฟันหลายซี่ก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาสลบที่จะทำให้ร่างกายไม่มีความรู้สึกและหมดสติไปตลอดขั้นตอนการถอนฟัน ในการถอนฟัน ทันตแพทย์จะทำให้ฟันหลวมออกจากกระดูกขาขากรรไกรและเส้นเอ็น จากนั้นใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าคีมหรือปากคีบจับฟันแล้วค่อย ๆ ดึงออกมา ทั้งนี้ฟันที่ถอนยาก ไม่สามารถเอาออกมาได้ในคราวเดียว อาจต้องถอนโดยแยกเป็นชิ้นส่วนหลายครั้ง หลังจากถอนฟัน ร่างกายจะสร้างลิ่มเลือดออกมาช่วยในกระบวนการรักษาโดยค่อย ๆ ปิดบาดแผลหรือรูฟันที่ถอน ทันตแพทย์จะพับผ้าก๊อซแล้ววางลงบนแผลเพื่อให้คนไข้กัดเพื่อหยุดเลือดที่ไหลออกมาหลังการถอนฟันนี้ บางครั้งอาจมีการเย็บแผลเพื่อปิดขอบเหงือกเหนือแผลถอนฟันเอาไว้ ซึ่งไหมที่ใช้เย็บนี้มักใช้แบบละลายไปเองโดยไม่ต้องนัดตัดไหม จึงไม่ต้องกลับไปพบทันตแพทย์อีกครั้ง ข้อปฏิบัติหลังการถอนฟัน ที่ทุกคนควรรู้ โดยมากแผลจากการถอนฟันจะดีขึ้นภายในระยะเวลาไม่กี่วัน การดูแลรักษาอย่างดีจะช่วยให้แผลหายเร็วยิ่งขึ้นและปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน โดยมีข้อปฏิบัติต่อไปนี้ กัดผ้าก๊อซปิดแผลไว้ให้แน่นแต่ไม่รุนแรงเกินไป เพื่อให้เลือดหยุดไหลและเกิดกระบวนการสร้างลิ่มเลือดในร่องฟันที่ถูกถอนไป หากผ้าก๊อซชุ่มด้วยเลือดให้เปลี่ยนใหม่ โดยพับผ้าก๊อซให้หนาพอที่จะกัดและวางลงที่บริเวณแผลถอนฟัน กัดไว้ 30-45 นาทีหลังจากการถอนฟัน รับประทานยาบรรเทาอาการปวดตามทันตแพทย์แนะนำ หรืออาจใช้น้ำแข็งประคบข้างแก้มเป็นเวลา 10-20 นาที จะช่วยลดอาการเจ็บและบวมลงได้ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการถอนฟันไม่ควรกลั้วปากหรือหรือบ้วนแรง ๆ เพราะอาจทำให้ลิ่มเลือดเคลื่อนที่ออกจากแผลถอนฟันจนเลือดไหล เมื่อครบ 24 ชั่วโมงไปแล้ว สามารถกลั้วปากเบา ๆ ด้วยน้ำเกลือวันละหลายครั้ง เพื่อช่วยลดอาการบวมและเจ็บปวด ระวังอย่ากลั้วแรงเกินไปจนทำให้ลิ่มเลือดปากแผลที่แข็งตัวแล้วหลุดออก ซึ่งจะส่งผลให้แผลหายช้า น้ำเกลือที่ใช้สามารถทำเองง่าย ๆ เพียงผสมเกลือ 1 ช้อนชา กับน้ำอุ่นประมาณ 240 มิลลิลิตร รับประทานอาหารที่เคี้ยวง่ายหรือไม่ต้องเคี้ยว เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม แล้วค่อย ๆ รับประทานอาหารเป็นปกติขึ้นเรื่อย ๆ ในวันต่อไป ควรใช้ฟันข้างที่ไม่ได้ถูกถอนเคี้ยวแทนในวันแรก ๆ ไม่ควรนอนราบไปกับพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลจากแผล ควรนอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัว อย่าดูดหรือใช้ลิ้นดุนบริเวณแผลที่เพิ่งถอนฟัน ไม่ควรใช้หลอดดื่มน้ำ เพราะแรงดูดจะกระตุ้นให้ลื่มเลือดที่แผลผ่าตัดหลุด ส่งผลให้เลือดไหลได้ อย่าทำกิจกรรมที่ต้องออกกำลังหลังการถอนฟันเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลออกมาอีก หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ที่จะส่งผลให้แผลหายช้าลงได้ สามารถรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันด้วยการแปรงฟันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบบริเวณแผลจากการถอนฟัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ หนาวสั่น ไอ หายใจหอบ หรือเจ็บหน้าอก รวมถึงมีเลือดไหลไม่หยุด มีอาการเจ็บปวดหรือบวมรุนแรงอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 4 ชั่วโมงหลังการถอนฟัน ควรไปพบแพทย์ทันที ระยะเวลาในการฟื้นตัวหลังถอนฟันมักจะใช้เวลา 1-2 วัน การถอนฟันออกไปอาจส่งผลให้ฟันซี่ที่อยู่ข้าง ๆ เลื่อนตัว หรือส่งผลต่อการเคี้ยวอาหารได้ ทันตแพทย์จึงอาจแนะนำให้ใส่วัสดุเสริมแทนฟันซี่ที่ถูกถอน ได้แก่ ฟันปลอม หรือสะพานฟัน เป็นต้น ภาวะแทรกซ้อนจากการถอนฟัน ที่อาจเกิดขึ้นได้ ผลข้างเคียงมากที่สุด ระหว่างการถอนฟันที่พบได้ คือการได้รับบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากเนื่องจากการไม่ได้ให้ความสนใจต่อเนื้อเยื่อบริเวณนี้ของทันตแพทย์ รวมถึงการใช้เครื่องมือที่อันตรายและควบคุมการใช้ลำบากจนเกิดอันตรายต่อคนไข้ เช่น เกิดรอยถลอกหรือแผลไหม้ด้านในปากจากเครื่องมือ ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่พบได้บ่อยรองลงมาจากการใช้เครื่องมือ คืออันตรายต่อโครงสร้างกระดูก เช่น การแตกหักของเพดานเหงือก ไปจนถึงฟันกราม และฟันตัดล่าง นอกจากนี้ ฟันเขี้ยวบนมักแตกหักได้ง่ายในระหว่างการถอนฟันกรามซี่ที่ถอนได้ยาก แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการการซักประวัติและตรวจร่างกายรวมถึงการตรวจเอกซเรย์อย่างละเอียด และไม่ใช้เครื่องมือที่ยากต่อการควบคุมมากเกินไป กรณีที่เกิดการแตกหักของกระดูก ทันตแพทย์จะนำกระดูกนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง ทำให้กระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนประสานกันจนแผลจากการถอนเริ่มปิดลงได้ นอกจากนี้การถอนฟันกรามซี่ที่อยู่ใกล้กับโพรงกระดูกข้างจมูกบริเวณโหนกแก้มนั้นอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิด ไซนัสอักเสบและเกิดรูทะลุ ส่วนการถอนฟันกรามล่างซี่ในสุดซึ่งอยู่ใกล้เส้นประสาทควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าเองก็อาจส่งผลให้หน้าเบี้ยวได้       ใครปวดฟัน…มีปัญหาฟันคุดและกำลังกลัวการถอนหรือผ่าเรียกว่าผลัดมาตลอดผลัดจนมีอาการแล้ว…สงสัยต้องพกฤกษ์ดี รอฤกษ์ถอน เอาเป็นว่าแอดอาสามาบอกทริคให้…..#ถอนฟันดี #ผ่าฟันคุดปลอดภัย #ถอนฟันพัทยาศรีราชา   #ก่อนอื่นอย่าลืมแอดฝากกดไลค์ กดแชร์ และกดติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ🙏🙏🙏 ❤️❤️ฤกษ์การถอนฟัน เพื่อช่วยเสริมพลังความมั่นใจ 📍📍วันไหนไม่ควรถอนฟัน **   คนเกิดวันอาทิตย์ ห้ามถอน วันศุกร์ คนเกิดวันจันทร์ ห้ามถอน วันอาทิตย์ คนเกิดวันอังคาร ห้ามถอน วันจันทร์ คนเกิดวันพุธ ห้ามถอน วันอังคาร คนเกิดวันพฤหัส ห้ามถอน วันเสาร์ คนเกิดวันศุกร์ ห้ามถอน วันพุธกลางคืน คนเกิดวันเสาร์ ห้ามถอน วันพุธ คนเกิดวันพุธกลางคืน ห้ามถอน วันพฤหัส ขอขอบพระคุณ CR.teeyai6646.blogspot.com #ปรึกษาเรื่องปัญหาสุขภาพฟันฟรีแบบ…Smart Check 😊😊ให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดูของปัญหา #จัดฟันศรีรชา #จัดฟันพัทยา #ทำฟันพัทยา #ทำฟันศรีราชา #modernsmileทำฟันจัดฟันศรีราชาพัทยา 😀😀รีบหน่อยน้า เพราะฟันสวยรอไม่ได้!! กดกระดิ่ง กดติดตามได้เลยนะคะ 🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎🛎☑☑ ช่องทาง Social ของเราตอนนี้มีหลายช่องทางนะคะ สามารถติดต่อได้เลยนะคะ ตามความชอบค่ะ 📢📢📢📢📢📢📢📢📢📢 Line : สาขาศรีราชา https://line.me/ti/p/nf2qatu_il Line : สาขาพัทยา https://line.me/ti/p/2eoqb-5Cp- Instagram Modernsmile: https://www.instagram.com/modernsmile.dental/ WEBSITE: http://modernsmiledental.com 

จัดฟันหน้าเรียวพัทยา ปรับรูปหน้าได้จริงไหม

ข้อปฏิบัติ หลังการจัดฟัน

จัดฟันหน้าเรียวพัทยา ปรับรูปหน้าได้จริงไหม จัดฟันหน้าเรียวพัทยา ปรับรูปหน้าได้จริงไหม คือทุกคนต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่านะคร่าว่า โดยปกติการจัดฟันไม่ได้มีผล ต่อการปรับรูปหน้าโดยตรง เพราะการจัดฟันนั้นเป็นการช่วยทำให้ฟันที่มีอยู่ในปากเป็นระเบียบสวยงาม แต่หากฟันซี่ใดมีลักษณะบิดโค้งหรือไม่สบกัน ที่ส่งผลต่อรูปหน้าโดยตรง รวมทั้งส่งถึงในการบดเคี้ยวอาหาร ซึ่งบางคนก็มีปัญหาจากการที่ฟันบนไม่สบกับฟันล่าง ส่งผลให้การกัดเป็นไปด้วยความยากลำบากด้วย คำถามนี้เป็นคำถามปราบเซียนเหมือนกันนะคะ เพราะจะได้ยิน และถูกถาม บ่อยมากๆ เกี่ยวกับเรื่องการจัดฟัน ว่ามีผลทำให้หน้าเรียวลงหรือไม่ คือถ้าตอบเลยว่าจริงวงการเมโส กับวงการร้อยไหมคงต้องสั่นสะเทือน ต้องบอกก่อนว่าการที่หน้าคนเราจะบานหรือจะเรียวมันมีองค์ประกอบหลายส่วนที่ทำให้หน้าคนเรามีลักษณะเรียวหรือว่าบานออกเแยกลักษณะได้ดังนี้ ลักษณะโครงกระดูกของของคนไข้ มีความกว้างมากน้อยแค่ไหน (Intergonial width) โครงสร้างของขากรรไกรว่ามีความชันของขากรรไกร (Mandibular Plane) มากน้อยแค่ไหน ส่วนของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวอาหาร (Chewing muscle)  โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณแก้ม (Masseter and Bucinator) และบริเวณมุมของขากรรไกร พฤติกรรมการ ทานอาหารว่า ชอบทานอาหารมีลักษณะเหนียวแข็งหรือไม่ ซึ่งทั้ง 4 ข้อนี้มีผลเกี่ยวข้องกับ การที่เราจะมีรูปร่างหน้าเรียวหรือว่าบานออก เดี๋ยวเราก็มาดูเป็นข้อๆว่า ลักษณะใดบ้างที่จะทำ ให้ใบหน้าเรียวเล็กลงได้จากการจัดฟัน หรือถ้าเราจัดฟันหน้าจะเรียวหรือไม่ แบบแรก ลักษณะของโครงกระดูก ว่ามีความกว้างมากน้อยแค่ไหน           ถ้าคนไข้มีความผิดปกติในกรณีนี้เมื่อเทียบกับรูปหน้าทั้งใบหน้าส่วนหน้า (Frontal view)  ซึ่งลักษณะนี้มันเป็นความผิดปกติที่โครงกระดูก ดังนั้นหากจะมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังการจัดฟันจะเกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะเป็นความผิดปกติที่เกิดจากกรรมพันธุ์ (Genetic) ของเราเอง ***สรุปได้ว่า…การจัดฟันก็จะมีผลทำให้หน้าเรียวลงหลังจัดฟันน้อยมาก ถึงแม้ว่าจะมีการถอนฟันไปตั้งแต่ 4 ซี่ถึง 8 ซี่ ก็ตามในกรณีนี้ แต่ในส่วนที่หากถ้าคนไข้ต้องการให้หน้าเรียวลงจริงๆ จะต้องมีการผ่าตัดร่วมด้วย  ซึ่งการจะเป็นการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic surgery)  ซึ่งถ้า มีการผ่าตัดร่วมด้วยรูปหน้าแล้วก็จะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด  ถัดมาแบบ ในเรื่องข้อที่ 2 เรื่อง ความชันของขากรรไกร  (mandibular plane) ว่ามีความชันมากน้อย               ในแบบนี้ส่วนของขากรรไกร มีความสำคัญมากกับรูปหน้าของคนไข้  ตัวอย่างเช่น ถ้าคนไข้มีความชันของขากรรไกรมากรูปหน้าคนเราก็จะเป็นรูปไข่กลมสวย (เหมือนดาราเกาหลี)              ***ในอีกทางกลับกันถ้ามีความชันของขากรรไกรน้อยรูปหน้าเราก็จะออกเป็นรูปสี่เหลี่ยม (ที่พวกเราชอบเรียกกันว่า “เป็นคนบ้ากราม”) ดังนั้นในการจัดฟันถึงแม้ว่า ถึงแม้ว่าจะมีการถอนฟันร่วมกับการจัดฟัน หน้าก็จะมีการเปลี่ยนแปลงคือเรียวเล็กลงได้น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ถ้าคนไข้มีความชันของขากรรไกรมาก น่าจะดูเรียวลงและกลมสวย แบบที่ 3  ขนาดของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวบริเวณแก้ม  ซึ่งในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมการทานอาหารของคนไข้ในระหว่างการจัดฟันด้วย เพราะกล้ามเนื้อจะหนาตัวขึ้นถ้ามีการใช้งาน มากกว่าปกติเช่นชอบเคี้ยวอาหารแข็งและเหนียว ปัญหาในส่วนกรณีนี้  การจัดฟันร่วมกับการ ถอนฟัน ก็อาจจะมีส่วนช่วยให้รูปหน้าเล็กลง แต่สำหรับบางคนที่เกิดหน้าเรียวได้ดีเนื่องจากว่าในขณะจัดฟัน อาจจะเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร(ทานอาหารที่แข็งและเหนียว ไม่ทานอาหารจุกจิก ข้อห้ามสำหรับคนไข้จัดฟัน จ้า) และอาจจะทำให้เครื่องมือหลุดได้ รวมถึงหยุดพฤติกรรมการทานอาหารจุกจิกไปเลย ***หากพฤติกรรมเปลี่ยนไปแบบนี้จะช่วยให้หน้าดูเรียวเล็กลงไปได้มาก เนื่องจากกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเคี้ยวอาหารใช้น้อยลงทำให้กล้ามเนื้อมีการ รีบ แบน ลงไป แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหลังการจัดฟันเสร็จแล้ว กล้ามเนื้อบริเวณข้างแก้มยังมีลักษณะใหญ่อยู่ เราก็สามารถที่จะทำให้มันเล็กลงได้ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) บริเวณกล้ามเนื้อที่ทำให้แก้มดูบานออก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ทันตแพทย์จัดฟันก็จะแนะนำ ให้ไปฉีดโบท็อกเพิ่มเติมหลังจากจัดฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว และแบบสุดท้าย แบบที่ 4 ก็จะเหมือนแบบที่ 3 ก็คือเป็นกล้ามเนื้อซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการทานอาหารโดยตรง ถึงแม้ว่าเราจะไม่จัดฟันถ้าพฤติกรรมเราเปลี่ยนจากการชอบกินของแข็งและเหนียวเป็นประจำให้เปลี่ยนมาเป็นเขี้ยวอาหารอ่อนลง ก็จะทำให้หน้าดูเรียวลงได้ มาถึงข้อสรุปที่ทุกคนบที่ได้อ่านรอคอย…จริงๆทุกคนคงจะพอทราบว่าการจัดฟันไม่จำเป็นจะต้องทำให้เกิดหน้าเรียวเสมอไป ซึ่งมันขึ้นอยู่กับ ลักษณะ โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อของตัวคนไข้เองเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดฟันร่วมกับการถอนฟันซะทั้งหมด ดังนั้น…คำถามที่ว่าการจัดฟันแล้วหน้าเรียวจริงหรือไม่ จึงสามารถตอบได้ว่ามีทั้งส่วนที่เป็นจริงและไม่จริง แปลว่ามันก็จะสามารถเกิดขึ้นได้กับบางคนเท่านั้นไม่ได้เกิดขึ้น กับทุกๆคน และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปหน้าเรียวขึ้นมากน้อยต่างกันไปในแต่ละคน การจัดฟันแบบไหน ที่จัดฟันแล้วรูปหน้า จะเปลี่ยนไป – คนที่มีฟันหน้า ยื่นออกมา มากเกินไปจน ทำให้ปากอูม หลังการจัดฟัน จะทำให้ฟันยุบลง ปากก็จะยุบลง ตามไปด้วย จึงให้รูปหน้าเปลี่ยนไป อาจส่งผลทำให้จมูก โหนกแก้ม และคางเด่นขึ้น – คนที่มีฟันห่างกันมา ๆ เป็นช่อง หรือฟันซ้อนกัน เมื่อฟันเรียงตัวขึ้น พอยิ้มก็จะทำให้ดูดีขึ้น – คนที่มีฟันบน ยื่นออกมาคร่อมฟันล่าง เมื่อจัดฟันเสร็จแล้ว จะทำให้มองเห็นฟันล่างได้ชัดขึ้น ซึ่งทำให้ใบหน้า ดูยาวมากขึ้นได้ – คนที่มีปัญหามาก ๆ ต้องผ่าตัด ขากรรไกร จากที่ขากรรไกรเคยยื่น ทำให้ฟันไม่สบกัน แน่นอนว่าหลังการผ่าตัด ขากรรไกร ก็จะเล็กลง ส่งผลให้รูปหน้า ดูเปลี่ยนไปนั่นเอง สรุป การจัดฟันไม่ได้มีผลให้หน้าเรียวโดยตรง. แต่การจัดฟันอาจจะทำให้ระหว่างจัดฟันไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้มากเท่าเมื่อก่อน จึงทำให้ใบหน้าดูเล็กลง. หรือในบางเคสที่เป็นการจัดฟันร่วมกับการถอนฟัน อาจเปลี่ยนแปลงรูปใบหน้า. เช่น การดึงฟันล่างเข้า ทำให้คางชัดขึ้น หรือการดึงฟันบนเข้า ทำให้จมูกดูโด่งขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับสภาพโครงสร้างของแต่ละบุคคล ขึ้นกับดุลยพินิจของทันตแพทย์ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถปรึกษาได้ กับทันตแพทย์ เฉพาะทางที่โมเดริ์นสไมล์ 085-2471333 สาขาศรีราชา 085 – 2471222  สาขาพัทยา Line : สาขาศรีราชา Line :สาขาพัทยา  Instagram Modernsmile WEBSITE